น้ำท่วมกระทบฟาร์มหมู หวั่นกดราคาหลุด ห่วงโรคระบาดหลังน้ำลด
น้ำท่วมพื้นที่เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกกระทบฟาร์ม “ฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี” โดยเฉพาะหมูขุนที่โรงเรือนติดพื้น ผู้เลี้ยงเร่งจับออกขายลดความเสี่ยง ดันปริมาณหมูเข้าสู่ตลาดเพิ่มในช่วง 1-2 สัปดาห์ กดราคาจาก 74-76 บาท ลดต่ำกว่า 70 บาท ขณะที่ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ยกพื้นสูงกระทบน้อยกว่า แต่เจอปัญหาขนส่งอาหารสัตว์และสุกร จับตาหลังน้ำลดเสี่ยงโรค-กระทบรอบการผลิต คาดใช้เวลาราว 1 เดือนฟื้นระบบ พร้อมรอกรมปศุสัตว์สรุปความเสียหาย และสมาคมเตรียมสำรวจสมาชิกก่อนประชุม 12 ต.ค.
นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อฟาร์มสุกรแตกต่างกันตามรูปแบบการเลี้ยง โดยฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ส่วนใหญ่เป็นโรงเรือนยกสูง แม้น้ำท่วมล้อมรอบฟาร์มยังสามารถเลี้ยงสุกรต่อได้ แต่จะประสบปัญหาด้านการขนส่งอาหารสัตว์และการนำสุกรออกสู่ตลาด
ส่วนฟาร์มหมูขุนมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากโรงเรือนอยู่ติดพื้นหรือยกสูงจากพื้นไม่มาก เมื่อพื้นที่ใดมีน้ำเข้าฟาร์ม ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องเร่งจับสุกรออก ส่งผลให้ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีปริมาณสุกรเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และทำให้ราคามีแนวโน้มอ่อนตัวลง
พื้นที่ที่พบผลกระทบขณะนี้อยู่ในภาคตะวันออก ตั้งแต่ จ.ฉะเชิงเทรา ต่อเนื่องไปยังพื้นที่พนมสารคาม รวมถึงปราจีนบุรีและกบินทร์บุรี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้กลายเป็นพื้นที่เลี้ยงสุกรแห่งใหม่ หลังผู้เลี้ยงจากฐานการผลิตเดิมในฉะเชิงเทราขยายการเลี้ยงออกไปยังปราจีนบุรีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามฟาร์มขนาดใหญ่ 3-4 แห่ง พบว่าความเสียหายภายในฟาร์มยังไม่มาก เนื่องจากหลายแห่งเป็นโรงเรือนยกสูงหรือฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ ขณะที่ความเสียหายของผู้เลี้ยงรายย่อย ตั้งแต่ขนาด 20-50 ตัว 100 ตัว ไปจนถึง 1,000 ตัว ยังต้องรอการสำรวจอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานราชการ
สำหรับกรณีมีรายงานสุกรในพื้นที่ปราจีนบุรีเสียหายจากน้ำท่วมประมาณ 1,000-2,000 ตัว นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิกล่าวว่า มีรายงานความเสียหายเข้ามาส่วนหนึ่ง แต่โดยทั่วไปเมื่อฟาร์มถูกน้ำท่วม ผู้เลี้ยงจะเร่งนำสุกรออกจากพื้นที่ เนื่องจากหากปล่อยให้อยู่ในสภาพน้ำท่วมเป็นเวลา 3-4 วัน สุกรจะเริ่มทรุด จึงทำให้สุกรจำนวนหนึ่งถูกเร่งนำเข้าสู่กระบวนการจำหน่ายก่อนที่จะได้รับความเสียหาย
ผลจากการเร่งจับสุกรออกเริ่มสะท้อนมายังราคาตลาด โดยก่อนเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ราคาสุกรขยับขึ้นไปอยู่ประมาณ 74-76 บาท ก่อนลดลงต่ำกว่า 70 บาท และล่าสุดอยู่ในช่วงประมาณ 66-69 บาท ซึ่งมองว่าน้ำท่วมเป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มปริมาณสุกรเข้าสู่ตลาดเร็วกว่าปกติ ทำให้ราคาที่กำลังฟื้นตัวต้องเผชิญแรงกดดันระยะสั้น
จับตาโรคหลังน้ำลด-รอบผลิตสะดุด
สิ่งที่อุตสาหกรรมต้องติดตามหลังจากนี้ คือความเสี่ยงด้านโรคและการติดเชื้อหลังน้ำลด รวมถึงผลกระทบต่อรอบการผลิต เนื่องจากน้ำท่วมอาจทำให้การผสมพันธุ์หรือการนำหมูขุนรุ่นใหม่เข้าเล้าต้องเลื่อนออกไป ส่งผลให้ตารางการผลิตของแต่ละฟาร์มเปลี่ยนแปลง
โดยปกติหลังเกิดน้ำท่วม ฟาร์มต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนกว่าจะฟื้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่กรมปศุสัตว์ทั้งระดับอำเภอและจังหวัดได้เข้าติดตามสถานการณ์แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขสรุปความเสียหายทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดมาตรการชดเชยจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ผู้เลี้ยงหมูเหลือ 1.4 แสนราย-หมูยืน 11-12 ล้านตัว
สำหรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสุกรปัจจุบัน นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิระบุว่า จำนวนผู้เลี้ยงสุกรลดลงจากกว่า 200,000 ราย เหลือประมาณ 140,000 ราย โดยฐานการผลิตสำคัญอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันตก ขณะที่ฟาร์มขนาดใหญ่มีสัดส่วนกำลังการผลิตประมาณ 60-70%
ปัจจุบันมีสุกรมีชีวิตอยู่ในระบบ ณ ช่วงเวลาหนึ่งประมาณ 11-12 ล้านตัว ขณะที่เมื่อคิดการผลิตรวมตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 24 ล้านตัว โดยนายสัตวแพทย์เกียรติภูมิระบุว่า ตัวเลขของกรมปศุสัตว์สามารถใช้เป็นฐานอ้างอิงได้ แม้กำลังการผลิตจริงของแต่ละฟาร์มในบางช่วงอาจลดลงประมาณ 10-15%
ทั้งนี้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติมีกำหนดประชุมวันที่ 12 ตุลาคม และจะพยายามรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกเพื่อประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมว่าเกิดขึ้นกับฟาร์มสุกรและจำนวนสุกรมากน้อยเพียงใด ก่อนสรุปข้อมูลของสมาคมอีกครั้ง