อคส.ปลื้ม 2 ปี ฟ้องร้องคดีทุจริตรับจำนำข้าว-มัน-ข้าวโพด เพิ่มเติม ความเสียหายกว่า 8.7 พันล้านบาท รวมเสียหายทั้งสิ้น 5.24 แสนล้านบาท จากเดิม 5.15 แสนล้านบาท
วันที่ 31 ตุลาคม 2565 นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ องค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปี หรือตั้งแต่เดือน ก.ย. 63 ที่ตนรับตำแหน่งผู้อำนวยการ อคส. ได้เดินหน้าสะสางคดีค้างเก่าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี-นาปรัง, รับจำนำมันสำปะหลัง, รับจำนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสินค้าเกษตรอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมฟ้องคดีได้เพิ่มเติม จะเร่งสะสางเดินหน้าเต็มที่
ทั้งนี้ คดีที่ฟ้องร้องเพิ่มเติมกับผู้กระทำผิดในโครงการต่าง ๆ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเพิ่มเติมรวม 28 คดี มูลค่าความเสียหาย 8,775 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1,349 คดี ความเสียหาย 524,727 ล้านบาท จากเดิมที่ส่งฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ประมาณ 515,952 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า คดีฟ้องร้องเพิ่มเติมดังกล่าว แบ่งเป็น รับจำนำข้าวเปลือก ฟ้องเพิ่ม 3 คดี มูลค่าความเสียหาย 3,022 ล้านบาท รวมเป็น 1,179 คดี ความเสียหายรวม 503,590 ล้านบาท, มันสำปะหลัง ฟ้องเพิ่ม 23 คดี ความเสียหาย 4,825 ล้านบาท รวมเป็น 166 คดี ความเสียหายรวม 20,065 ล้านบาท, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฟ้องเพิ่ม 2 คดี ความเสียหาย 928 ล้านบาท รวมเป็น 4 คดี ความเสียหาย 1,072 ล้านบาท
“คดีเหล่านี้ มีทั้งฟ้องทางอาญา และทางแพ่ง ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น มีบางส่วนที่ศาลชั้นต้นตัดสินแล้ว แต่ อคส. อุทธรณ์ เช่น ศาลตัดสินให้ผู้กระทำผิด ชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส. แต่เราเห็นว่า มูลค่าความเสียหายน้อยเกินไป ก็อุทธรณ์ใหม่ หรือผู้กระทำผิด อุทธรณ์บ้างก็มี”
นอกจากนี้ ยังมีบางคดีที่คดีถึงที่สุดแล้ว และศาลตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส. อย่างคดีฟ้องร้องโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ที่คดีถึงที่สุดและศาลตัดสินให้ชดใช้ความเสียหายให้ อคส.รวมประมาณ 5,000 ล้านบาท และจ่ายชดใช้แล้วประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ อคส.อยู่ระหว่างประสานกับกระทรวงการคลังให้ช่วยเร่งรัดการจ่ายชดใช้ให้ สำหรับคดีที่เกี่ยวกับรับจำนำข้าว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังไม่ถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ อคส.ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับจีนในช่วงรัฐบาลก่อนหน้านี้ เพราะ อคส.ได้รับการแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศว่า ผู้ซื้อของจีน ได้รับมันสำปะหลังจากไทย โดยที่คุณภาพ และมาตรฐานไม่ตรงตามที่กำหนด
จึงต้องตรวจสอบว่า โกดัง และคลังที่ฝากเก็บมันในสต๊อกรัฐบาล มีการรักษาคุณภาพ มาตรฐานตามที่กำหนดหรือไม่ หากไม่มีการรักษาคุณภาพ มาตรฐาน ก็จะมีความผิดไม่ทำตามสัญญาการฝากเก็บ