ราคาน้ำมันดิบ (23 ธ.ค. 65) ปรับลด กังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจีนที่เพิ่มขึ้น
วันที่ 23 ธันวาคม 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสเทกซัสและเบรนต์ปรับลดลงประมาณ 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เหตุนักลงทุนมีความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) โดยคาดว่าจะปรับขึ้นประมาณ 0.75% ในปี 2566 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยแตะระดับ 5.0-5.25% เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ และคาดว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไปจนถึงสิ้นปี 2566 นอกจากนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจีนที่ยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกดดันความต้องการใช้น้ำมันโลก
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 22 ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 77.49 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.80 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 80.98 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.22 เหรียญสหรัฐ
สภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีหิมะตกหนักในช่วงฤดูหนาวในสหรัฐ ส่งผลให้สายการบินต่าง ๆ ยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 2,000 เที่ยว ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจกดดันความต้องการใช้น้ำมันในด้านของการเดินทางท่องเที่ยวในระยะนี้
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ปี 2565 ขยายตัวที่ 3.2% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 และ 2 ที่ระดับ 2.6% และ 2.9% ตามลำดับ โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลดลงของตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐ
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่างไรก็ตาม ปริมาณนำเข้าน้ำมันเบนซินของอินโดนีเซียปรับตัวลดลง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลจากจีนไปยังออสเตรเลียปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเดือน พ.ย จีนส่งออกน้ำมันดีเซลที่ 425,000 ตัน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
