กองทุนน้ำมันยังไหว ตรึงดีเซล-LPG ช่วยค่าครองชีพประชาชนรับปีใหม่ 2567

นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)
วิศักดิ์ วัฒนศัพท์

กองทุนน้ำมันยังไหว ตรึงราคาดีเซล-LPG-เบนซิน ช่วยค่าครองชีพประชาชน รับปีใหม่ 2567 หลังติดลบไม่ถึงแสนล้านบาท

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ในปี 2566 ที่กำลังจะสิ้นสุดนี้ สกนช.ได้ปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของ สกนช. ภายใต้การรับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และนโยบายคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิง

ในช่วงที่ผ่านมาสามารถใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ ดูแลบริหารจัดการราคาขายปลีกของกลุ่มน้ำมันดีเซล เบนซิน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ได้คล่องตัวมากขึ้น หลังจากมีเงินกู้เข้ามาเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน

ทั้งนี้ สามารถสรุปประเด็นในการดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งในกลุ่มน้ำมันดีเซล ก๊าซ LPG และกลุ่มน้ำมันเบนซิน ดังนี้

ลากยาวดีเซลไม่เกิน 30 บาท

การรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับ 30 บาท/ลิตร การบริหารจัดการราคาขายปลีกของกลุ่มดีเซลในปี 2566 กบน.มีมติปรับลดราคาขายปลีกดีเซลไปแล้วรวม 7 ครั้ง จากราคา 35 บาท/ลิตร มายืนระยะที่ 32 บาท/ลิตร ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

และปัจจุบันราคาลดลงมาอยู่ที่ 30 บาท/ลิตร จากผลของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ที่ให้ตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน-31 ธันวาคม 2566 โดยใช้กลไกลดภาษีสรรพสามิตลง 2.50 บาท/ลิตร และกลไกกองทุนน้ำมันในการรักษาระดับราคาขายปลีก

โดยที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ยังมีมติให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2567 โดยขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลังในการบริหารจัดการด้านราคา ใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ตรึง LPG ต่อถึง 31 มีนาคม 2567

การรักษาระดับราคาขายปลีกก๊าซ LPG ไม่ให้เกิน 423 บาท/ถัง ขนาด 15 กิโลกรัม (กก.) ด้านราคาก๊าซ LPG ตั้งแต่ต้นปี 2566 ที่ผ่านมา ได้ทยอยปรับราคาจาก 408 บาท/ถัง 15 กก. เป็น 423 บาท/ถัง 15 กก. โดยมีผลวันที่ 1 มีนาคม 2566 เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลได้ตรึงราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ 423 บาท/ถัง 15 กก. เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

และล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ครม.ก็มีมติให้ตรึงราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ 423 บาท/ถัง 15 กก. อีกเป็นระยะเวลา 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2567 เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

ลดแก๊สโซฮอล 91 ลง 2.50 บาท/ลิตร

การลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันในกลุ่มน้ำมันเบนซิน เพื่อให้ราคาขายปลีกลดลง จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 31 ตุลาคม 2566 เห็นชอบแนวทางการลดค่าครองชีพประชาชนตามที่กระทรวงพลังงานเสนอลดราคาแก๊สโซฮอล 91 ลง 2.50 บาท/ลิตร เป็นเวลา 3 เดือน โดยใช้กลไกลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน 1 บาท/ลิตร พร้อมใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนเพื่อทำให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 ลดลงรวม 2.50 บาท/ลิตร

โดยที่ประชุม กบน.ได้ดำเนินการปรับลดราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซิน ให้มีผลตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน 2566-31 มกราคม 2567 โดยราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 ลดลง 2.50 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันเบนซิน 95 และน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 ลดลง 1 บาท/ลิตร ส่วน E20 และ 85 ลดลง 80 สตางค์/ลิตร


สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2566 ติดลบ 78,680 ล้านบาท โดยบัญชีน้ำมันติดลบ 32,569 ล้านบาท บัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 46,111 ล้านบาท และเงินกู้ยืมในบัญชีเงินฝากกรมบัญชีกลาง 10,000 ล้านบาท