“จุรินทร์” สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรก เปิดเจรจาร่วมการค้า JTC ไทย-มองโกเลีย ตั้งเป้า 5 ปี เพิ่มมูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เผยมองโกเลียสนใจบินตรงเข้าภูเก็ตของไทย
วันที่ 5 กันยายน 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-มองโกเลีย (JTC) กับนางบัตต์เซตเสก บัตมุนห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมองโกเลีย (Mrs.Battsetseg Batmunkh, Minister of Foreign Affairs of Mongolia) ว่า
ตนเดินทางมาเยือนประเทศมองโกเลียครั้งแรกซึ่งได้รับการต้อนรับจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นอย่างดี

โดยการเดินทางมาเยือนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อลงนาม MOU ในการจัดตั้ง JTC เพื่อร่วมกันลดอุปสรรคปัญหาระหว่างกัน ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยมองโกเลียเป็นเจ้าภาพ และจากนั้นจะผลัดกันเป็นเจ้าภาพต่อไป นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการ Business Networking เพื่อเจรจาการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งตนได้นำภาคเอกชนไทยเดินทางมาพบกับนักธุรกิจของมองโกเลียด้วย
อย่างไรก็ดี ตนหวังว่าหลังจากการจัดตั้ง JTC ครั้งนี้ จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน เพิ่มขึ้นจากเดิม 55 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 5 ปีนี้ หรือในปี 2027 จะเพิ่มเป็น 100 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นเป้าหมายที่เดินทางมาครั้งนี้ นอกจากนั้น หวังว่ามูลค่าการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศจะเพิ่มขึ้น 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ปัจจุบันมีการลงทุนอยู่ที่ 1,034 ล้านเหรียญสหรัฐ และที่สำคัญขอถือโอกาสนี้เชิญชวนนักลงทุนจากมองโกเลียไปลงทุนในประเทศไทยในด้านต่าง ๆ รวมทั้งเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวมองโกเลียเดินทางมาเยือนประเทศไทยโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ปีนี้ซึ่งประเทศไทยยินดีต้อนรับ

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ในวันเดียวกันตนยังได้เปิดเวทีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ไทย-มองโกเลีย ครั้งแรก ที่กระทรวงการต่างประเทศ กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย เป็นเจ้าภาพ โดยผลการประชุมครั้งนี้ และครั้งที่ 2 ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะมีการกำหนดวันและเวลาในครั้งต่อไป
“ตนยังได้เชิญชวนภาคเอกชนมองโกเลีย ซึ่งจะมีขึ้นภายในปี 2566 รวม 5 งาน เช่น งานบางกอกเจมส์ เป็นต้น”

นอกจากนี้ ไทยพร้อมที่จะเป็นแหล่งส่งออกอาหารให้มองโกเลีย เช่น ไก่แช่เย็นแช่แข็ง ซีฟู้ด ผลไม้สด ผลไม้กระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ขณะที่มองโกเลียจะเป็นแหล่งส่งออกสินแร่ หนังสัตว์ ผ้าแคสเมีย ให้กับประเทศไทย อีกทั้ง 2 ประเทศก็พร้อมจัดการด้านเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ ก็จะประสานให้ต่อไป
ส่งเสริมการค้าการลงทุน ท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งก็ตกลงเดินหน้า เพื่ออำนวยความสะดวก โดยจะตกลงคุ้มครองการลงทุนทั้ง 2 ฝ่าย โดยทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพ ทำอนุสัญญาเก็บภาษีซ้อน

พร้อมกันนี้ มองโกเลียสนใจเที่ยวบินตรงไปภูเก็ต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งขณะนี้สายการบินมองโกเลีย แจ้งความจำนงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คาดว่าจะเร่งพิจารณาได้ภายใน 2 สัปดาห์