เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
Finance กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
“ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
Real Estate “ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
Biz Movement คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
Finance ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
Finance เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
News หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
Economic เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
Biz Movement 4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
“เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
Politics “เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
ดูทั้งหมด

ยุทธศาสตร์ใหม่ กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

28 พ.ค. 2566 | 08:25น.
ยุทธศาสตร์ใหม่
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : ดร.นครินทร์ อมเรศ ฝ่ายยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์

ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวทางการเมืองหลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จนี้ หลายภาคส่วนถกกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงขอเชิญทุกท่านร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับประเด็นยุทธศาสตร์ใหม่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ที่ได้รับเกียรติให้บรรยายในหลักสูตรนักบริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข

ก่อนอื่นขอสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3.6 และ 3.8 ในปีนี้และปีหน้าตามลำดับ ตามแรงส่งสำคัญจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน สำหรับการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้

โดยคาดว่าในปีหน้าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 87.8 ของก่อนการเกิดโควิด-19 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลง

ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคสะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยกำลังกลับเข้าสู่สถานะปกติในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 กล่าวคือเราเป็นประเทศที่พึ่งพาการค้าระหว่างประเทศ ทั้งด้านสินค้าและบริการเป็นหลัก โดยผลจากการเปลี่ยนแปลงในช่วงโควิด-19 ทั้งผลบวกในช่วงต้นของการฟื้นตัวที่ทำให้การส่งออกสินค้าขยายตัวได้มาก และผลลบจากการติดขัดในห่วงโซ่อุปทาน

ตลอดจน อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงก่อนหน้ากำลังหมดลง แต่ยังมีร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 
ไม่ว่าจะเป็นด้านลบอย่างภาระหนี้ครัวเรือนและธุรกิจในระดับสูง หรือด้านบวกอย่างการปรับตัวใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลในวงกว้าง

ในการกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น คงต้องย้อนมาทบทวนยุทธศาสตร์ในปัจจุบัน ซึ่งไทยมียุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560-2580 เป็นแผนหลัก และได้มีกลไกการทำงานสอดประสานกับแผนอื่น อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2670 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน แผนยุทธศาสตร์ชาตินั้นมุ่งให้ไทยเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2580

โดยมีสัดส่วน GDP จากภาคการท่องเที่ยวร้อยละ 30 มีส่วนแบ่งของผู้ประกอบการ SMEs ใน GDP ร้อยละ 50 และวัดคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกช่วงวัยผ่านดัชนีการพัฒนามนุษย์ เพื่อเมื่อเราผนวกผลการเปลี่ยนแปลง ในช่วงที่เกิดโควิด-19 ขึ้น จะพบว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลได้เพิ่มสูงขึ้นมากในวงกว้าง ผ่านทั้งการสนับสนุนของภาครัฐ

ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ การกำหนดทิศทางของแนวทางการกำกับดูแลอย่างชัดเจน และการส่งเสริมให้เกิดการได้รับเงินช่วยเหลือผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ แต่ปัญหาความไม่ทั่วถึงของการให้บริการก็ยังปรากฏ

โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง อาทิ การที่มีเด็ก ๆ ในกลุ่มยากลำบากที่สุดอีกกว่าร้อยละ 43 ที่เข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ในทางสังคมมีจำนวนนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มสูงขึ้นอีกกว่าร้อยละ 30 
จากประมาณ 1 ล้านคนในช่วงต้นปีการศึกษา พ.ศ. 2563 นอกจากนี้ การใช้งานอย่างแพร่หลายของการเงินดิจิทัลในวงกว้างมีส่วนให้มิจฉาชีพใช้เป็นโอกาสในการหลอกลวงจนเกิดอาชญากรรมออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้และผู้ให้บริการต้องปรับตัวยกเครื่องเพื่อรับมือกันอีกมาก

การเดินหน้ายุทธศาสตร์ใหม่จึงไม่เพียงต้องรับเอาสถานการณ์และแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นมาใช้เป็นตัวแปรในการพิจารณา แต่ควรคิดไปถึงรูปแบบการกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ ๆ ด้วย ซึ่งอาจารย์ Kim และ Mauborgne ได้เสนอแนวทางที่เรียกว่า nondisruptive creation หรือการสร้างโดยไม่ทำลาย

ซึ่งหากมองทิศทางยุทธศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมาของทั้งไทยและโลก ส่วนใหญ่จะอยู่ในกรอบของ creative destruction ที่เน้นให้เกิดการทำลายอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการถ่ายโอนทรัพยากรไปยังธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

แต่แนวทางดังกล่าวจะก่อให้เกิดต้นทุนทางสังคมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ เพิ่มเติมไปจากต้นทุนทางสังคมอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทางอ้อม แต่หากเรากำหนดยุทธศาสตร์ด้วยการสร้างโดยไม่ทำลายแล้ว จะไม่ก่อให้เกิดต้นทุนทางสังคมแก่ผู้ได้รับผลกระทบทางตรง

หัวใจของการกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ อยู่บนพื้นฐานของพัฒนาการในช่วงที่ผ่านมา คือการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาการด้านดิจิทัลและข้อมูลที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพในระดับบุคคล เป็นการตีลังกามุมมองจากการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในแบบบนลงล่าง มาเป็นการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาในระดับย่อยที่สุด คือในระดับบุคคล

ซึ่งแนวทางดังกล่าว สอดรับกับหลักคิด nondisruptive creation ได้เป็นอย่างดี เพราะมีแต่จะเสริมให้แต่ละบุคคลมีความสามารถสูงขึ้น เข้าถึงทรัพยากรได้ตรงจุด และทราบขีดความสามารถของตนเอง ตลอดจนกำหนดแผนในการพัฒนาตนเองไปได้ โดยปรับบทบาทของภาครัฐเป็นการเอื้ออำนวยเป็นหลัก

โดยสรุปแล้ว การต่อยอดกลไกยุทธศาสตร์ชาติเดิมที่วางการทำงานอย่างเป็นระบบ ระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยใช้ประโยชน์การพัฒนาการด้านเทคโนโลยีด้านดิจิทัลและข้อมูลอย่างเต็มที่

โดยกำหนดแผนงานและเป้าหมายชี้วัดในระดับบุคคล ผ่านการสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันให้ผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้รับประโยชน์เต็มที่และปิดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ภาครัฐจะสามารถทุ่มเททรัพยากรไปบริหารจัดการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือสินค้าสาธารณะได้อย่างเต็มที่

ซึ่งจะก่อให้เกิดจุดสมดุลของการทำงานระหว่างกลไกตลาดและการดำเนินนโยบายอย่างลงตัว โดยไม่เป็นการลดบทบาทการทำงานของภาครัฐลง ไม่ต้องไปทดแทนธุรกิจหรือผู้เล่นเดิม ๆ ในตลาดที่ยังปรากฏอยู่ จึงนับเป็นการสร้างโดยไม่ทำลาย ได้ตามหลักคิด nondisruptive creation

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง เศรษฐกิจไทย