Skip to content

บ้านปูลุยเดินหน้า High West โครงการดักจับและกักเก็บ CO2 ลำดับที่ 3 ในสหรัฐ

17 ส.ค. 2566 | 14:25น.
บ้านปูลุยเดินหน้า High West โครงการดักจับและกักเก็บ CO2 ลำดับที่ 3 ในสหรัฐ

บ้านปูลุยเดินหน้า “High West” โครงการดักจับและกักเก็บ CO2 ใหม่แกะกล่องเสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่คุณค่าในสหรัฐตามกลยุทธ์ Greener & Smarter

วันที่ 17 สิงหาคม 2566 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) ในสหรัฐอเมริกาโครงการใหม่หลังจากที่ได้เริ่มโครงการ “Barnett Zero (บาร์เนตต์ ซีโร่)” และโครงการ “Cotton Cove (คอตตอน โคฟ)” ไปแล้ว

โดยล่าสุดได้บรรลุข้อตกลงกับรัฐลุยเซียนาในโครงการกักเก็บคาร์บอน “High West (ไฮเวสต์)” เป็นโครงการ CCUS ลำดับที่สามของบ้านปู ซึ่งบริษัทจะพัฒนาโครงสร้างและระบบต่าง ๆ เพื่อกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถาวรจากแหล่งอุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียงและช่วยหนุนให้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติของบ้านปูในสหรัฐ สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้ในอนาคต

ตามกลยุทธ์ Greener & Smarter

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ CCUS ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของเราในภารกิจลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบ้านปู ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในห่วงโซ่คุณค่าในสหรัฐแล้ว

สมฤดี ชัยมงคล
สมฤดี ชัยมงคล

นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการดำเนินธุรกิจเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นโอกาสสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตในอนาคตอีกด้วย

“เรามุ่งหวังว่าโครงการเหล่านี้จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายของเรา ทั้งในเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ และการส่งเสริมความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมพลังงาน”

CCUS ช่วยบ้านปูบรรลุเป้า Scope 3

นายฐิติ เมฆวิชัย ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับธุรกิจก๊าซธรรมชาติของบ้านปู เราตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) สำหรับ Scope 1 และ 2 ราวปี ค.ศ. 2025 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) สำหรับการปล่อยมลสารจากธุรกิจต้นน้ำ Scope 3 ภายในทศวรรษ 2030 โครงการ CCUS จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้บ้านปูบรรลุเป้าหมายนี้และสร้างทั้งมูลค่าเพิ่มและการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้กับธุรกิจในสหรัฐ

“จากการที่เราวางแผนว่าจะบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากธุรกิจต้นน้ำให้ได้ 15-16 ล้านเมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ภายในทศวรรษ 2030 เราจึงมองหาโอกาสในการทำโครงการ CCUS ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีโครงการ CCUS หลายโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งคิดเป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 30 ล้านเมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี” นายฐิติกล่าวเสริม

ฐิติ เมฆวิชัย
ฐิติ เมฆวิชัย

2 โครงการเดิม Barnett Zero และ Cotton Cove

โครงการแรกอย่าง Barnett Zero เป็นโครงการ CCUS แรกของบ้านปู ได้เริ่มดำเนินการและประกาศการตัดสินใจลงทุน ขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision หรือ FID) หลังผ่านขั้นตอนการพิจารณาอย่างครบถ้วนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปี 2565

ดังนั้นบ้านปูจึงกลายเป็นบริษัทสัญชาติไทยรายแรกที่ประกาศ FID ในโครงการ CCUS ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนทั้งหมดราว 29-34 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 210,000 เมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2565 บ้านปูได้เริ่มการขุดเจาะหลุมกักเก็บก๊าซของโครงการ Barnett Zero โดยตั้งเป้าเริ่มกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเดือนธันวาคมปีนี้ และคาดว่า Barnett Zero จะเป็นหนึ่งในโครงการ CCUS เชิงพาณิชย์ถาวรโครงการแรก ๆ ในสหรัฐ

สำหรับขั้นตอนการทำงาน โครงการนี้จะแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกระบวนการผลิตก๊าซธรรมชาติจากระบบท่อขนส่งก๊าซที่ดำเนินงานโดยบริษัท EnLink Midstream, LLC (EnLink) ผู้ให้บริการระบบกลางน้ำด้านพลังงานระบบแยก อัดก๊าซ และท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ในสหรัฐ

สำหรับโครงการที่สองอย่าง Cotton Cove ซึ่งเป็นโครงการ CCUS ลำดับที่สองของบ้านปู ได้ประกาศการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายเป็นการภายใน (Internal FID) เมื่อเดือนตุลาคม 2565 โดยโครงการนี้จะช่วยแยก กำจัด และกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นผลพลอยได้ (By Product) จากการผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ รวมไปถึงสินทรัพย์กลางน้ำของบริษัท

นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่จะเริ่มดำเนินการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ภายในสิ้นปี 2567 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย โดยมีมูลค่าการลงทุนในโครงการ อยู่ที่ราว 14-24 ล้านเหรียญสหรัฐ และอัตราการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 80,000 เมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ด้วยเหตุนี้โครงการทั้งสามแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของกลุ่มบ้านปูในการริเริ่มโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกไซด์ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG และจุดยืนในการส่งมอบ “อนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน” (Smarter Energy for Sustainability)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)