เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
บล.พาย ชู KKP หุ้นเด่น สวนกระแสกำไรแบงก์หด มอง SET แกว่ง 1,545-1,565 จุด
Finance บล.พาย ชู KKP หุ้นเด่น สวนกระแสกำไรแบงก์หด มอง SET แกว่ง 1,545-1,565 จุด
แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
Real Estate แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
Biz Movement มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
Automotive โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
ดูทั้งหมด

รัฐบาลอินโดฯ ประกาศ คุมส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ รวมน้ำมันปาล์ม-ถ่านหิน

21 พ.ค. 2569 | 17:41น.

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ รวมถึงน้ำมันปาล์มและถ่านหิน ไว้ภายใต้การควบคุมของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาการสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง และเพิ่มรายได้รัฐบาล เริ่ม 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

เอพี (AP) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2026 ว่า การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ เช่น น้ำมันปาล์ม ถ่านหิน และโลหะผสมเหล็ก (เฟอโรอัลลอย) จะต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากพยายามที่จะกระชับการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติและเพิ่มรายได้ของรัฐ

ปราโบโว กล่าวต่อรัฐสภาว่า อินโดนีเซียสูญเสียเงินมากถึง 9.08 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 29.6 ล้านล้านบาท) เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์ส่งออกถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อลดภาษี ซึ่งถือเป็นการฉ้อโกง โดยการที่รัฐเข้ามาควบคุมจะทำให้เงินเข้าสู่คลังของรัฐบาลมากขึ้น

“วัตถุประสงค์หลักของนโยบายนี้คือ การยกระดับการกำกับดูแลและการตรวจสอบให้เข้มงวดขึ้น และต่อต้านการสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง การกำหนดราคาโอน และการเบี่ยงเบนรายได้จากการส่งออก” ปราโบโวกล่าว

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า บริษัทรัฐวิสาหกิจ Danantara Sumberdaya Indonesia (DSI) ซึ่งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ดานันตารา (Danantara) ถือหุ้นอยู่ 99% จะทำหน้าที่เป็นบริษัทการค้า และจะเป็นช่องทางเดียวที่ผู้ผลิตในประเทศสามารถขายสินค้าให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศได้

นโยบายใหม่จะเริ่มดำเนินการทีละขั้นตอนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป โดย DSI จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกในการติดต่อระหว่างผู้ส่งออกและผู้ซื้อในต่างประเทศในระยะเริ่มต้น และมีการทบทวนการดำเนินงานทุกสามเดือน

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศมหาอำนาจด้านสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเป็นผู้ส่งออกถ่านหินเชื้อเพลิงและน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งมีแหล่งสำรองแร่นิกเกลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ที่พึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์ของอินโดนีเซียจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน อาทิ จีนซึ่งซื้อนิกเกลส่วนใหญ่จากอินโดนีเซีย

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งอินโดนีเซีย ปี 2024 ระบุว่าประเทศผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซียรายใหญ่ที่สุด ได้แก่ ปากีสถาน สหรัฐอเมริกา และบังกลาเทศ ส่วนประเทศผู้นำเข้าถ่านหินเชื้อเพลิงจากอินโดนีเซียรายใหญ่ที่สุด คือ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้

ตัวแทนจากบริษัทการค้าของญี่ปุ่นรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า มาตรการใหม่นี้มีแต่ข้อเสียสำหรับผู้ซื้อชาวญี่ปุ่น โดยบริษัทญี่ปุ่นนำเข้าถ่านหินจากอินโดนีเซียถึง 20% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมดต่อปี และหลายบริษัทอาศัยกระบวนการประมูลเพื่อเจรจาเงื่อนไขและปริมาณสัญญา โดยพิจารณาจากข้อเสนอจากผู้จำหน่ายหลายรายเพื่อให้ได้เงื่อนไขการซื้อที่เอื้ออำนวย

ดังนั้น การรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ภายใต้หน่วยงานของรัฐเพียงแห่งเดียว นั่นหมายความว่า “ความยืดหยุ่นจะหายไป”

รัฐบาลและดานันตาราไม่ได้ให้ข้อมูลประมาณการว่า นโยบายใหม่นี้จะสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่ประเทศได้มากน้อยเพียงใด แต่ แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา การสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงแค่อย่างเดียว ก็คาดว่าทำให้อินโดนีเซียสูญเสียเงินไปมากกว่า 15,000 ล้านล้านรูเปียห์แล้ว (ราว 2.77 หมื่นล้านบาท)