เปิดภารกิจนายกฯ เศรษฐา เยือนเมืองลับแล สั่งชลประทานพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน

เศรษฐา ทวีสิน อุตรดิตถ์

เปิดภารกิจนายกฯ เศรษฐา เยือนเมืองลับแล สั่งการให้กรมชลฯ เร่งดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก พร้อมเร่งเครื่องสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปาด

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมรับฟังปัญหาและมอบนโยบายแนวทางการแก้ปัญหาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

โดยนายเศรษฐาสั่งการให้กรมชลฯ เร่งดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับชาวอุตรดิตถ์ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็น 1 ในจังหวัด ที่มีแม่น้ำน่านไหลผ่าน มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 450,000 ไร่ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนการใช้น้ำให้กับจังหวัดต่าง ๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวม 22 จังหวัด ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯประมาณ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ตั้งอยู่ในแม่น้ำน่าน บริเวณบ้านคลองนาพง หมู่ 7 ตำบลผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันได้สร้างเขื่อนทดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำ พร้อมอาคารประกอบ

หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล อำเภอตรอน และอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก รวมพื้นที่กว่า 481,400 ไร่

โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการจัดทำแผนงานโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และอุทกภัยในพื้นที่ทั้งภัยจากน้ำป่าไหลหลาก และภัยจากน้ำท่วมขัง อาทิ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำปาดและระบบส่งน้ำ และโครงการเพิ่มศักยภาพแก้มลิงบึงธรรมชาติ (บึงหล่ม บึงกะโล่ บึงมาย และบึงช่อ)

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำ และระบบระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบในส่วนของโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุกให้แล้วเสร็จ และดำเนินการโครงการอื่น ๆ ตามแผนที่วางไว้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับลุ่มน้ำน่าน

เพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนให้กับพี่น้องชาวอุตรดิตถ์ ได้มีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค และการเกษตร อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีนายกฯเศรษฐา สั่งกรมชลฯ ลุยสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำปาด แหล่งน้ำต้นทุนแห่งใหม่ของชาวอุตรดิตถ์

ในขณะที่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายเศรษฐา และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปาด ตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านดงต้นผึ้ง หมู่ที่ 10 ตำบลฟากท่า อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว ความจุเก็บกักประมาณ 85.64 ล้านลูกบาศก์เมตร

“หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้กับพี่น้องชาวอำเภอน้ำปาด และพื้นที่ใกล้เคียง ไว้ใช้ส่งเสริมการเพาะปลูกพืชในฤดูฝนและฤดูแล้ง สนับสนุนการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และการเกษตร มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 73,640 ไร่


ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัยให้กับพื้นที่ด้านท้ายน้ำ ทั้ง 2 ฝั่งของลำน้ำปาด ในเขตพื้นที่อำเภอฟากท่า และอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยวางแผนดำเนินการโครงการไว้ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2573)”