ฉางอาน ปูพรม 3 แบรนด์ดัง ปักหมุดใช้ไทย “ฮับ EV” พวงมาลัยขวา

จู หัวหรง
จู หัวหรง
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ถือเป็นค่ายรถยนต์น้องใหม่ แต่ไม่ล่าสุดตอนนี้ที่ตัดสินใจเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ด้วยการวางหมุดหมายที่ชัดเจนตั้งใจใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หรือฮับ EV พวงมาลัยขวา เพื่อรองรับตลาดในประเทศไทย รวมทั้งตลาดในภูมิภาคอาเซียน และตลาดส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาทั้งหมดของฉางอาน ภายใต้แผน Vast Ocean Plan

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์พิเศษทีมผู้บริหารฉางอาน ออโตโมบิล (Changan Automobile) นำทีมโดย “จู หัวหรง” ประธานบริษัท Changan Automobile, “หลี่ หมิงฉาย” รองประธานกรรมการบริหาร Changan Automobile, “เคลาส์ ซิซิโอรา” รองประธานบริหาร Changan Automobile, “เติ้ง เฉิงหาว” ประธานบริหาร Deepal Automobile และ “เซิน ซิงฮวา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด และกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) เรียกว่าทีมผู้บริหารมาร่วมฉายภาพความตั้งใจจริงในการเข้ามาตลาดบ้านเราจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

Q : เหตุผลตัดสินใจลงทุนในไทย

สาเหตุที่ฉางอานได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ความสัมพันธ์อันดีและแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศไทย-จีน ฉางอานจึงตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิต ประกอบกับสิ่งแวดล้อมในการลงทุนของประเทศไทยถือว่าดี อีกทั้งรัฐบาลไทยมีนโยบาย 30@30 ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์อีวี ถือเป็นแรงจูงใจที่สำคัญสำหรับการตัดสินใจในครั้งนี้ ก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้ามาศึกษาและวิจัยจากกลุ่มผู้บริโภคกว่า 100,000 ราย มาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี

และมองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างมีศักยภาพของประเทศไทยสำหรับรถ EV และจะสามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำของอาเซียนได้ในการแข่งขันของตลาดนี้ ฉางอานจะให้ไทยเป็นฐานผลิตรถ EV เพื่อส่งออกไปยังประเทศพวงมาลัยขวาทั่วโลก ทั้งอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ ฯลฯ

Q : กลยุทธ์ที่ใช้ทำตลาดในไทย

สำหรับประเทศไทยนั้น ฉางอานตัดสินใจแบรนด์รถยนต์ ดีพอล (Deepal) เข้ามาทำตลาดในไทยเป็นแบรนด์แรก เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่เน้นความทันสมัย มีเทคโนโลยี และดีไซน์ที่สอดรับกับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นก่อน จากนั้นมีแผนจะส่งแบรนด์ AVATR และ NEVO ต่อไปในอนาคต และหากรถที่ฉางอานแนะนำออกสู่ตลาดสามารถตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้เป็นอย่างดี อนาคตบริษัทก็อาจจะแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติมมากขึ้น

การทำตลาดในช่วงแรกกับแบรนด์ Deepal กับเอสยูวี S07 และซีดาน L07 แล้ว จากนั้นก็จะเดินหน้าขยายเครือข่ายการจัดจำหน่าย สำหรับโรงงานที่มีการลงทุนและสร้างขึ้นในประเทศไทยนั้น จะมีการผลิตรถยนต์ S07 และ L07 และรถยนต์ของฉางอานเรามีทั้งหมด 15 แบรนด์ 15 ยี่ห้อ ส่วนแผนการตลาดจะมุ่งเน้น การบริการที่ครอบคลุม ทั้งงานขาย งานบริการหลังการขาย โดยปีนี้ตั้งเป้าจะขยายโชว์รูมและศูนย์บริการวางไว้ที่ 40 แห่ง และในปี 2567 จะขยายเป็น 100 แห่ง โดยจะมีรูปแบบการขายครบทั้งออฟไลน์และออนไลน์

Q : ทำไมเลือก Deepal เป็นแบรนด์แรก

เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ในตลาดจีนปรากฏว่าใช้ระยะเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น ยอดขายโตขึ้นเป็น 100,000 คัน ทั้งนี้ เราจึงมีความมั่นใจว่า “ลูกค้า” ให้การก่อนรถของ Deepal ทั้งสองรุ่นมียอดขายที่เติบโตมาก อีกทั้งในเรื่องของการออกแบบที่เหมาะสมกับวัยรุ่น ด้วยประสบการณ์การออกแบบรถยนต์มากว่า 39 ปี เรามั่นใจว่า Deepal เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะที่ดี อย่างรถ Deepal ทั้ง 2 รุ่นมียอดจองไปแล้วถึง 2,000 คันสำหรับตลาดประเทศไทย

Q : ความคืบหน้าของโรงงานและการซัพพอร์ตจากรัฐบาลไทย

เราได้รับการซัพพอร์ตจาก บีโอไอ ในระดับ เอ2 ได้ เงื่อนไขพิเศษหลายอย่างทั้ง อัตราภาษี จำนวนแรงงานต่างชาติ สำหรับโรงงานของฉางอานที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยนั้น จะก่อสร้างและแล้วเสร็จในปี 2568 แต่อาจจะผลิตรถยนต์แบรนด์ Deepal รุ่นใดนั้น คงต้องรอดูก่อน ซึ่งนโยบายการสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าถือว่าเป็นสิ่งที่ดีของรัฐบาล ช่วยให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ส่งผลให้ตลาดเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ดีต่อโลกในเรื่องของการลดการปล่อยมลพิษ โดยเฉพาะมาตรการอีวี 3.0 ทำให้เราเห็นโอกาส

และเชื่อว่าเมื่อมีอีวี 3.5 ก็น่าจะทำให้มีโอกาสมากขึ้นในระยะยาว สำหรับประเทศไทยโรงงานประกอบรถยนต์ของฉางอานตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง ในนิคม WHA โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 100,000 คัน ภายใต้งบฯการลงทุน 10,000 ล้านบาท ในเฟสแรก คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2568 ส่วนเฟสต่อไปจะเพิ่มอีก 100,000 คัน โดยได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอเรียบร้อยแล้ว

ส่วนแบตเตอรี่นั้น ช่วงแรกจะเป็นการนำเข้ามาปก่อน ส่วนอนาคตก็มีแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ด้วย

Q : เป้าหมายการทำตลาดในไทย

สำหรับเป้าหมายหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปจนถึงสิ้นปี 2567 นั้น ฉางอานได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 20,000-30,000 คัน สำหรับปีแรก เราอยากฝากมาถึงผู้บริโภคชาวไทย ว่าแล้วทำไมลูกค้าคนไทยต้องเลือกแบรนด์ฉางอาน


เหตุผลก็เพราะว่าฉางอานคือแบรนด์ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรถ เทคโนโลยี การบริการ ที่จะต้องมาเป็นอันดับแรก ตลอดวงจรในการซื้อรถ อีกทั้งรถยนต์ที่มีคุณภาพ มีความหลากหลายให้ ลูกค้าได้เลือกซึ่งถือเป็นจุดแข็งของฉางอาน รวมถึงความมุ่งมั่นของ “ฉางอาน” ในการก้าวเข้ามาทำตลาดในไทย