ราคาน้ำมันดิบ (7 ก.ค. 66) ทรงตัว หลังตลาดยังกังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ย

ราคาน้ำมันดิบ
Photo by Mladen ANTONOV / AFP

ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังตลาดยังกังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ ขณะที่สต๊อกสหรัฐลดลงมากกว่าที่คาด

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสทรงตัว หลังตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐและยุโรปมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ โดยตลาดคาดว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปลายเดือนนี้ มีโอกาสที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% จากตัวเลขการจ้างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ หากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก โดยปัจจุบันมีข้อมูลสนับสนุนจากตัวเลขการผลิตในอุตสาหกรรมและภาคบริการในจีนและยุโรปที่เริ่มปรับตัวลดลง

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสเมื่อ 6 ก.ค. 2566 อยู่ที่ 71.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.01 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 76.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.13 เหรียญสหรัฐ

ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนในสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นกว่า 497,000 ตำแหน่ง ในเดือน มิ.ย. 66 มากกว่าในเดือน พ.ค. 66 ที่ปรับขึ้น 267,000 ตำแหน่ง สะท้อนถึงตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่ง

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย. 66 ปรับตัวลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 452.2 ล้านบาร์เรล ลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.0 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังโรงกลั่นในเกาหลีใต้จะเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงในช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงหนุนจากรายงานตัวเลขการใช้น้ำมันของไต้หวันในเดือน พ.ค. 66 ที่ปรับเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน มาอยู่ที่ระดับ 171,000 บาร์เรลต่อวัน

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันดีเซลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกปรับเพิ่มขึ้น และยังมีการนำเข้าน้ำมันจากอินเดียและประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ในไต้หวันเดือน พ.ค. 66 ที่ปรับตัวลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา