Skip to content

ดิ้นหนีวิกฤตน้ำมันปาล์มล้นประเทศ รัฐให้ กก.ละ 2 บาทส่งออกล้านตัน

15 ก.พ. 2566 | 07:40น.
ดิ้นหนีวิกฤตน้ำมันปาล์มล้นประเทศ รัฐให้ กก.ละ 2 บาทส่งออกล้านตัน

หวั่นสต๊อกน้ำมันปาล์มท่วมประเทศ จากปัจจุบันพุ่งขึ้นสูงถึง 357,607 ตัน กดดันราคาผลปาล์มต้นฤดู จนคณะกรรมการนโยบายปาล์มต้องออกมาตรการผลักดันส่งออกให้ได้ 1.2 ล้านตันก่อนเดือนเมษายน ด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนให้ กก.ละ 2 บาท ขณะที่กลุ่มโรงงานสกัดคาดทั้งปีจะส่งออกได้ 1 ล้านตันเท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้ต้องรับมือจำนวนผลผลิตปาล์มที่จะออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นด้วย

สถานการณ์ปาล์มน้ำมันในประเทศกำลังจะเข้าใกล้วิกฤตอีกครั้ง หลังตัวเลขตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือล่าสุด ณ เดือนมกราคมสูงถึง 357,607 ตัน หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา 21,770 ตัน ขณะที่ระดับสต๊อกปลอดภัย (safety stock) ควรอยู่ไม่เกิน 300,000 ตัน

ประกอบกับในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผลผลิตปาล์มฤดูกาลใหม่กำลังจะออกสู่ตลาด คาดการณ์สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือจะพุ่งขึ้นเกินกว่า 400,000 ตัน หากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่จะลดปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบลงก็จะส่งผล “กดดัน” ราคาผลปาล์มทะลายให้ตกต่ำลงได้

เร่งนำเรื่องเสนอ ครม.

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณาเห็นชอบ “มาตรการสนับสนุน” การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบให้กับผู้ส่งออก กก.ละ 2 บาท ในปริมาณ 1.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นผลมาจากสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในประเทศขณะนี้มีปริมาณสูงถึง 357,607 ตัน หรือเกินกว่าระดับปลอดภัยที่วางไว้ 300,000 ตันมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ประกอบกับราคา CPO ในตลาดโลก กก.ละ 29.50 บาท หรือสูงกว่าราคา CPO ในประเทศที่ กก.ละ 28-29 บาท

สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้กำหนดไว้ว่า หากมีปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบสูงและราคาตลาดโลกสูง ให้ระบายสต๊อกภายในด้วยการส่งออก เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาผลปาล์มในประเทศไม่ให้ปรับตัวลดลง และเป็นการเตรียมพร้อมก่อนที่ผลผลิตปาล์มฤดูใหม่ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคมนี้ โดยทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลผลิตปาล์มไทยจะเพิ่มขึ้น 3% จาก 18.42 ล้านตันเป็น 18.98 ล้านตัน

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะที่จะส่งออกน้ำมันปาล์ม เพราะราคา CPO ตลาดโลกสูงกว่าราคาในประเทศของมาเลเซีย ซึ่งใช้เป็นราคาอ้างอิงอยู่ที่ กก.ละ 29.50 บาท และสต๊อกน้ำมันปาล์มในประเทศเกินกว่า 300,000 ตัน กรมจึงต้องเร่งรัดการส่งออกเพื่อระบายสต๊อกส่วนที่ยังเกินอยู่ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในประเทศ

โดยจะต้องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาชดเชยให้กับผู้ส่งออก กก.ละ 2 บาท เพื่อผลักดันการส่งออกให้ได้ตามปริมาณเป้าหมาย 1.5 ล้านตัน ซึ่งจะช่วยให้ราคาผลปาล์มสดไม่ลดลงช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด สำหรับราคาผลปาล์มขณะนี้อ่อนตัวลงมาที่ กก.ละ 4.90-5.10 บาท แต่ยังสูงกว่าราคาประกันรายได้” นายวัฒนศักย์กล่าว

ทั้งนี้ผลจากการเร่งรัดผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มในช่วงที่ผ่านมา พบว่าเดือนมกราคม 2566 ส่งออกไปแล้วประมาณ 40,000 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2566 คาดว่าจะส่งออกได้กว่า 80,000 ตัน และทั้งปี 2566 ตั้งเป้าหมายส่งออกน้ำมันปาล์มมากกว่าปี 2565 ที่ส่งออกได้มากถึง 920,000 ตัน เพิ่มขึ้น 57% จากปี 2564 ที่ส่งออกได้ 620,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 45,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 90%

อินโดฯระงับส่งออกน้ำมันปาล์ม

ด้านแหล่งข่าวจากวงการส่งออกปาล์มระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งระบายสต๊อกน้ำมันปาล์มส่วนเกินก่อนที่ผลผลิตปาล์มฤดูกาลใหม่จะออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคมนี้ ขณะที่ความต้องการใช้ในส่วนของไบโอดีเซลหรือ B100 ยังทรงตัว (ปริมาณสต๊อก B100 เดือนมกราคมอยู่ที่ 48,602 ตัน) เท่ากับการลดสต๊อกน้ำมันปาล์มคงเหลือมีอยู่วิธีการเดียว นั่นก็คือ การเร่งส่งออกน้ำมันปาล์ม

ประกอบกับช่วงนี้ยังเป็นจังหวะที่ดี หลังจากที่รัฐบาลอินโดนีเซียหันกลับมา “ระงับ” ใบอนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มบางส่วนอีกครั้ง เพื่อรักษาอุปทานภายในประเทศ คาดการณ์ราคาน้ำมันปาล์มปรุงอาหารในอินโดนีเซียปรับเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลรอมฎอนของอิสลาม และการเฉลิมฉลองวันอีด ซึ่งจะตรงกับเดือนเมษายนปีนี้

“เดิมอินโดนีเซียออกใบอนุญาตส่งออกให้กับบริษัทน้ำมันปาล์มที่ได้ขายผลิตภัณฑ์ของตัวให้ตลาดภายในประเทศในสัดส่วนหนึ่ง ตามนโยบายเรียกว่า ตลาดในประเทศภาระผูกพัน หรือ DMO ซึ่งขณะนี้ DMO อนุญาตให้ส่งออกในปริมาณที่มากกว่าบริษัทที่ขายในประเทศถึง 6 เท่า ตอนนี้มีผู้ส่งออกถือใบอนุญาตส่งออกมูลค่าประมาณ 5.9 ล้านตัน ณ สิ้นเดือนมกราคม

ดังนั้นบริษัทน้ำมันปาล์มได้รับคำสั่งให้เพิ่มซัพพลายในประเทศจากประมาณ 300,000 ตันต่อเดือนก่อนหน้านี้ เป็น 450,000 ตันต่อเดือนไปจนถึงเดือนเมษายน เพื่อรองรับความต้องการใช้ช่วงเทศกาล”

โรงสกัดคาดส่งออกได้ 1 ล้านตัน

ด้านนายไกรวุฒิ ศิริอนันตภัทร์ นายกสมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม กล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบในปี 2566 คาดว่าจะมีปริมาณ 1 ล้านตัน หรือส่งออกได้เท่ากับปีที่ผ่านมา ขณะที่ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) คาดว่าจะมีปริมาณ 3 ล้านตัน เทียบเท่าปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยผลผลิตปาล์มสดจะออกมากสุดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2566 นี้

ประเมินดูจากการขยายพื้นที่การเพาะปลูก รวมถึงต้นกล้าที่ขาดแคลน “โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบส่งออกน้ำมันปาล์มต่อเนื่องมาเป็น 10 ปีแล้ว มีมูลค่าปีละหมื่นกว่าล้านบาท เพื่อผลักดันน้ำมันปาล์มดิบที่ล้นตลาดออกสู่ตลาดโลก โดยตลาดส่งออกหลัก 95% อยู่ที่ตลาดอินเดีย” นายไกรวุฒิกล่าว

สำหรับหลักเกณฑ์การสนับสนุนการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบของภาครัฐนั้น เดิมจะกำหนดให้ส่งออกก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า น้ำมันปาล์มดิบในสต๊อกจะต้องเกินกว่าระดับ 300,000 ตัน และราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศจะต้อง “ต่ำกว่า” ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก โดยรัฐจะชดเชยให้กับผู้ส่งออก กก.ละ 2 บาท เพื่อนำไปใช้ช่วยค่าขนส่งและจัดเก็บน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเท่าที่ทราบปัจจุบันได้ผ่านการพิจารณา กปน.แล้ว และอยู่ระหว่างของการเสนอ ครม.เห็นชอบ

ส่วนสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบปัจจุบันจากตัวเลขน่าจะอยู่ที่ 300,000 กว่าตัน ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศตอนนี้อยู่ที่ 28-29 บาท/กก. ส่วนราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกอยู่ที่ 3,800-3,900 ริงกิต โดยราคาในประเทศยังคงถูกกว่าราคาต่างประเทศ ทำให้การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบยังคงส่งออกสู่ตลาดได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันปาล์ม