“ทียู” ปูพรมตรวจโควิดพนักงาน 2 หมื่นคน ลดกังวลส่งออกโค้งสุดท้าย
ทียู แจงแรงงานที่พบไม่ใช่หอพัก-ตลาดทียู บริษัทจ้างแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย 100% ปูพรมตรวจโควิด 2 หมื่นคน สร้างความมั่นใจไม่หวั่นต้นทุนพุ่ง มั่นใจรัฐบาลเอาอยู่ใน 14 วัน ยอมรับมีผู้นำเข้าสอบถามเข้ามายังไม่มีการลดออร์เดอร์ ลุยผลิตต่อทั้ง 2 โรงงาน เร่งส่งมอบโค้งสุดท้าย ย้ำขอให้มั่นใจแพ็กเก็จจิ้งอาหารไทยมี Code of Conduct
นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็งและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ”ว่า หลังจากตรวจสอบพบรายงานว่ามีแรงงานของทียูติดเชื้อโควิด 1 คน ทางบริษัทอยู่ระหว่างเตรียมศึกษาความเป็นไปได้ในการตรวจโควิดให้กับพนักงานของเราทั้งหมด 2 หมื่นคน โดยจะใช้เวลา 2-3 วันสรุปแนวทางว่าจะใช้ระบบตรวจสอบแบบใด ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานในการทำงาน และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าโดยเร็วที่สุด
“ไม่กังวลว่าการดำเนินการตรวจสอบจะต้องใช้งบประมาณมากขึ้นเพียงใดก็ตาม เพราะทียูให้ความสำคัญต่อสุขภาพของพนักงาน และผู้บริโภคสินค้าของเรามาเป็นอันดับหนึ่ง”
“กรณีที่มีการตรวจสอบพบแรงงานทียูติดเชื้อนั้น ยืนยันว่าหอพักที่พบผู้ติดเชื้อนั้นไม่ใช่หอพักและตลาดของทียู เราไม่เคยทำหอพักและตลาดนัด แต่ที่มีป้ายทียูติดที่ตรงปากซอยโรงงานหน้า ส่วนหอพักภายในโรงงานเป็นหอพักสำหรับพนักงานซุปเปอร์ไวเซอร์ พนักงานในด้านอื่นก็กระจายไปอยู่ตามจุดต่างๆ เพราะในสมุทรสาครโรงงานกว่า 4-5 พันโรง ที่ว่าแรงงานต่างด้าวติดเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายด้วยในประเด็นนี้เรายืนยันได้ว่าพนักงาน 20,000 คน ส่วนที่เป็นแรงงานต่างด้าวทั้งหมดถูกกฎหมาย 100% ”
อย่างไรก็ตาม จากนี้ทางทียูได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการวางมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเข้มข้น ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลน่าจะควบคุมการระบาดได้ใน 2 สัปดาห์ เพราะขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งโรงพยาบาลสนามแล้ว และมีการจำกัดบริเวณการพักอาศัยกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นโซนหนึ่ง ทางเราพร้อมที่จะเป็นโรงงานต้นแบบที่จะวางระบบมาตรฐานด้านนี้ เพราะทุกโรงงานก็มีโอกาสจะเจอหมด แต่จะคัดกรองแรงงานอย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ทียูให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการดูแลสุขภาพของพนักงาน ผู้บริโภค
ส่วนผลกระทบต่อรายได้และการส่งออก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางทียูได้แจ้งตลาดว่าหากปิดโรงงาน 2 สัปดาห์ จะกระทบต่อรายได้น้อยกว่า 2% นั้น นายฤทธิรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้รายได้ยังไม่ได้กระทบยังคงยืนยันเป้าหมายเดิม เพราะในด้านการผลิตยังสามารถดำเนินการได้ปกติทั้งในสมุทรสาคร และสงขลา เพื่อส่งมอบตามออร์เดอร์ในเดือนสุดท้ายของปีซึ่งมีการสั่งซื้อสูงสุด ขอให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาช็อตซัพพลายแน่นอน
ส่วนการปิดตลาดกุ้งและสะพานปลาในจ.สมุทรสาคร ก็ไม่กระทบกับวัตถุดิบ เพราะทียูซื้อวัตถุดิบตรงจากฟาร์มส่งตรงเข้าโรงงานไม่ได้ซื้อผ่านตลาดกุ้งและสะพานปลา แต่ปัญหาจากการส่งออกเกิดจากการปริมาณซัพพลายวัตถุดิบที่ลดลงก่อนหน้านี้ และไทยประสบปัญหาไม่มีตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า
“หลังจากเกิดปัญหาก็มีลูกค้าสอบถามเข้ามาแต่ไม่ได้ยกเลิกออร์เดอร์ ซึ่งทางบริษัทได้ให้ข้อมูลชี้แจงลูกค้าไปแล้ว ขอให้อย่ากังวล เพราะโควิดไม่ใช่โรคที่แพร่จากสัตว์สู่คน แต่เป็นคนสู่คน กรณีที่กังวลว่าจะปลอมปนไปกับแพ็กเก็จจิ้งก็ไม่ต้องห่วงเพราะในระบบการผลิตมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล โดยมี Code of Conduct ทุกโรงงานไม่ใช่แค่ทียู การบริโภคอาหารทะเลยังสามารถทานได้ หากกังวลก็ปรุงให้สุกได้ “