เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ยศชนัน’ 347 ล้าน เงินฝาก 109 ล้านบาท ที่ดิน 28 แปลง
Politics เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ยศชนัน’ 347 ล้าน เงินฝาก 109 ล้านบาท ที่ดิน 28 แปลง
Melody of Life 17 ดนตรีคือภาษารักษ์โลก จัดใหญ่ 16-18 ต.ค. นี้
SD Melody of Life 17 ดนตรีคือภาษารักษ์โลก จัดใหญ่ 16-18 ต.ค. นี้
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท ทองรูปพรรณ 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท ทองรูปพรรณ 68,750 บาท
SCB WEALTH – ฮั่วเซ่งเฮง มองทองคำปลายปีนี้มีโอกาสแตะ 5,000 USD/ออนซ์
Finance SCB WEALTH – ฮั่วเซ่งเฮง มองทองคำปลายปีนี้มีโอกาสแตะ 5,000 USD/ออนซ์
เอกนิติ มั่นใจยังบริหารน้ำภาคกลางได้ แผนรับมือฝนมากผันลงคลองสาขา
Politics เอกนิติ มั่นใจยังบริหารน้ำภาคกลางได้ แผนรับมือฝนมากผันลงคลองสาขา
สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
Economic สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
รัฐบาลแจงปมตีตก พ.ร.บ.THACCA เสี่ยงซ้ำซ้อน-เพิ่มภาระงบ ควรปรับปรุงก่อน
Politics รัฐบาลแจงปมตีตก พ.ร.บ.THACCA เสี่ยงซ้ำซ้อน-เพิ่มภาระงบ ควรปรับปรุงก่อน
ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง กม.คุมกัญชา’ ย้ำใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ลุยเพิ่มโทษหนัก
Politics ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง กม.คุมกัญชา’ ย้ำใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ลุยเพิ่มโทษหนัก
BBLAM เปิดตัว B-WEALTH RMF Series 5 กองทุน รับแผนเกษียณ-ลดหย่อนภาษี
Finance BBLAM เปิดตัว B-WEALTH RMF Series 5 กองทุน รับแผนเกษียณ-ลดหย่อนภาษี
ครม.เคาะตั้ง ‘อธิบดีกรมอาเซียน – อธิบดีกรมการศาสนา’
Politics ครม.เคาะตั้ง ‘อธิบดีกรมอาเซียน – อธิบดีกรมการศาสนา’
ดูทั้งหมด

ส่องอุตสาหกรรมอีวีไทย เมื่อ “สงครามการค้าสหรัฐ-จีน” ยืดเยื้อ

14 ก.ค. 2566 | 09:00น.
อุตสาหกรรมอีวีไทย

เป็นเวลากว่า 5 ปีที่สหรัฐกับจีนเริ่มทำสงครามการค้า (Trade war) และยืดเยื้อไปสู่ความพยายามแยกห่วงโซ่อุปทาน (Decoupling) ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ ส่งผลกระทบมายังเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global value chains : GVCs) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านการผลิต การส่งออก และการจ้างงาน

ล่าสุดสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำโครงการศึกษาการแยกห่วงโซ่อุปทาน (decoupling) ของอุตสาหกรรมสำคัญระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน และนัยต่อเศรษฐกิจการค้าไทยขึ้น เพื่อมองข้ามชอตเรื่องการ decoupling โดยวิเคราะห์ลงลึกไปในอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย

ไทย Detroit of Asia

รศ.ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าคณะวิจัย ฉายภาพว่า ไทยได้รับการขนานนามว่าเป็น “Detroit of Asia” ซึ่งเกิดจากการที่ไทยเป็นฐานการผลิตและการส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลกมาเกือบสองทศวรรษ ในช่วงก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ปริมาณการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine Vehicles : ICEVs) ในไทยอยู่ที่ประมาณปีละ 2 ล้านคัน

แบ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประมาณ 8 แสนคันต่อปี และรถกระบะ 1 ตัน ประมาณ 1.1-1.2 ล้านคันต่อปี แม้ปริมาณการผลิตจะลดลงไปบ้างในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 และ 2564 แต่กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในปี 2565 โดยการผลิตรวมอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านคัน

สำหรับรถยนต์ที่ผลิตได้กว่า 50% ของการผลิตนั้น เป็นการผลิตเพื่อส่งออก โดยมีตลาดหลัก ได้แก่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นอกจากบริษัทผลิตและประกอบรถยนต์แล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังมีผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศกว่า 3,000 ราย ครอบคลุมเกือบทุกชิ้นส่วน และสร้างการจ้างงานกว่า 300,000 คน

“อีวี” จุดเปลี่ยน

มาวันนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยและโลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ จากการมาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในขณะที่การแยกห่วงโซ่อุปทานระหว่างสหรัฐกับจีนที่กำลังเกิดขึ้น คาดว่าส่งผลดีต่อไทยในการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนที่เป็น aftermarket (Replacement Equipment Manufacturing : REM) แต่อาจส่งผลกระทบต่อชิ้นส่วนรถยนต์ ส่วนที่เป็น Original Equipment Manufacturing (OEM) บ้าง

เพราะธรรมชาติของการผลิตและค้ารถยนต์ ICEVs ของโลก ที่เมื่อประเทศใดถูกเลือกเป็นฐานการผลิต ผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างทยอยตามเข้ามาลงทุนในประเทศนั้น และพัฒนาขึ้นมาจนเกิดเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่มีโรงงานผลิตรถยนต์เป็นศูนย์กลางและรายล้อมด้วยซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วน

เนื่องจาก ICEVs ใช้ชิ้นส่วนจำนวนมาก (มากกว่า 30,000 ชิ้น) และชิ้นส่วนจำนวนมากมีขนาดใหญ่ การขนย้ายข้ามประเทศจึงทำได้ยาก (bulky) และแต่ละชิ้นต้องร่วมกันออกแบบเพื่อให้ชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถประกอบเข้าไปในรถยนต์คันหนึ่งได้อย่างเหมาะสม หรืออาจกล่าวได้ว่า จากปัจจัยด้านความสะดวกและต้นทุนในการออกแบบ การผลิต และโลจิสติกส์ของห่วงโซ่การผลิตรถยนต์

ทำให้โรงงานประกอบรถยนต์และซัพพลายเออร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องอยู่ใกล้กันในประเทศเดียวกัน ยกเว้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดเล็ก ที่สามารถขนย้ายข้ามประเทศได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ดังนั้น คาดว่ากระแสการแบ่งแยกห่วงโซ่อุปทานจะส่งผลกระทบจำกัดต่อเครือข่ายการผลิตรถยนต์ของบริษัทข้ามชาติเหล่านี้

ซึ่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) และห่วงโซ่อุปทานนับเป็นเรื่องที่ท้าทายและน่าติดตาม แม้ที่ผ่านมา EVs ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ยังถือว่าอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยในปี 2565 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกยังคิดเป็นสัดส่วนเพียง 14% ของยอดขายรวมของรถยนต์ทุกประเภท สำหรับยอดขายรถนั่งส่วนบุคคลที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในไทยในปี 2565 นั้น อยู่ที่ 13,454 คัน คิดเป็น 4% ของยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมด

สถานการณ์อีวีโลก

หากพิจารณาจากโครงสร้างการค้าและการลงทุนของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าพบว่า การผลิตกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี จีน เบลเยียม เกาหลีใต้ และสหรัฐ สัดส่วนการส่งออก EVs ของประเทศเหล่านี้รวมกันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 75% ของการส่งออก EVs ทั้งหมด ในเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งรถไฟฟ้าเหล่านี้ถูกส่งไปจำหน่ายในประเทศที่พัฒนาแล้วที่สิ่งแวดล้อมเกื้อหนุน ทั้งกำลังซื้อ การตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะสถานีชาร์จ

แนวโน้มการค้าและการลงทุนชิ้นส่วนสำคัญของ EVs อย่างแบตเตอรี่ คล้ายกับการส่งออก EVs ที่ประเทศผู้ส่งออก EVs สำคัญ มักจะเป็นประเทศผู้ส่งออกแบตเตอรี่สำหรับ EVs ด้วย ยกเว้นเพียงโปแลนด์ และฮังการี ที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก

ซึ่งงานวิจัยพบว่าแนวโน้มที่น่าสนใจ คือ สัดส่วนของมูลค่าการส่งออกแบตเตอรี่สำหรับ EVs เทียบกับมูลค่าการส่งออก EVs ระหว่างปี 2561-2565 “ลดลง” อย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่า GVC ของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ามีลักษณะที่โรงงานผลิต EVs มักจะอยู่ใกล้กับโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่แหล่งแร่ธาตุที่สำคัญในการผลิตแบตเตอรี่เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดที่ตั้งของโรงงานเหล่านี้

ทั้งนี้ โครงสร้างการส่งออกของแบตเตอรี่ EVs กระจุกตัวสูงกว่าการส่งออก EVs โดยประเทศผู้ส่งออกแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรก (ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ โปแลนด์ ฮังการี และเยอรมนี) มีสัดส่วนการส่งออกรวมถึงสูงถึง 77% ในเดือนธันวาคม 2565

การย้ายฐานครั้งใหญ่

ผลกระทบของสงครามการค้าและกระแสการแยกห่วงโซ่อุปทานระหว่างสหรัฐกับจีนต่อห่วงโซ่การผลิตของ EVs แม้มีแนวโน้มชัดเจนขึ้น แต่อาจยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด เนื่องจากสหรัฐได้พยายามให้เงินอุดหนุนอย่างมหาศาล เพื่อให้ห่วงโซ่อุปทาน EVs กลับมาที่สหรัฐ โดยผ่าน Inflation Reduction Act

ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่โรงงานผลิต EVs รวมไปถึงโรงงานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่การผลิตเข้าไปในสหรัฐ สะท้อนจากการที่บริษัทผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของเกาหลีใต้ 3 ราย ได้แก่ LG Energy Solution, SK On และ Samsung SDI ได้เข้ามาทำ joint ventures กับผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งบริษัทจีนอย่าง CATL อยู่ระหว่างการเจรจาธุรกิจกับ Ford และได้ประโยชน์จากมาตรการเงินอุดหนุน

อย่างไรก็ตาม จีนยังเป็นประเทศที่กุมกำลังการผลิตส่วนใหญ่ของแบตเตอรี่ EVs โดยเฉพาะแบตเตอรี่ Lithium iron phosphate (LFP) และแหล่งแร่สำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพของมาตรการอุดหนุนของสหรัฐลดลงได้

นอกจากนี้ เทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในการผลิตแบตเตอรี่ EVs กำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การออกไปลงทุนผลิตในต่างประเทศจึงอาจเร็วเกินไป ดังนั้น แนวโน้มและผลกระทบของการแบ่งแยกห่วงโซ่การผลิตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ผลต่ออุตสาหกรรมอีวีไทย

ปรากฏการณ์นี้กำลังส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ต่อประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ รวมทั้งไทย แม้ว่า “ICEVs” ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะอุปสงค์จากประเทศกำลังพัฒนา แต่ขณะเดียวกัน EVs เริ่มทวีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น สะท้อนจากการที่หลายประเทศทยอยเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของ EVs

ดังนั้น ไทยในฐานะที่เป็นฐานการผลิต ICEVs ที่สำคัญของโลก คงต้องเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศในลักษณะคู่ขนาน ทั้งการเดินหน้าส่งเสริมการผลิต EVs

โดยเฉพาะการหา segment ที่เหมาะสม ไปพร้อมกับการยกระดับ ICEVs ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาไปสู่ยานยนต์แห่งอนาคตในด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากไฟฟ้า เช่น smart, connected และ autonomous เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EV อุตสาหกรรม