กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมั่นใจ แจงเหตุเครนของเรือ ฉุดกำลังผลิตแหล่งเอราวัณ ล่าช้าจากเป้า 2 เดือน ไม่กระทบเป้ากำลังผลิตภาพ รวม 800 ล้านลบ.ฟ.ต่อวัน เม.ย. ปี 2567 ย้ำเตรียมแหล่งสำรอง-เจรจามาเลเซียเสริม มั่นไม่กระทบค่าไฟแพง
วันที่ 11 กันยายน 2566 นายศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โฆษกกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า กรมชได้รายงานข้อมูลกับทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เรื่องการผลิตก๊าซธรรมชาติในแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 (แหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ) ปัจจุบันผลิตได้ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน) ซึ่งล่าช้าจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 จะมีกำลังผลิตที่ 600 ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน ซึ่งประมาณ 2 เดือน

โดยปัญหาเกิดจากเครนของเรือ K1 ซึ่งเป็นเรือที่ใช้สำหรับติดตั้งแท่นหลุมผลิตของแปลงสำรวจเกิดความเสียหายเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย จึงทางกรมจึงไม่เสี่ยงให้ดำเนินการต่อและเร่งหาเรือลำใหม่แทน อย่างไรก็ตาม คาดว่าความล่าช้านี้จะไม่กระทบกับเป้าหมายหลักที่ตั้งไว้ว่า จะมีกำลังการผลิตที่ 800 ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน ภายในวันที่ 1 เมษายน 2567
ส่วนความกังวลเรื่องค่าไฟนั้น นายศุภลักษณ์กล่าวว่า ต้นทุนค่าไฟอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย เพราะได้ส่วนทดแทนจากแหล่งก๊าซธรรมชาติอื่น ๆ อย่างแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชที่ต้องรักษากำลังการผลิตให้ได้ 800 ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน ให้นานที่สุดจนถึงช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม
“ตอนนี้เรามีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 400 ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน ซึ่งเราได้เร่งดำเนินการดึงก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่น ๆ เพื่อมาเสริมในส่วนที่ขาดหายไปจากเป้าหมายเดิม ทั้งจากแหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ 30 ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน และแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชที่ 130 ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน เพื่อมาทดแทนในติดตั้งแท่นเจาะที่มีอยู่เจาะหลุมในส่วนที่มีอยู่แท่นเดิมให้ได้มากที่สุด”
นอกจากนี้ยังเตรียมเจรจากับประเทศมาเลเซียเพื่อหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มที่แปลง B-17 และ B-17-01 ในช่วงที่ทางมาเลเซียต้องปิดซ่อมบำรุง ตลอดจนมีขอความร่วมมือรักษากำลังการผลิตและการยืดเวลาแผนลดกำลังการผลิตของแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานาของเมียนมา ซึ่งมีราคาถูกกว่าการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวแบบตลาดจร (LNG spot)
“กรมได้รายงานข้อมูลกับทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางกรมมองว่าจะไม่กระทบกับค่าไฟฟ้า เพราะได้หาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นมาทดแทน เพื่อลดผลกระทบให้เกิดน้อยที่สุด”
ปัจจุบันแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณมีการดำเนินงานติดตั้งแท่นหลุมผลิตแล้ว 8 แท่น และเตรียมการเจาะเพิ่มอีก 4 แท่น รวมเป็น 12 แท่น ซึ่ง ณ ขณะนี้เจาะหลุมผลิตแล้วเสร็จไป 218 หลุม จาก 273 หลุม
