กระทรวงอุตฯ ตั้งศูนย์ CATARC วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน ดันไทยเข้าใกล้ EV Hub

กระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน

กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน (CATARC) จุดเริ่มต้นความร่วมมือด้านการพัฒนานโยบาย การกำหนดมาตรฐาน การรับรอง ชี้เป็นเทรนด์กระตุ้นตามแผนดันไทยเป็น EV Hub เร็วขึ้น เผยตัวเลขไตรมาส 1/66 ไทยใช้รถ EV ถึง 78% ของปริมาณการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องยนต์สันดาป (ICE) จึงได้จัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ China Automotive Technology and Research Center (CATARC) สำนักงานสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 4 ต่อจากเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น

มีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างครบวงจร ทั้งด้านกำหนดนโยบาย ด้านวิจัยพัฒนา ด้านมาตรฐานและการทดสอบ ครอบคลุม ยานยนต์ทุกประเภท และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จนทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นฐานการผลิตอันดับต้น ๆ ของโลก นับเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือ ในการนำศักยภาพด้านการพัฒนานโยบาย การกำหนดมาตรฐาน และการรับรอง

รวมทั้งเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของจีน มาเชื่อมโยงในการพัฒนาอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ของประเทศไทย เพื่อรองรับการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน และฐานการผลิตที่สำคัญของโลก

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ คือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หรือ มาตรการ EV3

ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 10 แบรนด์ มียอดจองรถยนต์ BEV ไปแล้วกว่า 50,000 คัน นอกจากนี้ได้ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการกำหนดมาตรฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 150 มาตรฐาน

นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการทดสอบและรับรองมาตรฐานของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรและเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และยานยนต์สมัยใหม่ ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปี 2566 ประเทศไทยมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า คิดเป็น 78% ของปริมาณการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน

และในปี 2565 ประเทศไทยมีการผลิตยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ xEV เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนประมาณ 72,000 คัน แสดงให้เห็นถึงกระแสการตอบรับของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า
ในประเทศ และความพร้อมที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่


ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศจีนหลายค่าย ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นฐานการผลิต ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สามารถแข่งขันได้ในอาเซียน และเวทีโลก