กรมประมง-ปตท.สผ. ผนึกกำลัง นำขาแท่นปิโตรเลียมทำปะการังเทียม ฟื้นฟูอ่าวไทย
กรมประมง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ ปตท.สผ. ลงนามความร่วมมือ นำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว 9 ขาแท่น จัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการประมง บริเวณอ่าวไทย ห่างชายฝั่งปัตตานี 125 กิโลเมตร คาดเริ่มจัดวางไตรมาส 4 ปี 2569 หวังฟื้นฟูทรัพยากรทะเล สร้างสมดุลระบบนิเวศ และหนุนประมงยั่งยืน
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOA เพื่อจัดวาง ส่งมอบ และรับมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม สำหรับนำไปจัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการประมง

การลงนามดังกล่าวมีนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เข้าร่วม เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
ภายใต้ความร่วมมือนี้ ปตท.สผ. ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะดำเนินการจัดวางและส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้วจำนวน 9 ขาแท่น ให้กับกรมประมง เพื่อนำไปใช้เป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล หรือปะการังเทียม เพื่อส่งเสริม ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์
ทั้งนี้ การนำโครงสร้างเหล็กที่หมดภาระการใช้งานจากกิจการปิโตรเลียมกลับมาใช้ประโยชน์ ถือเป็นการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสิ่งติดตั้งด้านพลังงาน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อท้องทะเลไทย ชุมชนชายฝั่ง และภาคการประมง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการจัดวางเป็นปะการังเทียมในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569
สำหรับพื้นที่จัดวางอยู่ในทะเลอ่าวไทย บริเวณที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ห่างจากชายฝั่งจังหวัดปัตตานีประมาณ 125 กิโลเมตร ที่ระดับความลึกประมาณ 70 เมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวผ่านการศึกษาความเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และความปลอดภัยทางน้ำแล้วว่า ไม่กระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลัก และไม่ทำให้กระแสน้ำหลักเปลี่ยนแปลง
ความร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดจากโครงการศึกษาวิจัยการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการประมงจากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม นอกชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เมื่อปี 2565 ซึ่งกรมประมง ปตท.สผ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสำนักงานฝ่ายฝึกอบรม ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ SEAFDEC ได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมมาจัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในประเทศไทย
ขณะที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้สนับสนุน ปตท.สผ. ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจการกำกับดูแลการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ไม่ใช้งานแล้วในกิจการปิโตรเลียมอย่างเหมาะสม โดยเน้นการนำสิ่งติดตั้งกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เช่น การนำขาแท่นกลับมาใช้ใหม่ และการนำไปจัดสร้างเป็นปะการังเทียมเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและประมงอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมมีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการนำมาจัดทำเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานนาน และชิ้นส่วนที่นำมาจัดวางเป็นส่วนที่ไม่ได้สัมผัสกับปิโตรเลียมเหลวในกระบวนการผลิต จึงมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งพื้นผิวของโครงสร้างยังเอื้อต่อการเกาะติดของสิ่งมีชีวิต สามารถดึงดูดสัตว์น้ำให้เข้ามาหาอาหารและใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้
โครงการนี้ยังครอบคลุมการศึกษาด้านการคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการ การประเมินทรัพยากรประมงในพื้นที่ สภาพแวดล้อมทางทะเล รูปแบบการจัดวางขาแท่น และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเหมาะสม
ภายหลังการจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมแล้ว จะมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปศึกษาต่อยอดในการบริหารจัดการขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานในอนาคต
นางฐิติพรกล่าวว่า กรมประมงให้ความสำคัญกับการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล หรือปะการังเทียม เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ตามแนวคิด Fisheries Connect For Sustainability ที่มุ่งเชื่อมโยงการจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อฟื้นฟูและสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศทางทะเล
การนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ ด้วยการจัดทำเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ถือเป็นแนวทางฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลรูปแบบใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยกรมประมงจะดูแล ตรวจสอบพิกัดขาแท่นหลังการจัดวาง และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีภารกิจบริหารจัดการเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สำหรับการบริหารจัดการสิ่งติดตั้งที่สิ้นสุดการใช้งานจากกิจการปิโตรเลียม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และพร้อมสนับสนุนการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว มาประยุกต์ใช้เป็นปะการังเทียม เพื่อสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อประเทศ ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาภาคประมงในทะเลอ่าวไทย
นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. กล่าวว่า ปตท.สผ. ในฐานะบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของคนไทย มีภารกิจหลักในการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ

เมื่อการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในบางพื้นที่สิ้นสุดลง สิ่งติดตั้งและอุปกรณ์การผลิตย่อมสิ้นสุดภารกิจด้านการผลิตเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเหล่านี้ยังมีศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ในบทบาทใหม่ คือการเป็นปะการังเทียมและแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล
นายมนตรีกล่าวว่า ปตท.สผ.เชื่อมั่นว่า โครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อท้องทะเลและชุมชนรอบอ่าวไทย
การจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมเพื่อเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณนอกชายฝั่งครั้งนี้ สะท้อนความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศด้านการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับแนวทางรักษาสมดุลระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน และต่อยอดการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่อการประมงในอนาคต
