แก้ปัญหาเกษตร อย่าสร้างปัญหาให้ผู้บริโภค
บทบรรณาธิการ
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ความชุลมุนวุ่นวายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตัว “รัฐมนตรี” ที่แย่งกันเข้ามาดำรงตำแหน่ง แต่ยังลุกลามไปถึงนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกี่ยวพันไปถึงปัญหาปากท้องของประชาชนในทุกภาคส่วน
โดยเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่สะท้อนถึงปัญหาข้างต้นก็คือ การแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำ ที่ยืดเยื้อมานานไม่ต่ำกว่า 5 ปีจากปัจจัยหลักสำคัญ 2 ประการ คือ ประเทศผู้นำเข้าลดการนำเข้าน้ำมันปาล์มลง กับปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศอยู่ในระดับสูง
การแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมากระทำอยู่ด้านเดียว คือ ความพยายามในการลดปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงพลังงาน จัดทำโครงการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 200,000 ตัน ซึ่งถือเป็นการลดปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเกือบครึ่งหนึ่งของสต๊อกทั้งหมด 400,000 ตันลงมาทันที
โดย กฟผ.เริ่มดำเนินโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2562 และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาผลปาล์มทะลายภายในประเทศขยับขึ้นจากราคาต่ำกว่า 2.50 บาท/กก. มาอยู่ในระดับราคาเฉลี่ยมากกว่า 3 บาท/กก. สามารถบรรเทาความเดือนร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้ชั่วคราว และประคับประคองจนผ่านช่วงที่ผลปาล์มทะลายออกสู่ตลาดมากในเดือนพฤษภาคมไปได้
ทว่า ในวันที่ผลปาล์มทะลายขยับราคาขึ้น กรมการค้าภายในในฐานะหน่วยงานสำคัญที่กำกับดูแลราคาสินค้าเกษตรและปากท้องประชาชนกลับทำหนังสือไปถึงห้างสรรพสินค้า-ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ด้วยการขอ “ความร่วมมือ” ให้เลิกนำน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสำหรับการบริโภค (ขนาด 1 ลิตร) มาจัดทำ “โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย” และให้ห้างขายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในราคาปกติ กล่าวคือ จากราคาโปรโมชั่นขวดละ 24-25 บาท ให้ขายในราคาปกติขวดละ 34-36 บาท
กรมการค้าภายในให้เหตุผลว่า การขายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในราคาต่ำจะ “กดดัน” ราคาผลปาล์มทะลายและราคาน้ำมันปาล์มดิบให้ลดลง ทำให้ชาวสวนปาล์มเดือดร้อนจากการจัดโปรโมชั่น เสมือนหนึ่งผลักห้างเป็น “ตัวการสำคัญ” ที่ทำให้ราคาปาล์มตกต่ำ
การขอความร่วมมือดังกล่าวส่งผลกระทบทันทีต่อปากท้องประชาชน ซึ่งเป็นผู้บริโภคหลักต้องหมด “ทางเลือก” ในการซื้อน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในราคาถูกลง ด้วยวิธีการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรแต่กลับกลายเป็นไปสร้างปัญหาให้กับผู้บริโภค เช่นเดียวกับหลากหลายปัญหาที่พยายามแก้ไขแต่ตอบโจทย์ไม่ครบทุกมิติ อย่างกรณีนี้ไม่ดูความเป็นจริงที่ว่า ราคาผลปาล์มขยับขึ้นเพราะเหตุใด แทนที่จะพิจารณาแบบองค์รวม กลับมาแก้ไขทีละส่วน