เปิดลิสต์สินค้าราคาลดลง กรมการค้าภายในมั่นใจไม่มีของแพง

ซูเปอร์มาร์เก็ต

กรมการค้าภายในกัดฟันย้ำ ไม่มีสินค้าปรับขึ้น พบแต่สินค้าราคาลดลง พร้อมแจกแจง 6 สินค้าหลักลดราคา-สินค้าเกษตรราคาแพงยกแผงทั้งข้าว-ข้าวโพด-มันสำปะหลัง พร้อมวางมาตรการดึงห้าง-ปั๊มน้ำมันช่วยรับซื้อผลผลิตพืช 3 หัว พร้อมเตรียมแปรรูปเป็นหอมกระเทียมเจียว สั่งห้ามนำเข้ามะพร้าว เร่มประสานกรมศุลฯ สกัดลักลอบนำเข้าเข้ม

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ภาพรวมสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ มีการปรับราคาลดลง อีกทั้งห้างได้ให้ความร่วมมือกับกรมในการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยหากไล่เรียงจะพบว่าสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ไก่ หมู ไข่ไก่ สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นปรับลดลง เช่น น้ำมันปาล์ม ส่วนที่เหลือพร้อมให้ความร่วมมือตรึงราคา

วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม
วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม

สำหรับสินค้าปรับราคาลดลง เช่น เนื้อหมู ลดลง 2-4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ไก่มีชีวิตลดลง 3-4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ไก่ที่ชิ้นส่วนที่ใช้ประจำ คือ น่องไก่ติดสะโพก ราคาก็เฉลี่ยอยู่ประมาณ 73 บาท โดยราคา 55- 95 บาท ส่วนน่องหรือสะโพก 54-95 บาท เฉลี่ยที่ 74 บาท ซึ่งตอนนี้ในห้างต่าง ๆ มีการจัดโปรโมชั่นเยอะทีเดียว โดยในห้างแม็คโครเอง ก็มีการจัดโปรโมชั่นน่องไก่ติดสะโพกอยู่ที่ 64 บาท น่องไก่ 63 บาท และน่องไก่ติดสะโพกที่ 71 บาท  และหน้าอกอยู่ที่ 72 บาท ทำให้ภาพรวมตัวเนื้อไก่ก็มีการปรับลดลงมา

ส่วนเรื่องของหมูเนื้อสุกร หมูเนื้อแดง วันนี้ 168 บาทเป็นราคาเฉลี่ยทั้งประเทศ ในห้างต่าง ๆ มีการจัดโปรที่ 149 บาท ทำให้เห็นว่าสถานการณ์ภาพรวมราคาลดลง

ส่วนไข่ไก่ ก็เฉลี่ย 3.90 บาท มีราคาเป็นช่วง เช่น เบอร์ 3 อยู่ที่ 3.40-3.42 บาท ปรับลดลงมาจากที่สหกรณ์ทางกลุ่มผู้เลี้ยงลดราคาลงมาจากก่อนหน้านี้

“ภาพรวมราคาสินค้าอาหารมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เน้นย้ำให้กรมติดตามสถานการณ์ให้ราคาอยู่ภายในสถานการณ์ที่เหมาะสมทุกตัว”

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ราคาก็มีแนวโน้มปรับลดลงมา ตอนนี้ราคา เฉลี่ยที่ 47 บาท/ขวด และในห้างสรรพสินค้าได้มีการจัดโปรโมชั่นทำให้มีราคาลดลงเหลือ 45 บาท/ขวด

“กรมการค้าภายในได้พูดคุยกับสมาคมโรงกลั่น และโรงสกัดให้มีการปรับลดลราคาลงมาให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนซีพีโอ”

ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ จากการตรวจสอบติดตามสถานการณ์ เช่น กลุ่มอาหารกระป๋องยังมีอยู่ในตลาด กรมการค้าภายในยังขอความร่วมมือในการตรึงราคาอยู่”

ส่วนสินค้าเครื่องดื่มต่าง ๆ นั้น กรมการค้าภายในได้มีการพูดคุยหารือกับสมาคมเครื่องดื่ม ทางผู้ประกอบการเองก็แจ้งว่า มีภาระต้นทุน แต่อย่างไรก็จะพยายามตรึงราคา พยายามบริหารจัดการอยู่ภายใต้ราคาที่มีการพูดคุยกันไว้ พยายามจะให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุด โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลคือค่าพลังงานและค่าแรงก็จะมีส่วนสำคัญ เรื่องของราคามันก็จะได้

สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าข้าวสารบรรจุถุง ก็มีการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร พบว่าราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรจะได้รับถือว่าราคามีแนวโน้มปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวปทุมธานี ข้าวเจ้าและข้าวเหนียว ก็มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาข้าวเปลือกเจ้าเฉลี่ยที่ 9,850 บาท/ตัน จากราคาที่ซื้อขาย 9,500-10,200 บาท/ตัน ส่วนข้าวเหนียวเฉลี่ย 12,000 บาท/ตัน เป็นราคาเดียวกับราคาประกัน โดยราคาซื้อขายปกติมีตั้งแต่ 11,500-12,500 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิ 14,400-14,800 บาท ก็เฉลี่ยที่ 14,600 บาท ก็ถือว่าราคามีแนวโน้มสูงขึ้น

“เชื่อว่ามีแนวโน้มที่ตลาดต่างประเทศจะมีความต้องการเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นโอกาสที่เราจะทำกำไร แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถทำกำไรได้เพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อการส่งออก”

สำหรับกลุ่มพืชไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาก็เฉลี่ย 12.80 บาท/กก. ส่วนของราคามันสำปะหลัง 3.20 บาท/กก. และมีแนวโน้มความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า จากการที่กรมการค้าภายในได้เข้าไปจัดทำอมก๋อยโมเดลนั้น ล่าสุดในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ สืบเนื่องจากจะเข้าฤดูกาลเก็บเกี่ยวของพืชสามหัว ผลผลิตในภาพรวม ทั้งหอมใหญ่ หอมแดง กระเทียม มีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 10% หรือประมาณ 40,000 ตัน โดยผลผลิตจะออกมาช่วงมกราคม-มีนาคม

ซึ่งกรมได้เข้าไปดำเนินการรวบรวมจัดเชื่อมโยงตลาด ตามนโยบายของรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ โดยตั้งเป้าหมายปีนี้ 22,800 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10,000 ตัน โดยขณะนี้ได้เข้าไปรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกร 23 กลุ่ม ใน 5 จังหวัดแล้ว นอกจากนี้ยังมีอีก 2 กิจกรรม คือ การจัดเก็บชะลอขาย ตั้งเป้าหมาย 2,850 ตัน  และเป็นการเชื่อมโยงออกนอกแหล่งผลิต 15,000 ตัน

“ปีนี้นำผู้ซื้อจากห้างค้าปลีกค้าส่ง 6 ราย ปั๊มน้ำมัน เช่น พีที พีทีที บางจาก และเชลล์ และตลาดกลางเช่น ตลาดไท สี่มุมเมือง ศรีเมือง และล้านเมือง เข้าไปรับซื้อผลลผลิตจากเกษตรกร นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางพิเศษ ด้วยการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรมาแปรรูปเป็นหอมเจียว กระเทียมเจียว และส่งมอบให้กับร้านธงฟ้า 4,000 สาขา เพื่อลดภาระต้นทุน และยังเป็นการช่วยระบายผลผลิตหอมแดงของเกษตรกรด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วย 2 ขา”

พร้อมกันนี้ได้นำไปจำหน่ายยังโมบายธงฟ้า คือ พาณิชย์ออนทัวร์ทั่วไทย ในราคาประหยัดให้ประชาชนด้วย

ส่วนมาตรการด้านกฎหมาย ตอนนี้กรมได้จัดตั้งสายตรวจเฉพาะกิจโดยร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อเข้าไปตรวจสอบดูแล เรื่องข้อมูลการขนย้าย พร้อมทั้งร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย กรมศุลกากรเพื่อตรวจสอบป้องกันการลักลอบ ไม่ให้มีการนำเข้ามา ส่งผลกระทบต่อราคาของเกษตรกร นอกจากนี้ยังได้มีการตั้งด่านสกัด โดยได้รับความร่วมมือจากกองบังคับการตำรวจทางหลวงและ กรมการขนส่งทางบก

อีกทั้งกรมการค้าภายในได้มีการจัดส่งสายตรวจเฉพาะกิจ ลาดตระเวนจุดต่าง ๆ ที่คาดว่าจะมีการลักลอบขนย้าย โดยเรามีการจัดหาแหล่งข่าว สายข่าวทั้งผู้ค้าหรือผู้ประกอบการนำเข้าบางราย ที่ปฏิบัติอย่างถูกต้อง ซึ่งปี 2564-2565 มีการดำเนินการจับกุมไปแล้ว 15 ราย จำนวน 383,900 ตัน มูลค่า 6 ล้านบาท และมีการส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีไปแล้ว

“การป้องกันและแก้ปัญหาลักลอบอย่างเด็ดขาดเป็นนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์”

นอกจากนี้ เรื่องมะพร้าว กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายชะลอการนำเข้า ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศเองก็จะมีการกำกับดูแลการนำเข้า ส่วนกรมการค้าภายในจะมีการดูแลควบคุมการขนย้าย โดยจะมีการประกาศพื้นที่ควบคุม 15 อำเภอ 8 จังหวัด และ 1 เขต ต้องมีการขออนุญาตขนย้าย

ซึ่งล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการตรวจสอบพบว่า มีการขนย้ายมะพร้าวเข้ามาโดยรถคอนเทนเนอร์ 5 คัน เราได้จัดควบคุมและตรวจสอบ พบว่าเป็นมะพร้าวที่นำเข้ามาโดยไม่ได้มีการขออนุญาตขนย้ายจึงได้ ควบคุมยานพาหนะและมีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ที่ สภ.อ.แหลมฉบัง ทั้ง 5 ราย ถือเป็นการจับกุมและเป็นการแจ้งผู้ประกอบการที่ ลักลอบจะมีการดำเนินมาตรการอย่างเฉียบขาดแน่นอน


ทั้งนี้ หากท่านใดมีเบาะแสสามารถแจ้งมาได้ที่กรมการค้าภายใน ซึ่งเรายังได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง