ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 8 เดือน เพิ่ม 2.3% รับเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้น

น้ำมัน สถานการณ์น้ำมัน

กรมธุรกิจพลังงานชี้ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) เพิ่ม 2.3% รับเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้น โดยเฉพาะ Jet A1 เพิ่ม 70%

วันที่ 29 กันยายน 2566 นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 อยู่ที่ 154.88 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.3

โดยการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้น 70% และการใช้ NGV เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่การใช้ลดลงในกลุ่มน้ำมันกลุ่มดีเซลลดลง 3.9% น้ำมันเตาลดลง 9.3% และ LPG ลดลง 0.6%

เบนซินเพิ่ม 5.5% โดยเฉพาะ 95 และอี 20

การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 31.91 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.5

โดยการใช้แก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.10 ล้านลิตรต่อวัน และแก๊สโซฮอล์ อี 20 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.94 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การใช้แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 6.83 ล้านลิตรต่อวัน แก๊สโซฮอล์ อี 85 ลดลงมาอยู่ที่ 6.83 ล้านลิตรต่อวัน และเบนซินลดลงมาที่ 0.47 ล้านลิตรต่อวัน

ทั้งนี้ ส่วนต่างราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ใกล้เคียงกับแก๊สโซฮอล์ 91 ประกอบกับแก๊สโซฮอล์ อี 20 มีราคาที่ต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ อี 85

ยอดใช้ดีเซลลดลงทุกชนิด

การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล เดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 70.00 ล้านลิตรต่อวันลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.9

โดยเป็นการลดลงทุกชนิด สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 7 ลดลงมาอยู่ที่ 64.30 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาลดลงมาที่ 0.90 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.15 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันดีเซลพื้นฐานลดลง 4.65 ล้านลิตรต่อวัน

ทั้งนี้ ภาครัฐยังคงมาตรการช่วยเหลือราคาน้ำมันดีเซล โดยใช้มาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 และตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 จะใช้มาตรการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ที่ 32 บาทต่อลิตรต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง

โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเข้าไปชดเชย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลโลกมีความผันผวนจากความกังวลทางเศรษฐกิจและวิกฤตด้านการเงินจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

Jet A1 ยังมีสะดุด ท่องเที่ยวฟื้นแต่ไม่สุด

การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 13.30 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 70.0 เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวกลับมาเดินทางทางอากาศยานเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อพิจารณาจากช่วงเดือนที่ผ่านมาปริมาณการใช้ปรับตัวลดลงเล็กน้อย

ยอดใช้ LPG อุตสาหกรรม-ครัวเรือนลดสวนทางขนส่ง

การใช้ LPG เดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 18.19 ล้าน กก.ต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.6 โดยภาคปิโตรเคมีมีการใช้ลดลงมาอยู่ที่ 8.24 ล้าน กก.ต่อวัน ภาคครัวเรือนลดลงมาอยู่ที่ 5.70 ล้าน กก.ต่อวัน และภาคอุตสาหกรรมลดลงมาอยู่ที่ 2.00 ล้าน กก.ต่อวัน ขณะที่การใช้ในภาคขนส่งอยู่ที่ 2.25 ล้าน กก.ต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 เนื่องจากราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจฟื้น ยอด NGV เพิ่ม

การใช้ NGV เดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.43 ล้าน กก.ต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.0 เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการตามปกติ ประกอบกับมาตรการบรรเทาผลกระทบราคาพลังงาน โดย ปตท.ร่วมอุดหนุนกลุ่มรถแท็กซี่และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2566 จนถึงสิ้นปี

การนำเข้า-ส่งออก

การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,042,520 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.3 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 92,532 ล้านบาทต่อเดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 968,409 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 87,481 ล้านบาทต่อเดือน

สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 74,111 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 5,051 ล้านบาทต่อเดือน


การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และ LPG โดยปริมาณส่งออกอยู่ที่ 164,378 บาร์เรลต่อวัน ลดลงร้อยละ 3.0 คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 16,500 ล้านบาทต่อเดือน