สิงคโปร์อากาศเลวร้ายทุบสถิติ ต้นตอไฟป่าอินโดฯ
คุณภาพอากาศสิงคโปร์เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 เนื่องจากปัญหาหมอกควันข้ามแดนปกคลุมทั่วประเทศ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สิงคโปร์ตกอยู่ในสภาพถูกหมอกควันปกคลุมทั่วประเทศ โดยควันจากไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียส่งผลให้ระดับมลพิษทางอากาศทั่วเกาะพุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ (National Environment Agency) ระบุว่า พื้นที่ทั้ง 5 โซนของสิงคโปร์มีระดับคุณภาพอากาศที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ระดับนี้นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 ข้อมูลจาก IQAir ชี้ว่าปัจจุบันคุณภาพอากาศของสิงคโปร์จัดอยู่ในกลุ่ม 10 เมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก โดยมีเมืองหลวงของมาเลเซียและอินโดนีเซียติดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
แม้ว่าอินโดนีเซียจะต้องรับมือกับปัญหาไฟป่าในช่วงฤดูแล้งเป็นประจำทุกปี แต่ในปีนี้กลับพบจุดความร้อน (hotspots) มากกว่าปกติ โดยข้อมูลจาก SiPongi ซึ่งเป็นระบบติดตามไฟป่าของกระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียระบุว่า มีการตรวจพบจุดความร้อนมากกว่า 9,000 จุดในเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดสำหรับเดือนดังกล่าวเมื่อเทียบกับข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 2015 และในเดือนกันยายนนี้ก็มีการตรวจพบจุดความร้อนแล้วกว่า 7,000 จุด
สถานการณ์ดังกล่าวเลวร้ายลงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความเข้มข้น ซึ่งส่งผลให้สภาพอากาศในพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคแห้งแล้งยิ่งขึ้น ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน (ASEAN Specialised Meteorological Centre) คาดการณ์ว่าสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวยให้สถานการณ์คลี่คลายลงในเร็วๆ นี้ เนื่องจากคาดว่าสภาพอากาศแห้งแล้งจะยังคงดำเนินต่อไปในพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะอันใกล้นี้
“คาดว่าสถานการณ์จุดความร้อนและหมอกควันในภูมิภาคจะยังคงทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องที่จะเกิดปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน” ศูนย์อุตุนิยมวิทยาอาเซียนระบุในรายงานพยากรณ์อากาศล่าสุด
ข้อมูลจากภาครัฐอินโดนีเซียระบุว่า ในวันนี้ (15 กันยายน) คุณภาพอากาศในบางพื้นที่ของภูมิภาคกาลีมันตันและสุมาตราในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นจุดที่เกิดไฟป่าหนาแน่นที่สุด อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ทางด้านมาเลเซียก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยปัญหาหมอกควันที่หนาทึบในช่วงปลายเดือนสิงหาคมส่งผลให้รัฐบาลต้องย้ายสถานที่จัดพิธีกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติของผู้นำประเทศเข้าไปจัดภายในอาคาร นอกจากนี้ ยังมีการประกาศภาวะฉุกเฉินในบางพื้นที่ของรัฐซาราวักเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาอีกด้วย
จุดความร้อน (Hotspot) หมายถึงตำแหน่งที่ดาวเทียมตรวจพบอุณหภูมิพื้นผิวสูงผิดปกติ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดไฟไหม้ สภาพอากาศที่แห้งแล้งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของอินโดนีเซีย โดยปริมาณน้ำในแหล่งผลิตนิกเกิลขนาดใหญ่ลดลง และคาดว่าการผลิตน้ำมันปาล์มก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ที่ผ่านมามีการระบุว่าวิธีการถางและเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไฟป่า นอกจากนี้ พุ่มไม้แห้งตามพื้นป่ายังสามารถเป็นเชื้อเพลิงลุกลามไปยังพื้นที่พรุที่มีคาร์บอนสะสมอยู่สูง ซึ่งไฟที่ลุกไหม้ในพื้นที่ลักษณะนี้มักจะคุกรุ่นอยู่เป็นเวลานานและดับให้สนิทยาก