Skip to content

ราคาน้ำมันดิบ (21 พ.ย. 65) ปรับลด ผ่อนคลายจากความกังวลอุปทานตึงตัว

21 พ.ย. 2565 | 09:19น.
ราคาน้ำมันดิบ (21 พ.ย. 65) ปรับลด ผ่อนคลายจากความกังวลอุปทานตึงตัว

ราคาน้ำมันดิบปรับลด สะท้อนถึงความผ่อนคลายของตลาดจากความกังวลอุปทานตึงตัว

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานตึงตัวลดน้อยลง ในขณะที่ตลาดยังคงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศจีน ซึ่งจะกดดันอุปสงค์น้ำมัน โดยแหล่งข่าวระบุว่า จีนต้องการชะลอการนำเข้าน้ำมันดิบ เนื่องจากพบว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 18 พ.ย. 2565 อยู่ที่ 80.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.56เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 87.62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.16 เหรียญสหรัฐ

Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 18 พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 1 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 623 แท่น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 63 ในขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น 2 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 157 แท่น โดยแท่นขุดเจาะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 219 แท่น หรือ 39% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า

จากการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ ผลสำรวจของรอยเตอร์เปิดเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยลงที่ระดับ 0.50% ในการประชุมนโยบายวันที่ 13-14 ธ.ค. หลังจากที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ถึงสี่ครั้งติดต่อกัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้ออกมากล่าวสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง อีกทั้งน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ ปรับลดลง 2.6% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากคาดการณ์อุปทานเพิ่มสูงขึ้นจากการส่งออกที่มากขึ้นของจีนในช่วง พ.ย.-ธ.ค. อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลของยุโรปในช่วงฤดูหนาวยังคงอยู่ในระดับสูง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมันดิบ