เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เนเน่ รอยัล’ ทะลุเข้ารอบท็อป 5
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ ทะลุเข้ารอบท็อป 5
SET แกว่งในกรอบ 1,597-1,625 จุด จับตาเจรจาสหรัฐ-จีน ชู PTT-KBANK เด่น
Uncategorized SET แกว่งในกรอบ 1,597-1,625 จุด จับตาเจรจาสหรัฐ-จีน ชู PTT-KBANK เด่น
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 68,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 68,700 บาท
อุตุฯ ออกประกาศ ฉ.6 เตือนฝนถล่มหนักทั่วไทย ยาวถึง 27 ก.ย. ระวังน้ำท่วม-เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ ออกประกาศ ฉ.6 เตือนฝนถล่มหนักทั่วไทย ยาวถึง 27 ก.ย. ระวังน้ำท่วม-เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
33 ปี ‘พัทยามาราธอน’ จากงานวิ่งสู่ ‘ประเพณีของเมือง’ 26-27 กันยายนนี้
Biz Movement 33 ปี ‘พัทยามาราธอน’ จากงานวิ่งสู่ ‘ประเพณีของเมือง’ 26-27 กันยายนนี้
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ
อุตุฯ เตือน 43 จังหวัดรับมือฝนถล่ม กทม.-ภาคกลางหนักสุด 80% เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
News อุตุฯ เตือน 43 จังหวัดรับมือฝนถล่ม กทม.-ภาคกลางหนักสุด 80% เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ สั่งกลุ่มใช้ไฟตั้งแต่ 0.5 MW จดแจ้งกับ ‘ดีอี‘ เร่งสรุปมาตรฐานขั้นต่ำ ภายใน ก.ย. นี้
Finance บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ สั่งกลุ่มใช้ไฟตั้งแต่ 0.5 MW จดแจ้งกับ ‘ดีอี‘ เร่งสรุปมาตรฐานขั้นต่ำ ภายใน ก.ย. นี้
รัฐบาล รับข้อเสนอเอกชนเอื้อทำธุรกิจ แก้กฎหมายรอง ล็อตใหญ่ 42 ฉบับ
Politics รัฐบาล รับข้อเสนอเอกชนเอื้อทำธุรกิจ แก้กฎหมายรอง ล็อตใหญ่ 42 ฉบับ
นายกฯ พร้อมเจรจาปมชายแดนไทย-กัมพูชา ยันแหล่งพลังงานไม่กระทบ
Politics นายกฯ พร้อมเจรจาปมชายแดนไทย-กัมพูชา ยันแหล่งพลังงานไม่กระทบ
ดูทั้งหมด

ส่งออกอาหาร 9 เดือนแรกปี 2566 ทำรายได้เข้าประเทศ 1.16 ล้านล้านบาท

23 พ.ย. 2566 | 14:38น.
ส.อ.ท.

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสถาบันอาหาร เผยส่งออกอาหาร 9 เดือนแรกปี 2566 ทำรายได้เข้าประเทศ 1.16 ล้านล้านบาท คาดทั้งปีส่งออกได้ 1.55 ล้านล้านบาท ประเมินปี 2567 ส่งออกแตะ 1.65 ล้านล้านบาท ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกโตต่ำ

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การส่งออกสินค้าอาหารไทยในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2566 มีมูลค่า 1.16 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรอาหารในหลายภูมิภาคลดลง จึงมีความต้องการสินค้าอาหารมากขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณการสำรองอาหารในประเทศ

โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียใต้ ในส่วนของประเทศไทยแม้ผลผลิตวัตถุดิบการเกษตรของไทยหลายรายการจะลดลง แต่สินค้าส่งออกไทยได้รับประโยชน์จากความต้องการและราคาตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้เกิดภัยแล้ง โดยเฉพาะข้าวและน้ำตาลทราย

แนวโน้มไตรมาสสุดท้ายจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน เพราะได้รับแรงหนุนจากปริมาณวัตถุดิบการเกษตรฤดูการผลิตใหม่ที่เข้าสู่ตลาด รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยงที่อ่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลทำให้ปริมาณคำสั่งซื้อของลูกค้ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น คาดทั้งปี 2566 การส่งออกอาหารไทยจะมีมูลค่า 1.55 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5

อาหารปี 2567

แนวโน้มส่งออกสินค้าอาหารไทย “อุตสาหกรรมอาหารไทยปี 2567” คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งภาคการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศและอุตสาหกรรมการผลิตที่เน้นการส่งออก อุตสาหกรรมการผลิตที่มีตลาดในประเทศ จะขยายตัวโดดเด่นตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่ ขณะที่การส่งออกอาหารไทยในปี 2567 คาดว่าจะมีมูลค่า 1.65 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามภาคบริการและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ขณะที่แรงกดดันจากเงินเฟ้อเริ่มคลายตัวลงหลังทางการประเทศต่าง ๆ ใช้นโยบายการเงินเข้มงวดในช่วงก่อนหน้า สินค้าอาหารไทยได้รับประโยชน์จากการที่ประเทศคู่ค้ากังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหาร เช่นเดียวกับปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ผลผลิตการเกษตรลดลง ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น รวมถึงเงินบาทผันผวนน้อยลงและยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมอาหาร โดยในปี 2567 เงินบาทที่คาดว่าจะมีค่าเฉลี่ย 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับปี 2566 ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย ซึ่งเป็นระดับที่จะเอื้ออำนวยต่อการส่งออกสินค้าอาหารไทย

ส่วนแบ่งตลาด

ในปี 2566 ไทยมีส่วนแบ่งตลาดอาหารโลกเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.47 จากร้อยละ 2.25 ในปีก่อน ในขณะที่ประเทศจีนและเวียดนามมีส่วนแบ่งตลาดอาหารโลกเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับไทย ส่วนอินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีส่วนแบ่งตลาดอาหารโลกลดลงจากปีก่อน จากมาตรการจำกัดการส่งออกสินค้าเกษตรอาหารหลายรายการเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหารของอินเดีย รวมถึงสินค้าส่งออกหลักของอินโดนีเซียและมาเลเซียอย่างน้ำมันปาล์มที่มีราคาลดลง

ในปี 2566 ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก ปรับตัวดีขึ้น 3 อันดับ จากอันดับที่ 15 ของโลกในปี 2565 โดยที่สหรัฐอเมริกา บราซิล และเนเธอร์แลนด์ ยังคงเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 1 ถึง 3 ของโลกตามลำดับเช่นเดียวกับปีก่อน ส่วนจีนแซงเยอรมนีขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 4 ของโลก ขณะที่ประเทศในภูมิภาคส่วนใหญ่อันดับตกลง ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และอินเดีย ยกเว้นเวียดนามที่อันดับโลกดีขึ้น 2 อันดับ

ทั้งนี้ โปแลนด์เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารที่เติบโตเร็วและน่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยโปแลนด์ใช้เวลาเพียง 6 ปี ในการก้าวจากการเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ 18 ของโลก ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 10 ของโลก (TOP 10) ซึ่งโปแลนด์ได้รับประโยชน์มากหลังจากเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป สินค้าที่มีศักยภาพของโปแลนด์ ได้แก่ กลุ่มปศุสัตว์ทั้งสัตว์ปีก เนื้อวัว เนื้อหมู กลุ่มธัญพืชและผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ผลิตภัณฑ์นม น้ำตาลและลูกกวาด ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา และผักผลไม้เมืองหนาว เช่น แอปเปิล หัวบีท หัวหอม และกะหล่ำปลี เป็นต้น

สัญญาณดี

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต กล่าวว่า การส่งออกสินค้าทุกตัวมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน ในช่วง 9 เดือนแรก สำหรับสินค้าที่สามารถแข่งขันได้ คือ ข้าว และ ไก่ เนื่องจากผู้บริโภคนั้นเริ่มซื้อวัตถุดิบไปทำเอง ประกอบกับสถานการณ์ท่องเที่ยวภายในประเทศดีขึ้น ร้านอาหารหลาย ๆ แห่งเริ่มทยอยเปิดขึ้นมา

และปัจจุบันหลายประเทศมีการสนใจเรื่อง Food Security ความปลอดภัยด้านอาหารเพิ่มมากขึ้น มีการงดการส่งสินค้าโดยเฉพาะประเทศที่ส่งออกอาหารคู่แข่งกับไทยเริ่มปรับนโยบายลดการส่งออกสินค้าบางชนิด เช่น ข้าว และน้ำมันพืช ในส่วนของสินค้าน้ำตาลทรายถือเป็นสัญญาณที่ดีไปต่อได้

หลังจากสถานการณ์โควิดหลายประเทศเริ่มมีการนำเข้ามากขึ้น เพราะน้ำตาลทรายเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายชนิดและเครื่องดื่ม ในด้านผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของไทย เช่น กะทิ และน้ำมะพร้าว ได้รับความสนใจมาก โดยตลาดหลักคือ จีน รองลงมาคือไต้หวัน นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาบริโภคผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของไทยมากขึ้น และน้ำมะพร้าวน้ำหอมไทยยังเติบโตได้ดีมากในประเทศจีน

สำหรับสินค้าตัวที่ติดลบอยู่นั้น จะเห็นได้ว่าหลายประเทศมีการนำเข้าไปก่อนหน้านี้เพื่อไปสต๊อกเก็บไว้ จึงต้องมีการทยอยใช้ของในสต๊อกไปก่อน จึงส่งผลให้ลดการนำเข้าสินค้าในบางตัว ในส่วนของอาหารพร้อมรับประทาน Ready to eat ถือว่าเป็นสัญญาณดีเพราะผู้บริโภคมีความต้องการมากขึ้น (Single Serve) ผู้ประกอบการไทยทำได้ดี

อีกทั้งราคาของไทยยังสามารถแข่งขันได้เมื่อเปรียบเทียบกับราคาในร้านอาหาร ในด้าน Future Food มีการส่งออกมาก แต่มี Pain Point 2 เรื่อง คือ 1) รสชาติที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น ข้อดีเป็นอาหารเชิงสุขภาพ และ 2) Diversify อาหารทดแทนเนื้อสัตว์จากพืช ซึ่งมีการผลิตแต่ละครั้งน้อย ยังไม่สามารถทำ Economies of Scale ได้ ส่งผลให้มีต้นทุนสูง การรับรู้ของผู้บริโภคยังอยู่เฉพาะกลุ่มที่จำกัด ต้องขยายในกลุ่ม Flexitarian ออกไป

นายเจริญ แก้วสุกใส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การเปิดตลาดการค้าใหม่ ๆ ภายใต้กรอบ FTA เป็นเรื่องสำคัญ โดยสินค้าที่มีศักยภาพของไทย ได้แก่ ข้าว ไก่เนื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มประเทศกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ GCC คูเวต ที่มีความต้องสินค้าอาหารบรรจุกระป๋องจากไทยในตลาดมากกว่า 50%

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องส่งเสริมเรื่องการจัดการน้ำทั่วประเทศ โดยพัฒนาระบบชลประทาน ระบบน้ำบาดาล การกักเก็บน้ำฝน รวมถึงการปลูกพืชที่เหมาะสมกับการใช้น้ำในแต่ละภูมิภาค มีการทำเกษตรรูปแบบ Smart Farming รวมถึงใช้การท่องเที่ยวช่วยยกระดับสินค้าเกษตรเกษตร เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท.