เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

ตั้ง ม.ล.ชโยทิต กฤษดากร ฟอร์มทีมดึงดูดนักลงทุน- คลอดสิทธิประโยชน์

03 ก.พ. 2564 | 17:55น.

สุพัฒนพงษ์-รองนายกฯ เศรษฐกิจ ส่งการบ้านพล.อ.ประยุทธ์-นายกฯ ฉายภาพประเทศน่าลงทุน ตั้ง “ม.ล.ชโยทิต กฤษดากร” อดีตผู้บริหารเจพีมอร์แกน เป็น “หัวหน้าทีมจู่โจมเร็ว” ทำคลอดแพ็กเกจลงทุน ทั้งสิทธิประโยช์ทางด้านภาษี-สมาร์ทวีซ่า-work permit ยั่วบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกให้มาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในไทย ดึงดูดนักลงทุนขาใหญ่ เน้นอุตสาหกรรมใหม่ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยปี 65

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เชิญนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้กับนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ภายหลังวิกฤตโควิด และมาตรการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ

แก้กฎ-ระเบียบอำนวยความสะดวก – สิทธิประโยชน์ด้านภาษี

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวภายหลังหารือว่า เป็นการรายงานตัวเลขการลงทุนภายในประเทศ เนื่องจากปี 2564 เป็นปีสำคัญอีกปีที่ต้องประคับประคองเศรษฐกิจเพื่อเดินหน้าขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2565 ดังนั้น ปี 2564 จึงเป็นปีแห่งการเตรียมการ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าการลงทุนในอีอีซีประมาณ 3 แสนล้านบาท ขณะที่บีโอไอรายงานตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ ประมาณ 4 แสนล้านบาท รวมถึงความคืบหน้ามาตรการดึงดูดการลงทุนของนักลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น 2564 จะเป็นปีปฏิบัติการเชิงรุก เดินหน้าเศรษฐกิจใหม่ เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่

“หลังจากไปทำการบ้านมาประมาณ 1 เดือน ได้กลับมารายงานนายกรัฐมนตรีถึงความคืบหน้า ว่า ประเด็นใดบ้างที่ได้พูดคุยกับผู้ที่สนใจลงทุน ทั้งนักลงทุนที่จะมาประเทศไทย บรรดาหอการค้าต่างประเทศต่าง ๆ ทูตต่าง ๆ ที่สนใจและเป็นคนที่มีศักยภาพในการลงทุนในประเทศไทย”

นายสุพัฒพงษ์กล่าวว่า มี 2-3 ประเด็นที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ามาทำธุรกิจ เช่น การปรับปรุง แก้ไขในเรื่องกฎระเบียบ กติกาให้คล่องตัวเพิ่มมากขึ้น การเข้ามาอยู่อาศัยในราชอาณาจักร เรื่องวีซ่า เรื่องการขออนุญาตทำงาน (Work permit) การจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย รวมทั้งระบบภาษีบางประเภท เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุน

“เป็นโอกาสที่ดี มีหลายประเทศสนใจ ผู้ประกอบการที่อยู่ในฮ่องกง หรือ สนใจที่จะลงทุนในสิงค์โปรใช้เป็นสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย หรือ กรุงเทพฯ”

เทียบสิทธิประโยชน์สู้ต่างประเทศ

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับปรุงความสะดวกในการประกอบธุรกิจและการทำงานของนักลงทุน รวมถึงการดำรงชีวิตอยู่ การได้รับวีซ่า รวมถึงระบบภาษีต่าง ๆ เช่น ภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีนิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องทำให้สอดคล้องกับสำนักงานภูมิภาคในต่างประเทศในปัจจุบัน ทั้งในสิงคโปร์ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

“วิธีการที่ดีที่สุด คือ ต้องไปเทียบเคียงกับต่างประเทศที่เขาโดดเด่นในเรื่องนี้ เราจะแข่งกับใครเราก็ต้องเทียบกับประเทศเหล่านั้น เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย เพราะเรามีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าเราทำเรื่องนี้ได้เท่าเทียมกันแล้ว ประเทศไทยมีความน่าอยู่ น่าอาศัยในการเข้ามาตั้งสำนักงานในภูมิภาค”

Advertisement

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาสิทธิประโยชน์สำหรับดึงดูดนักลงทุนอีกหลายเรื่อง เช่น พิธีการทางศุลกากร จะเริ่มมีการดึงดูดนักลงทุนกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามา ถ้าเราทำทั้งปี 2564 ในปี 2565 น่าจะเห็นผล เราจะเตรียมไว้สำหรับอนาคต

“ไม่มีอะไรที่ต้องไปนั่งสร้างกันใหม่ เพราะอุตสาหกรรมเป้าหมาย 7 ประเภท 3 หมวด ที่เราพูดถึง เช่น Digital Advance technology Green industry ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ส่วนอุตสาหกรรมเดิมต้องทำให้ Advance มากยิ่งขึ้น เช่น รถยนต์อีวี ปิโตรเคมีแมทเทอร์เรียล สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประเทศไทยมาถูกทางแล้ว”

การดึงดูดการลงทุนจะเป็นการเพิ่มการจ้างงาน ซึ่งเราลงทุนไปเยอะแล้ว ถนนหนทาง โครงสร้างพื้นฐาน เป็นเวลาที่จะดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุน คนไทยเองไม่ต้องไปลงทุนต่างประเทศ ทำไมต้องเป็นอุตสาหกรรมใหม่ อุตสาหกรรมเก่าคนไทยทำจนอิ่มตัวแล้ว จึงต้องไปลงทุนอุตสาหกรรมเก่าในต่างประเทศ เราจึงต้องมีอุตสาหกรรมใหม่เพื่อดึงดูดนักลงทุนไทยให้กลับมาลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานไทย โดยคัดสรรบริษัทที่ดีให้เป็นพันมิตรให้ทั้งสองนักลงทุน”

ตั้ง “ม.ล.ชโยทิต กฤดากร” คลอดแพ็กเกจดูดลงทุน

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เห็นชอบให้ตั้งทีมงาน ซึ่งมี ม.ล.ชโยทิต กฤษดากร ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของตน มาช่วยในส่วนนี้ เป็นคนที่จะนำร่องจะเป็นหัวหน้าทีมในการปฏิบัติการเชิงรุกในการทาบทามบริษัทเอกชนไทยขนาดใหญ่ ทั้งเอกชนในต่างประเทศที่จะให้เข้าใจในศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยและมาลงทุนในประเทศไทย และทำหน้าที่ประสานบีโอไอ อีอีซี และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาในการทำงานให้เป็นรูปธรรมในการหามาตรการดึงดูดนักลงทุนและกลับมาเสนอนายกรัฐมนตรี 60 วันนับจากวันนี้

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า คณะทำงานจะเป็นในลักษณะคณะทำงานเคลื่อนตัวเร็ว เป็นชุดเล็ก เป็นทีมงานไม่ใหญ่ ไม่ต้องการตั้งคณะทำงานใหญ่โต เน้นที่เป้าหมาย เน้นแก้ตรงจุด เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายตรง ๆ เช่น หากตั้งกติกาการตั้งสำนักงานประจำภูมิภาค เพื่อทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในเรื่องนี้ต้องแก้เรื่องอะไรบ้าง โดยการสอบถามผู้ที่สนใจ รวมทั้งเปรียบเทียบกับบริษัทในต่างประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องนี้ว่ามีอะไรบ้าง และไทยมีความแตกต่างจากต่างประเทศอย่างไร หากความแตกต่างอะไรที่สามารถแก้ไขได้ทันทีจะดำเนินการแก้ไขทันที

“เป็นการสร้างทีมคล่องตัว รวดเร็ว สิ่งที่ม.ล.ชโยทิตและทีมงานจะทำ คือ ไปเฟ้นหาว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมเป้าหมายของเราในระดับสากลมีกี่ราย ไปดึงเขาเข้ามา เขาอาจยังไม่รู้จักประเทศไทยเพียงพอ ยังไม่รู้จักความเข้มแข็งของเราเพียงพอ เขาอาจรู้จักเราในฐานะประเทศกำลังพัฒนา มีการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดี ใช้โอกาสนี้ ในการดึงดูด เป็นการปฏิบัติการเชิงรุก”

เปิดโปร์ไฟล์ “ม.ล.ชโยทิต”

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ม.ล.ชโยทิต เป็นอดีตผู้บริหารสูงสุดของบริษัท หลักทรัพย์จีพีมอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทการเงินระดับโลก ซึ่งมีเครือข่าย มีความเข้าใจในนักลงทุนต่างประเทศ เพราะมีประสบการณ์ทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของนายสุพัฒนพงษ์ เป็นกรรมการบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) กรรมการบริษัทอุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด
คุณวุฒิการศึกษา/ประวัติการอบรม ปริญญาตรี เกียรตินิยมสาขา Economy History, University of London
ประวัติการอบรม หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่4 (วตท. 4)
ประสบการณ์การทำงาน 1 ตุลาคม 2552- พฤศจิกายน 2563 กรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท หลักทรัพย์เจพีมอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมือง เศรษฐกิจ