กมธ. วุฒิสภาผนึก GISTDA จัดเสวนา “เทคโนโลยีอวกาศ…สู่การพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน” เตรียมทำคลอด ร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศ บูมลงทุนอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ วางอนาคตไทยมี “ท่าอวกาศยาน” ปล่อยจรวด
ผู้สื่อข่าว ”ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA จัดเสวนา “เทคโนโลยีอวกาศสู่การพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน”
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า อวกาศเป็นเรื่องสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศในทุก ๆ มิติ ทาง GISTDA จึงเร่งศึกษาโอกาสทางธุรกิจ สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญ และสร้างคน ตั้งแต่มัธยมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถนำมาบูรณาการและต่อยอด ตลอดจนการส่งเสริมการกำกับทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์จากอวกาศในประเทศไทย
“เราจะต้องทำการวิเคราะห์ว่าสามารถทำอะไรได้บ้างในเรื่องของอวกาศ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ การลงทุน ความคุ้มค่า และต้องศึกษาถึงความเป็นไปได้ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า รวมไปถึงการวางแผน และการดึงดูดพันธมิตรหน้าใหม่ในวงการอวกาศเพื่อสร้างความร่วมมือกันในอนาคต และในขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอ ครม. เพื่อพิจารณา ซึ่งจะมาช่วยส่งเสริมในการกำกับการดำเนินงานในอนาคต”

จากนี้ไปประเทศไทยจะเร่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้ และพัฒนารูปแบบข้อมูลและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้ใช้งานธุรกิจในกลุ่มต่าง ๆ ตลอดจนทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ผลักดัน Co-creation ในทุกภาค
ทั้งนี้ ปัจจุบัน GISTDA ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอาคารประกอบและทดสอบดาวเทียม ที่เรียกว่า AIT ตั้งอยู่ที่ศรีราชา บุคลากรของเราหลาย ๆ รุ่น ถูกส่งไปเรียนรู้เรื่องการประกอบดาวเทียมในประเทศต่าง ๆ ของโลก เราส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีอวกาศสู่ภาคเอกชนด้วย มีส่วนงานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้จริงจัง ครอบคลุมไปยังสถานศึกษา
“เราพยายามสร้าง Eco System ในเรื่องนี้ไว้รองรับเพื่อเปิดรับ startup และส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ และหาทางเปิดประตูสู่แหล่งทุนให้ด้วย” ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว
ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอวกาศโลกในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่ามากถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ และประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ หรือ Aerospace Industry ด้วยเช่นกัน โดยกำหนดให้เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ดังนั้น อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ
อีกประเด็นที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมนี้ คือ การมี “ท่าอวกาศยาน” เพื่อเป็นฐานปล่อยจรวดสู่ห้วงอวกาศ ซึ่งหากประเทศไทยมีท่าอวกาศยานเป็นของเราเอง ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ทางตรงแล้ว ยังเกิดอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมาไม่ใช่แต่เพียงในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ยังข้ามอุตสาหกรรมไปงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อีกด้วย
พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา กล่าวว่า การจัดเสวนาในวันนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทย
รวมทั้งเผยแพร่ทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย และกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน บุคลากรด้านการศึกษา เกิดมุมมองความรู้ใหม่และความเข้าใจถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ สร้างแรงบันดาลใจสร้างเครือข่ายด้านนี้
“การร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศจะช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศในแต่ละมุมมอง ทั้งด้านการสื่อสาร ด้านเกษตรและความมั่นคงด้านอาหาร ด้านเศรษฐกิจอวกาศ และด้านการบริหารการตัดสินใจในนโยบายเชิงพื้นที่“
อีกทั้งภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ที่ทรงมีต่อการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทย นิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาที่นำพระอัจฉริยภาพของพระองค์มาเป็นแนวปฏิบัติ กำหนดเป็นภารกิจหลักขององค์กรในด้านการนำข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์และจัดทำแผนที่พร้อมใช้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ

รวมทั้งแสดง เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางอวกาศ เช่น เทคโนโลยีอวกาศระดับเยาวชน (จรวดเชื้อเพลิง, Balloon Sat เเละ ดาวเทียมขนาดเล็กเเคนเเซท CanSat) ความร่วมมือระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับบริษัท mu space (จัดแสดงอุปกรณ์ที่ส่งขึ้นไปทดสอบบนอวกาศ) แผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม – การอนุญาตการให้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมโดยระบบการอนุญาต (License) ครั้งแรกของประเทศไทย
การเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานมาเป็นระบบใบอนุญาตของธุรกิจดาวเทียม ธุรกิจนวัตกรรมด้านอากาศยานไร้คนขับ โมเดลของดาวเทียม “นภา-1” เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกองทัพอากาศตามยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ 20 ปี ผลงานวิจัยด้าน GNSS, พลาสมาบับเบิ้ลในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ และแบบจำลอง Cube-sat เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองขององค์กรและนวัตกรรุ่นใหม่ ต่อการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอวกาศ โดยมีผู้แทนจาก โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนกําเนิดวิทย์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เข้าร่วมในครั้งนี้อีกด้วย