เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

พิษน้ำท่วมเปิดแผล ‘ทุเรียนไทย’ ถึงเวลารื้อระบบ ตั้งแต่สวน-ตลาด

10 ต.ค. 2569 | 17:35น.

เหตุการณ์นํ้าท่วมในภาคตะวันออก2569 กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของ “ระบบทุเรียนไทย”

ทว่าความเดือดร้อนของชาวสวนไม่ได้จบลงพร้อมน้ำที่ลดลง เพราะความเสียหายของสวนทุเรียนยังอาจลากยาวไปอีกหลายปี

“ประชาชาติธุรกิจ” ถอดบทสรุปวงเสวนาของผู้เชี่ยวชาญด้านทุเรียนและตัวแทนเกษตรกรภาคตะวันออก ในหัวข้อ “น้ำท่วมครั้งนี้ เราจะช่วยกันอย่างไร ? เสียงจากใจชาวสวนทุเรียนตะวันออก”

โดยสมาคมทุเรียนไทย ร่วมกับกลุ่ม “ทำสวนเอาเงิน ไม่ได้เอาเงินทำสวน” และสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก เพื่อสะท้อนความเสียหายและข้อเสนอในการฟื้นฟูในระยะต่อไป

น้ำท่วมไม่ใช่แค่เรื่องบริหารน้ำ

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือสาเหตุของน้ำท่วม โดยนายวสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก บอกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้หนักกว่าปี 2554 เพราะบางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสม 3 วันมากกว่า 300 มิลลิเมตร เกิดฝนตกแช่เป็นบางจุด โดยเฉพาะเหนืออุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น แนวเขาชะเมาและพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับใช้ในฤดูแล้งอยู่แล้ว เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน จนทำให้น้ำเพิ่มสูงขึ้นจนล้นสปิลเวย์ ก่อนเอ่อลงสู่พื้นที่ด้านล่าง

เมื่อฝนตกลงในพื้นที่เดิมต่อเนื่อง ดินเกิดภาวะอิ่มน้ำ ขณะเดียวกันน้ำจากพื้นที่สูงและลำคลองสาขาหลายสายไหลมารวมกันเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้ระบบระบายน้ำรองรับไม่ทัน

ดังนั้นน้ำท่วมครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดหรือปิดประตูระบายน้ำจุดใดจุดหนึ่ง แต่ต้องดูภาพรวมตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ เส้นทางน้ำ ลำคลองสาขา พื้นที่รับน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ รวมถึงสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ถนน คันกั้นน้ำ และโครงสร้างระบายน้ำต่าง ๆ

ความเสียหายที่อาจมากกว่าตัวเลข

สำหรับภาคเกษตร ทุกคนต่างสะท้อนความเห็นตรงกันว่า ความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้จบลงเมื่อน้ำลด เพราะต้นทุเรียนอาจทยอยยืนต้นตาย โดยยกตัวอย่าง จ.ระยอง ที่สวนได้รับผลกระทบกว่า 20,000 ไร่ ส่วนอำเภอแก่งหางแมว จ.จันทบุรี ก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน

สิ่งที่เกษตรกรกังวลไม่ได้มีเพียงต้นทุนที่สูญเสียไปในปีนี้ แต่คือผลกระทบต่อเนื่องอีกหลายปี โดยเฉพาะสวนทุเรียนที่มีอายุ 4-6 ปี ซึ่งลงทุนทั้งค่าต้นพันธุ์ ค่าแรง ปุ๋ย ระบบน้ำ และการดูแลสวนมาเป็นเวลาหลายปี หากยืนต้นตายจะต้องเริ่มต้นใหม่

ขณะที่ส่วนต้นที่ไม่ตายทันทีแต่รากได้รับความเสียหาย ก็กระทบต่อผลผลิตในฤดูกาลถัดไป

“เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงลมพายุโค่น เพียงแค่วันเดียวก็ทำใจได้ แต่นี่ยืนต้นตายให้เราเห็นทุกวัน”

ทั้งนี้ นายสัญชัย โกสัลญ์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรและผู้ปลูกทุเรียน และเจ้าของกลุ่ม “ทำสวนเอาเงิน ไม่ได้เอาเงินทำสวน” กล่าวถึงปัจจัยที่คาดว่ามีส่วนสำคัญทำให้แต่ละพื้นที่ได้รับความเสียหายแตกต่างกัน

คือ 1) ลักษณะพื้นที่และการยกโคกบริเวณโคนต้นทุเรียน โดยสวนที่รอดมีการยกโคก ทำให้บริเวณโคนต้นอยู่สูงกว่าพื้นที่โดยรอบ เมื่อน้ำไหลเข้ามา น้ำจึงสามารถไหลผ่านพื้นที่และระบายออกไปได้ ขณะที่บางสวนที่ไม่ได้ยกโคก น้ำจะขังบริเวณโคนต้นและรากเป็นเวลานาน

2) สภาพของน้ำและการไหลเวียนของน้ำ หากน้ำสามารถไหลผ่านสวนและมีการระบายออกอย่างต่อเนื่อง ความเสียหายต่อต้นทุเรียนอาจน้อยกว่าสวนที่น้ำไหลเข้ามาแล้วไม่สามารถระบายออกได้

เนื่องจากรากทุเรียนต้องใช้ออกซิเจนในการสร้างพลังงาน เมื่อถูกน้ำขังเป็นเวลานาน อากาศไม่สามารถเข้าสู่บริเวณรากได้ ส่งผลให้รากเริ่มทำงานผิดปกติ และกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของต้นทุเรียนในที่สุด

สมุดเล่มเขียวกลายเป็นโจทย์ใหญ่

อีกปัญหาที่ถูกสะท้อนอย่างชัดเจนคือระบบทะเบียนเกษตรกร หรือ “สมุดเล่มเขียว” โดยยกตัวอย่างสวนทุเรียน จ.ระยอง เบื้องต้นเสียหายราว 20,000 ไร่ แต่มีข้อมูลขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือมีสมุดเขียวในระบบไม่ถึง 50% หรือไม่ถึง 10,000 ไร่

สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเกษตรกรบางรายเปลี่ยนพื้นที่จากสวนยางพารามาปลูกทุเรียน แต่ไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลทะเบียนให้เป็นปัจจุบัน ขณะที่บางรายไม่ได้ขึ้นทะเบียน เพราะไม่ได้กู้เงินจาก ธ.ก.ส. หรือไม่ได้เข้าร่วมโครงการของภาครัฐ จึงมองว่าไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียน

ปัญหาคือ เมื่อเกิดภัยพิบัติ ฐานข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบสิทธิและการเยียวยา หากข้อมูลในระบบไม่ตรงกับการทำเกษตรจริง อาจทำให้ขั้นตอนตรวจสอบซับซ้อนขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย กล่าวว่า การไม่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือไม่มีสมุดเล่มเขียว ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ แต่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลักฐานการทำเกษตร และการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่

จึงมีข้อเสนอให้แบ่งการทำงานออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือเกษตรกรที่มีทะเบียนและข้อมูลครบ สามารถดำเนินการตรวจสอบได้รวดเร็ว และเสนอชื่อเพื่อพิจารณาความช่วยเหลือได้ก่อน ส่วนกลุ่มที่ข้อมูลไม่ครบหรือไม่เป็นปัจจุบัน ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้กระบวนการช่วยเหลือทั้งหมดต้องรอจากปัญหาข้อมูลเพียงบางส่วน

ชงปรับเกณฑ์เยียวยา-พักหนี้

นายกฤติเดชกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเงินช่วยเหลือในอัตรา 6,800 บาทต่อไร่ เมื่อเทียบกับต้นทุนการปลูกทุเรียนที่อาจสูงกว่า โดยเฉพาะต้นพันธุ์และการฟื้นฟูสวนหลังน้ำท่วม อาจไม่เพียงพอสำหรับเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด จึงเสนอให้พิจารณาหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมกับชนิดพืช อายุของต้น และระดับความเสียหาย

ขณะเดียวกัน ยังได้เสนอเรื่องภาระหนี้ของเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ที่เป็นลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและอาจมีปัญหาในการชำระหนี้ จึงมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการออกมาตรการพักชำระหนี้หรือมาตรการผ่อนปรนอื่น ๆ เพื่อช่วยลดภาระในช่วงที่เกษตรกรยังไม่สามารถฟื้นฟูพื้นที่และกลับมาสร้างรายได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้พิจารณาพักการคิดดอกเบี้ย หรือให้ภาครัฐเข้ามาช่วยรับภาระดอกเบี้ยบางส่วนในช่วงฟื้นฟูสวน เพื่อลดภาระทางการเงินของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

เสนอศึกษากองทุน-ประกันภัย

ต่อมาได้พูดคุยถึงแนวทางรองรับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ นายเรือง ศรีนาราง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด และเจ้าของสวนทุเรียนนายเรือง ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด มองว่า ควรมีระบบประกันหรือกองทุนที่สามารถรองรับความเสียหายในลักษณะดังกล่าวได้

โดยเสนอให้พิจารณาจัดตั้งกองทุนสำหรับภาคทุเรียนโดยเฉพาะ เพื่อเป็นกลไกช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อเกิดอุทกภัย วาตภัย หรือภัยพิบัติอื่น ๆ โดยอาจนำข้อมูลการผลิต พื้นที่ปลูก อายุของต้นทุเรียน และระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่มาใช้ประกอบการกำหนดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือแต่ละพื้นที่

อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวถูกมองไว้กว้างกว่านั้น เพราะอาจใช้เป็นกลไกกลางในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมทุเรียน ตั้งแต่การผลิต การพัฒนาคุณภาพ การตลาด การเปิดตลาดใหม่ ไจนถึงการรับมือวิกฤต

ขณะเดียวกัน นางสาวบุษบา นาคพิพัฒน์ อุปนายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญคือเกษตรกรควรมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุน ไม่ใช่ให้หน่วยงานรัฐเป็นผู้กำหนดทั้งหมด เพราะผู้ที่อยู่ในสวนย่อมเข้าใจปัญหาและต้นทุนจริงของการผลิต

ด้านนายสัญชัยกล่าวเสริมด้วยว่า ต้องการผลักดันการสร้างระบบที่ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติ

“พ.ร.บ.ทุเรียนที่กำลังดำเนินการอยู่ ควรเร่งผลักดันให้ออกมาใช้โดยเร็ว เพื่อให้มีกองทุนเข้ามาช่วยเหลือและชดเชยเกษตรกร รวมถึงมีกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมทุเรียนไทย”

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวไม่ได้มุ่งสนับสนุนให้ภาครัฐรับภาระทั้งหมด แต่ต้องการให้เกิดระบบบริหารความเสี่ยงร่วมกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างหลักประกันให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก

แนะใช้ดาวเทียมยกระดับเตือนภัย

ทั้งนี้ นายกฤติเดชได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการยกระดับข้อมูลการเตือนภัย โดยระบุว่า หากสามารถนำข้อมูลดาวเทียมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยประเมินความเสี่ยง จัดทำฐานข้อมูลพื้นที่ปลูก อายุสวน ชนิดพืช ลักษณะภูมิประเทศ และเส้นทางน้ำได้อย่างแม่นยำ จะช่วยให้ภาครัฐเห็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมได้ล่วงหน้า และสามารถวางแผนเตือนภัยหรือกำหนดแนวทางช่วยเหลือได้ตรงจุดมากขึ้น

ส่วนระบบเตือนภัยควรส่งต่อข้อมูลอย่างน้อย 2 ระดับ คือ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และผู้นำท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแจ้งประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้ทันเวลา

แม้บางสวนจะไม่ได้รับความเสียหายโดยตรง แต่อาจได้รับผลกระทบต่อฤดูกาลเก็บเกี่ยวและปริมาณผลผลิตในปีถัดไป จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลเพื่อประเมินผลกระทบให้ครอบคลุมมากกว่าพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมโดยตรง

พื้นที่นี้ยังเหมาะกับทุเรียนหรือไม่

ในช่วงท้ายของการสนทนา มีการตั้งคำถามว่า จริง ๆ แล้ว พื้นที่ภาคตะวันออกทั้งหมดยังเหมาะแก่การปลูกทุเรียนหรือไม่

ทุกคนต่างสะท้อนว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาทุเรียนที่อยู่ในระดับจูงใจทำให้เกิดการขยายพื้นที่ปลูกอย่างรวดเร็ว โดยมีการเปลี่ยนพื้นที่จากยางพาราและพืชชนิดอื่นมาเป็นทุเรียน แต่เมื่อสภาพอากาศรุนแรงขึ้น พื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่ที่มีทางน้ำผ่านอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น

ดังนั้น เกษตรกรควรประเมินศักยภาพของพื้นที่เป็นรายแปลง หากเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง อาจต้องลงทุนระบบระบายน้ำ ยกโคก หรือพิจารณาเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่เหมาะสม เช่น ปาล์มน้ำมัน มังคุด และข้าว

ขณะเดียวกัน ต้องมีการสนับสนุนงานวิจัย ทั้งเรื่องพันธุ์ การจัดการสวน การรับมือสภาพอากาศ และตลาดต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

“ทุเรียนไทย” ไม่ได้แข่งกับตัวเอง

ท้ายที่สุด ทุกคนยังแสดงความกังวลต่อการแข่งขันในตลาดทุเรียนโลก ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าน้ำท่วม

นายสัญชัยกล่าวทิ้งท้ายในประเด็นนี้ว่า แม้ทุเรียนไทยยังมีจุดแข็งด้านรสชาติและภาพลักษณ์ แต่คู่แข่งอย่างเวียดนามและกัมพูชาที่สามารถพัฒนาจนมีชื่อในตลาดแล้ว

ตลาดปลายทางจึงไม่ได้มองเพียงว่าทุเรียนไทยอร่อยหรือไม่ แต่ยังพิจารณาขนาด รูปทรง คุณภาพ ความสม่ำเสมอ และมาตรฐานสินค้า

เพราะหากไทยยังช้า ความได้เปรียบที่เคยมีอาจลดลงในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทุเรียนไทย น้ำท่วม