เปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนด “ธรรมนัส” ลงพื้นที่อีสาน มอบของขวัญปีใหม่

ธรรมนัส พรหมเผ่า

‘ธรรมนัส’ รมว.เกษตร ลงพื้นที่อีสาน ‘หนองคาย-สกลนคร’ พร้อมมอบของขวัญปีใหม่ เปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร เตรียมลุยโครงการโฉนดต้นไม้ สร้างมูลค่าเพิ่ม ก่อนตรวจเยี่ยมการให้บริการรับคำร้องขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร

วันที่ 3 ธันวาคม 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมการให้บริการรับคำร้องขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร ณ โรงเรียนสว่างแดนดิน จ.สกลนคร เมื่อวันที 2 ธันวาคม 2566 โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม

ทั้งนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสกลนคร ได้ประกาศเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน จำนวน 1,301,698 ไร่ ในพื้นที่ 18 อำเภอ 77 ตำบล คิดเป็นร้อยละ 21.68 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด และร้อยละ 39.38 ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด มีผลการดำเนินงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสกลนคร ที่ผ่านมาได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินแล้ว 18 อำเภอ 74 ตำบล เนื้อที่ดำเนินการที่ดินของรัฐ จำนวน 1,090,658 ไร่

เกษตรกรได้รับการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว จำนวน 81,832 ราย 114,723 แปลง 993,757 ไร่ และดำเนินการที่ดินเอกชน จำนวน 6 แปลง เนื้อที่ ประมาณ 47 ไร่ และได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพในแปลงเกษตรกรรมของตนได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานบูรณาการให้ความสำคัญกับการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกร และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อเป็นการแสดงสิทธิ์การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ตลอดจนการรับคำขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกร สามารถเข้าถึงสิทธิและแหล่งเงินทุนมากขึ้น รวมทั้งมีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพตามศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้ราษฎรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“เรื่องเอกสารสิทธิ์เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรมีความมั่นคง ซึ่งการเปลี่ยนจาก ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ตอนนี้ทำได้แล้ว โดยเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค. 66) ได้ลงนามเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายใน 15 ธ.ค. 66 นี้ จะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับโฉนดพร้อมกันทั่วประเทศไทยในวันที่ 15 ม.ค. 67 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน”

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการจัดทำโฉนดต้นไม้ ที่เป็นไม้เศรษฐกิจ ที่จะสร้างมูลค่าให้กับเจ้าของที่ดิน ซึ่งหลังจากทำเรื่องโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรแล้ว จะทำเรื่องโฉนดต้นไม้ต่อไป” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอสว่างแดนดินซึ่งกรมชลประทานมีแผนพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอสว่างแดนดินและอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร อาทิ แก้มลิง อาคารบังคับน้ำ สถานีสูบน้ำ และฝาย รวมทั้งสิ้น 13 โครงการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ

หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมไปถึงเกษตรกรรม ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพิ่มที่ชลประทานสร้างรายได้ที่มั่นคงมากยิ่งขึ้นให้แก่เกษตรกร อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก ลดความสูญเสียต่อทรัพย์สินและพื้นที่เกษตรกรรมได้อีกด้วย

สำหรับในส่วนของสัญญาและกรรมสิทธิ์ธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมปศุสัตว์ ได้มอบกรรมสิทธิ์แม่โค-กระบือในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เป็นกรรมสิทธิ์แม่โค จำนวน 546 ราย และกรรมสิทธิ์แม่กระบือ จำนวน 266 ราย รวมเป็น จำนวน 812 ราย คิดเป็นมูลค่า 23,548,000 บาท

และมอบสัญญายืมโค-กระบือเพื่อการผลิต จำนวน 1,173 ตัว เป็นโค จำนวน 718 ตัว กระบือ จำนวน 355 ตัว รวมเป็นมูลค่า 30,754,000 บาท ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดสกลนคร มีสัตว์ของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จำนวน 9,887 ตัว เป็นโค จำนวน 6,239 ตัว เป็นกระบือ จำนวน 3,648 ตัว

นอกจากนี้ ภายในงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการมอบพันธุ์ปลา มอบผลิตภัณฑ์สารเร่ง และเมล็ดพันธุ์ปอเทือง มอบต้นพันธุ์และเมล็ดพันธุ์ และไตโคเดอร์มา มอบชุดโซล่าเซลล์พร้อมบ่อบาดาล จำนวน 2 ราย มอบลานรวบรวมยางพารา จำนวน 2 สถาบันเกษตรกร และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้กับเกษตรกร จำนวน 100 ราย และตรวจเยี่ยมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดด้วย

ในช่วงวันเดียวกันนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร จ.หนองคายโดยชี้แจงและมอบนโยบายเรื่องการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร พร้อมมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้กับเกษตรกร จำนวน 30 ราย มอบเมล็ดพันธุ์ผัก และต้นกล้าผัก ให้กับตัวแทนชุมชน จำนวน 7 ชุด

มอบเงินโครงการเกษตรกรชาวสวนยางต้นแบบด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน จำนวน 1 ราย มอบเงินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก (BCG Model) จำนวน 3 ราย และมอบปัจจัยการผลิตด้านพัฒนาที่ดิน จำนวน 5 ราย ณ โรงเรียนฮั่วเคียวกงฮัก อ.เมือง จ.หนองคาย

นอกจากนี้ ยังตรวจเยี่ยมการให้บริการรับคำร้องขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมเน้นย้ำถึงแนวทางการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ที่มุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงสิทธิและแหล่งทุนมากขึ้น รวมทั้งมีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพตามศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ จังหวัดหนองคายมีพื้นที่การเกษตรประมาณ 1.2 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 64 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด สินค้าเกษตรหลักที่ทำรายได้ให้กับจังหวัด ได้แก่ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน ปลานิลกระชัง ไข่ไก่สุกร และโคเนื้อ


สำหรับพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินในจังหวัดหนองคาย ครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอ จำนวน 46 ตำบล รวม 604,340 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.94 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 531,555 ไร่ เกษตรกร 33,588 ราย ทั้งนี้ อำเภอเฝ้าไร่และอำเภอโพนพิสัย มีพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 63.83 ของพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินทั้งจังหวัด