จับตามาตรการตรึงราคา LPG สิ้นสุด 30 มิ.ย.นี้ รัฐยังหนุนต่อหรือพอแค่นี้

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบการทบทวนการกำหนดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ให้คงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น LPG ที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีกรอบเป้าหมายเพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566

ขณะที่หนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของบัญชีก๊าซ LPG ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2566 ทะยานสู่ 46,249 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วในเดือนเดียวกันกว่าหมื่นล้านบาท ทำให้ต้องจับตามองว่า การหนุนราคา LPG นี้จะไปต่อหรือพักก่อน

จุดเริ่มต้นหนุน LPG

ย้อนกลับเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 กบง.เริ่มมีมติใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกปลายทาง เนื่องจากราคาก๊าซ LPG ตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 577.5 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในเดือนตุลาคม 2560 ทำให้กองทุนน้ำมันฯมีภาระการชดเชยเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่ 510 ล้านบาทต่อเดือน ในเดือนสิงหาคม กระโดดมาเป็น 913 ล้านบาทต่อเดือน ในเดือนตุลาคม 2560

ต่อมาในวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 กบง.ได้มีมติกำหนดอัตราเงินชดเชยของกองทุนน้ำมันฯ สำหรับก๊าซที่จำหน่ายเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง เพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม หรือ 21.87 บาทต่อกิโลกรัม จนถึงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 กองทุนน้ำมันฯ บัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 117 ล้านบาท นับเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้ก้อนใหญ่ในอนาคต

ราคา LPG ตั้งแต่ 2563-2566

จากการสำรวจราคาก๊าซ LPG ตั้งแต่ปี 2563-2566 พบว่า มีการปรับราคาขึ้น-ลงทั้งหมด 4 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อ 19 มีนาคม 2563 ที่มีการปรับราคาขายปลีก LPG ลงจากปี 2561 เดิมที่ราคา 363 บาท ลดลงอยู่ที่ประมาณ 318 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม

ส่วนการปรับราคา LPG ครั้งที่ 2 เมื่อ 17 มีนาคม 2565 โดยปรับราคาขึ้นมาอยู่ประมาณ 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ต่อมาการปรับราคาขึ้นครั้งที่ 3 ในวันที่ 7 กันยายน 2565 โดยมีกรอบเป้าหมายราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม

และการปรับราคาในรอบที่ 4 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 ทำให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566

ราคาก๊าซ LPG ตั้งแต่ปี 2565-2566 มีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว เพราะในปี 2565 มีการปรับราคาขึ้นแล้วทั้งหมด 2 ครั้ง กระโดดจาก 363 บาท มาเป็น 408 บาทต่อ 15 กิโลกรัม ซึ่งเพิ่มมาถึง 45 บาท

กองทุนน้ำมันฯแบกหนี้ LPG

สภาพฐานะกองทุนน้ำมันฯ บัญชีก๊าซ LPG ก่อนการอุดหนุนกองทุนน้ำมันฯ โดยสำรวจประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันฯ วันที่ 1 มกราคม 2560 พบว่า ฐานะของกองทุนสุทธิ บัญชีก๊าซ LPG อยู่ที่ 7,384 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2566 พบว่า ฐานะกองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่ที่ 46,249 ล้านบาท รวมการขยายเพดานหนี้ของกองทุนน้ำมันฯถึง 6 ครั้ง ตั้งแต่ 18,000 ล้านบาท จนกระทั่งถึง 48,000 ล้านบาท ในปัจจุบัน และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

มาตรการอุดหนุนช่วยเหลือ

แม้ว่า กบง.จะช่วยคงราคาก๊าซ LPG เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคปลายทางอย่างประชาชนและผู้ขายรายย่อย ทว่าก็ยังไม่เพียงพอ ตามมติของ กบง. เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ทำให้กระทรวงพลังงานต้องได้ขอความร่วมมือจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ช่วยเหลือส่วนลดราคาก๊าซ LPG แก่ผู้มีรายได้น้อยที่เป็นร้านค้า หาบเร่แผงลอยอาหาร ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ ปตท. จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565

รวมถึงเมื่อ 17 มีนาคม 2565 มีมติให้ กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG โดยเพิ่มการช่วยเหลือส่วนลดราคาก๊าซ LPG กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน อีก 55 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เป็น 100 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูกันต่อว่า กบง.จะมีมาตรการช่วยเหลืออุดหนุนราคาขายปลีก LPG ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ทิศทางราคา LPG จะเป็นอย่างไรต่อไป จะหนุนต่อหรือพอแค่นี้ รวมถึงปัญหาหนี้กองทุนน้ำมันฯที่พุ่งไม่มีหยุดจะไปสุดที่ตรงไหน แล้วสุดท้ายแก้ปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าก๊าซหุงต้มจะมีทางออกที่ยั่งยืนหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป