เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
ดูทั้งหมด

ปตท.ฉีกหนีวิกฤตพลังงาน ดึงโมเดลอังกฤษตั้งไข่ “แพลนต์เบส”

26 ส.ค. 2565 | 20:31น.
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์
สัมภาษณ์

หลังจาก ปตท.ได้ปรับวิสัยทัศน์เพื่อสอดรับกับการดำเนินงานในอนาคต Powering Life with Future Energy and Beyondหรือขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต ภายใต้การนำของ CEO “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เดินหน้าแผนงานใน “ธุรกิจใหม่” โดยตั้งเป้าในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2575 จะมีรายได้จากส่วนของธุรกิจใหม่นี้ 30% ของผลประกอบการทั้งหมด

Go Green-Go Electric

วิกฤตราคาน้ำมันส่งผลให้ราคาพลังงานเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์โลก บางช่วงมีการขาดแคลน และในช่วงปีที่ผ่านมา วิกฤตการระบาดโควิด-19 ความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน ล้วนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรวดเร็ว

จึงเป็นจุดเปลี่ยนและความท้าทาย “ความมั่นคงทางพลังงาน” เกิดเป็นไอเดียแนวคิดนำไปสู่การดำเนินธุรกิจในอนาคต Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิต ด้วยพลังอนาคติ ซึ่งต่อจากนี้จะมุ่งพัฒนา ขับเคลื่อนทุกชีวิต ผู้คน ชุมชน สังคม ส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงมากยิ่งขึ้นด้วยพลังงานอนาคต

และธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน เราจะทำอย่างไรต่อเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แต่เชื้อเพลิงในรูปแบบเดิมกำลังจะเปลี่ยนแปลง ที่ชัดเจนที่สุดตั้งแต่ปี 2558 นั่นคือ “หมดยุคเชื้อเพลิงถ่านหิน”

แม้ยุโรปนำกลับมาใช้ในขณะนี้ก็เป็นเพียงกรณีชั่วคราวเท่านั้น เช่นเดียวกับน้ำมันยังคงมีการใช้สูงสุดไปอีกถึงปี 2575 หรือประมาณ 10 ปีข้างหน้า แต่ควรจะทยอยลดการใช้ลง และเพิ่มปริมาณการใช้ “พลังงานสะอาด” ปรับใช้และจัดหาก๊าซธรรมชาติให้มากขึ้น

โดยคาดว่าจะยังมีการใช้ต่อเนื่องไปจนถึง 2583 แต่ในท้ายที่สุด ถนนทุกสายในธุรกิจพลังงานทั้งโลกกำลังจะเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ภายใต้หลัก Go Green และ Go Electric ที่ ปตท.วางแนวคิดไว้

“รูปแบบการใช้พลังงานในอนาคต จะมุ่งไปด้าน Go Green Go Electric มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจะเห็นได้จากดัชนีชี้วัดยอดขายจากสถานีน้ำมันในปัจจุบัน น่าสนใจว่าคนใช้ คนเข้าปั๊มน้ำมัน แต่ไม่เติมน้ำมัน สิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนหนึ่งการเปลี่ยนผ่านในธุรกิจ ปตท.”

6 ขาธุรกิจใหม่

การปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่วิสัยทัศน์ใหม่ ปตท.จะมุ่งไปใน 6 ขาคือ ขาที่ 1 คือ การไปสู่พลังงานอนาคต พลังงานสะอาด เห็นได้จากการเดินหน้าไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งการใช้พลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน

ดังนั้น แม้ว่าวันนี้เรายังอยู่ที่เชื้อเพลิงฟอสซิล ถ่านหิน แต่ที่ผ่านมา ปตท.ได้เข้าไปในธุรกิจพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลมและแสงอาทิตย์ เดินหน้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV ระบบกักเก็บพลังงานสำรอง รวมทั้งการวาง Ecosystem แพลตฟอร์มที่เสริมภาคอุตสาหกรรมของกลุ่มเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และมากขึ้น

ขณะที่อีก 5 ขาจะเป็นธุรกิจใหม่ที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคนทั้งโลก การสนับสนุน ผลักดัน 12 อุตสาหกรรมใหม่ S-curve ของประเทศไทย

คือ 1.Life Science เป็นการลงทุนด้านผลิตภัณฑ์ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอาหารเพื่อสุขภาพ 2.Mobility and Lifestyle การร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อให้สถานีบริการน้ำมันของ ปตท.สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

3.High value business ต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมี 4.Logistics and Infrastructure พัฒนาการขนส่งของประเทศ และ 5.AI, Robotics, and Digitalization ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง รวมถึงการผลิตจักรกลอัจริยะเพื่อส่งเสริมธุรกิจในเครือ

จุดพลุ Life Science

ธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจพลังงาน (Beyond Energy) อย่าง Life Science เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะโปรตีนจากพืชหรือแพลนต์เบส (Plant-based protein)

ซึ่ง ปตท.ลงทุนธุรกิจนี้ผ่านบริษัทลูกคือ บริษัท อินโนบิก (เอเชีย) จำกัด ร่วมทุนกับบริษัท โนฟ ฟู้ดส์ จำกัด (บริษัทย่อยที่ NRF ถือหุ้น 100%) ตั้ง บริษัท นิวทรา รีเจนเนอเรทีฟ โปรตีน จำกัด (NRPT) ถือหุ้น เท่ากัน บริษัทละ 50% จะทำหน้าที่ผลิตและจำหน่ายแพลนต์เบส

ซึ่งล่าสุดนำคณะเดินทางศึกษาแนวทางธุรกิจใหม่ โรงงานโปรตีนจากพืช กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (22-28 สิงหาคม 2565) เป็น Start up ที่ “Wicked Kitchen” แบรนด์อาหารแพลนต์เบส 100% ระดับโลกประเทศอังกฤษ

และโรงงาน plant and bean (UK) เพื่อศึกษาโนว์ฮาวและไอเดียสำหรับไปจัดตั้งโรงงาน พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชแบบครบวงจร ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา โดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง กำลังการผลิตเฟสแรกปริมาณ 3,000 ตัน

คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2/2566 อนาคตโรงงานแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการผลิตและจัดจำหน่ายให้กับตลาดทั่วภูมิภาคอาเซียน พร้อมรองรับการพัฒนาธุรกิจอาหารสำหรับอนาคต (Food for Future) สอดคล้องเทรนด์การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ

ทุ่ม 5 หมื่นล้านปั๊มธุรกิจใหม่

การลุยธุรกิจใหม่ 6 ขานี้ ปตท.ตั้งเป้าเพิ่มการลงทุนธุรกิจใหม่ในส่วนนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลในส่วนนี้ต่อเนื่อง ตั้งเป้าลงทุนประมาณ 30% ของเงินลงทุนที่ได้ตั้งไว้ ในแผน 5 ปี (ปี 2565-2569) ของ ปตท. 146,000 ล้านบาท

หรือเบื้องต้นประมาณ 50,000 ล้านบาท และตั้งเป้าในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2575 จะมีรายได้จากส่วนของธุรกิจใหม่นี้ 30% ของผลประกอบการทั้งหมด

มั่นใจเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีขึ้น

สำหรับภาพรวมของธุรกิจของปตท.ขณะนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีขึ้น หลังจากการผ่อนคลายมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในปีนี้ 2.7-3.2% ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาที่ขยายตัวประมาณ 1.5% ส่งผลดีต่อธุรกิจของปตท.

โดยในครึ่งปีแรก ปตท.มีกำไร 64,419 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นในทุกธุรกิจ สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่ง ปตท.มีกำไร 57,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกำไรกับยอดขายโดยรวมของ ปตท.จะอยู่ที่ 4% ซึ่งถือว่า “ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย” ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งกำไรต่อยอดขายจะอยู่ที่ประมาณ 10% โดยกำไรที่ ปตท.มีนั้น จะแบ่งเป็นการนำส่งเข้ารัฐใน 2 ทาง คือผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินปันผลส่วนที่รัฐบาลถือหุ้นรวมกัน 68% นอกจากนั้น จะนำไปใช้หนี้และใช้ในการลงทุนต่อเนื่อง

โดยในขณะนี้ ปตท.ยังมีหนี้สินอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจจะมองว่าสูง แต่พิจารณาแล้วยังอยู่ในภาวะที่เหมาะสมและสามารถที่จะชำระได้ และท้ายที่สุดคือการนำกำไรเพื่อใช้ในการตอบแทนสังคม เพื่อคนไทย

ในช่วงที่ผ่านมา ปตท.ได้พยายามดูแลราคาน้ำมันมาตลอด จะเห็นว่าราคาของปตท.กับเจ้าอื่นแตกต่างกันอยู่ และยังได้สนับสนุนเงินให้กองทุนน้ำมัน 3,000 ล้านบาท และการดูแลราคาเชื้อเพลิงสำหรับแท็กซี่ หาบเร่ แผงลอย ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม

แต่ในส่วนที่มีการเสนอจะให้ ปตท.นำเงินกำไรทั้งหมดมาลดราคาน้ำมันทั้งหมดนั้น ในส่วนของกำไรไม่มีก็คงได้ เงินปันผลไม่มีก็ได้ แต่ ปตท.ยังจำเป็นต้องใช้หนี้ที่มีอยู่ ไม่อย่างนั้นธุรกิจคงไปต่อไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจ ปตท. พลังงาน