Skip to content

ภูมิธรรม สั่งลุยแผนส่งออก Quick Win ช่วง 3 เดือน ปั๊มเงินเข้าประเทศ 12,400 ล้าน

18 ต.ค. 2566 | 15:05น.
ภูมิธรรม สั่งลุยแผนส่งออก Quick Win ช่วง 3 เดือน ปั๊มเงินเข้าประเทศ 12,400 ล้าน

“ภูมิธรรม” ตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ติดตามการทำงานตามนโยบาย สั่งลุยขับเคลื่อนการส่งออกเร่งด่วนในช่วง 3 เดือนสุดท้าย รวม 73 กิจกรรม เพิ่มรายได้เข้าประเทศ 12,400 ล้านบาท พร้อมมอบทูตพาณิชย์ ทำงานร่วมพาณิชย์จังหวัด ช่วยผลักดันส่งออก

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ว่าตนได้มารับฟังความคิดเห็นและติดตามแผนการทำงาน พร้อมมอบนโยบาย โดยเฉพาะในด้านการผลักดันการส่งออกที่เป็นแผนเร่งด่วน (Quick Win) ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2566 นี้ ว่าจะดำเนินการอะไรบ้าง เพื่อผลักดันมูลค่าการส่งออกของไทยให้เพิ่มมากขึ้น และทำให้การส่งออกภาพรวมของไทยในปีนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัว สามารถขยายตัวเป็นบวกได้มากที่สุด

อย่างไรก็ดี สำหรับเป้าหมายการส่งออกยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ในส่วนของการขับเคลื่อนการส่งออกในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ได้สั่งการให้ทำแผนเร่งด่วน (Quick Win) เพื่อผลักดันการส่งออก โดยได้รับรายงานว่า จะมีการดำเนินกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวม 73 กิจกรรม จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้กว่า 12,400 ล้านบาท ส่วนกิจกรรมในต่างประเทศ จะมุ่งจัดกิจกรรมเน้นตลาดศักยภาพ 6 ภูมิภาค คือ ตะวันออกกลางและแอฟริกา, จีนและฮ่องกง, อาเซียน, อเมริกาเหนือและละตินอเมริกา, เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย และยุโรป

โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ การจัดคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน (Goodwill Mission) เยือนงานแสดงสินค้า China International Import Expo (CIIE 2023) ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน การนําผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ อาทิ Automechanika ดูไบ / American Film Market ในสหรัฐ / Anuga และ Medica ในเยอรมนี และสนับสนุนผู้ประกอบการภายใต้โครงการ SMEs Pro-active เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในภูมิภาคต่าง ๆ รวม 50 งาน และ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้า TOP Thai บนแพลตฟอร์ม Shopee ในมาเลเซีย Rakuten ในญี่ปุ่น

สำหรับการจัดทำเป้าหมายการส่งออก และแผนงานขับเคลื่อนการส่งออกปี 2567 ได้มอบนโยบายให้มีการหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ทั่วโลก ให้ทำการประเมินแนวโน้มการส่งออก ความต้องการของคู่ค้า และแผนงานที่จะนำมาใช้ขับเคลื่อน โดยคาดว่าน่าจะสรุปได้ในช่วงปลายเดือน ธ.ค.2566

ทั้งนี้ ยังได้มอบหมายให้ไปหาทางเร่งขยายตลาด เพื่อเพิ่มยอดการส่งออก มีเป้าหมาย เช่น จีน ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย เอเชียใต้ เป็นต้น โดยขอให้ไปศึกษาโอกาสของไทยอยู่ตรงไหน เน้นเมืองรองของประเทศต่าง ๆ และให้ใช้กลไกของทูตพาณิชย์ที่มีอยู่ไปตรวจสอบ ไปศึกษา และพิจารณาจัดทำ MOU กับเมืองรองต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อเปิดประตูการค้าให้กับไทย ส่วนตนพร้อมที่จะเดินสายสร้างสัมพันธ์และจัดคณะผู้แทนการค้าไปโรดโชว์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้ส่งออกอีกทาง

ขณะเดียวกัน ได้ขอให้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ให้มีโอกาสส่งออก เพราะตรงกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นการสร้างรายได้ โดยการเข้าไปอบรม การพัฒนา จะต้องวัดผลได้ ไม่ใช่ดูแค่ปริมาณ ต้องดูคุณภาพด้วยว่าอบรมแล้ว พัฒนาไปแล้ว มีการเติบโตยังไง มีโอกาสขยายการส่งออกมากน้อยแค่ไหน

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์การส่งออกของไทย หลังจากเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และได้รับรายงานเบื้องต้นว่าการค้าไทยกับอิสราเอล ไม่มีผลกระทบ แต่ให้ไปดูว่าจะมีผลกระทบต่อการค้าไทยกับประเทศอื่น ๆ หรือไม่ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อโลก จะได้เตรียมแผน เตรียมมาตรการรับมือ และหากมีปัญหาจะแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในภาพรวม

นอกจากนี้ ยังได้ขอให้มีการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน โดยให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำระบบดิจิทัลมาให้บริการให้กับประชาชน ทั้งข้อมูลการค้า ข้อมูลการตลาด การเข้าร่วมงานต่าง ๆ ทั้งการอบรม สัมมนา งานแสดงสินค้า ที่จะต้องมุ่งสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งให้ช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้กับ SMEs สินค้าชุมชน ผ่านช่องทางการส่งออกปกติ และทางออนไลน์ และเร่งขับเคลื่อน Soft Power ของไทย ทั้งงานออกแบบ อาหารไทย ภาพยนตร์และเกม แฟชั่น หนังสือ และการท่องเที่ยว

ด้านการผลักดันยุทธศาสตร์ซอฟต์ พาวเวอร์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศ สินค้าและบริการของไทยไปยังตลาดต่างประเทศ จะมีการจัดงาน Muay Thai Global Power เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของ “มวยไทย” และพัฒนากีฬามวยไทยและสินค้าที่เกี่ยวข้องสู่ Soft power รวมทั้งการจัดงาน Next Step Export and Cross Border Promotion ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เพื่อแถลง “แผนเร่งรัดการส่งออกและค้าชายแดน Quick Win 100 วันและ 1 ปี”

โดยภายในงานจะมีการลงนามความร่วมมือ (MOU ไตรภาคี) ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และการบินไทย ในการเชื่อมโยงมิติด้านการท่องเที่ยว และการส่งออก เพื่อสร้างความต้องการซื้อให้กับผู้บริโภคต่างประเทศ