โครงการแลนด์บริดจ์คือจุดขายไม่ต่างจาก EEC ส.อ.ท. เผย “ดูไบ-ซาอุฯ” สนทำโรงกลั่น

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เชื่อเศรษกิจปี 2567 โตได้แรงกระตุ้นมาตรการรัฐ Easy E-Receipt ส่งออก และท่องเที่ยว ชี้โครงการแลนด์บริดจ์คือโอกาสและจุดขายของการดึงนักลงทุนเข้าไทย เผยดูไบ ซาอุดีอาระเบียสนใจทำโรงกลั่นน้ำมัน ด้านดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค. 2566 อยู่ที่ระดับ 88.8 ปรับตัวลดลงจาก 90.9 ในเดือน พ.ย.

วันที่ 17 มกราคม 2567 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมไทยในปี 2567 ยังสามารถเติบโตได้จากการส่งออกสินค้าที่จะกลับมาขยายตัวได้ การลงทุนภาคเอกชนที่จะฟื้นตัวตาม ภาคการท่องเที่ยวที่จะขยายตัวจากมาตรการฟรีวีซ่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

รวมทั้งการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกสินค้าของไทยได้เพิ่มขึ้น เมื่อเศรษฐกิจโลกยังผันผวน สงคราม การเมืองโลก การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เป็นความเสี่ยงเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ความท้าทายเหล่านี้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

“โครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งเป็นสะพานข้ามทะเล เชื่อมทะเลอันดามันและอ่าวไทย จังหวัดระนองและชุมพร เพื่อทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมขนส่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของช่องแคบมะละกา ลดเวลาการเดินทาง มันได้ประโยชน์มาก ตอนนี้ดูไบและซาอุดีอาระเบียก็สนใจที่จะลงทุนทำโรงกลั่นน้ำมัน 500,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นจุดขายที่รัฐบาลนำไปโรดโชว์ น่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีเหมือนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กระจายรายได้ไปภาคใต้

สำหรับผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนธันวาคม 2566 อยู่ที่ระดับ 88.8 ปรับตัวลดลงจาก 90.9 ในเดือนพฤศจิกายน มีปัจจัยเสี่ยงจากภาคการผลิตชะลอลง เนื่องจากวันทำงานน้อยและวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลปีใหม่

ประกอบกับผู้ผลิตได้เร่งการผลิตในช่วงก่อนหน้า ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง นอกจากนี้ ภาคการก่อสร้างชะลอตัวลง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างของภาครัฐ ส่งผลให้ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างลดลง

ด้านการส่งออกประสบปัญหาอัตราค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น จากกรณีกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือขนส่งสินค้าพาณิชย์ที่แล่นผ่านทะเลแดง แต่ยังมีปัจจัยบวกจากความต้องการสินค้าสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้าแฟชั่นที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ และอานิสงค์การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการส่งออกมีทิศทางดีขึ้น จากอุปสงส์จากประเทศคู่ค้าทยอยฟื้นตัว นอกจากนี้ มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานของภาครัฐ โดยการปรับลดราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม เอกชนยังกังวลเรื่องของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สุด มีสัดส่วนถึง 81.1% สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 96.2 ปรับตัวลดลง จาก 97.3 ในเดือนพฤศจิกายน เพราะยังคงกังวลการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่กระทบต่อต้นทุนประกอบการ

ปัญหาสงครามระหว่างประเทศ ที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้น แต่จะมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการ Easy E-Receipt ซึ่งเป็นมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2567 ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศในช่วงวันที่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2567

ดังนั้น จึงเสนอต่อภาครัฐให้กระทรวงพลังงานปรับโครงสร้างพลังงานทุกประเภทให้มีความเป็นธรรมต่อผู้ใช้งาน และควรเปิดให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมให้ความเห็นผ่าน กรอ.พลังงาน

ออกมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลจากปัญหาค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น จากปัญหาความไม่สงบบริเวณทะเลแดง โดยเฉพาะสายเรือขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ในเส้นทางระหว่างเอเชียและยุโรป

ขอให้กรมสรรพากรเร่งประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็ก ในการยื่นคำขอออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax) เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสในการขายสินค้าและบริการ

นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากปัจจัยต่าง ๆ จึงประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมไทย ปี 2567 ว่ามีโอกาสเติบโต แต่ต้องเร่งกระตุ้นการส่งออก การท่องเที่ยว และกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นมีทั้งหมด 22 กลุ่ม ทรงตัว 11 กลุ่มอุตสาหกรรม หดตัวลง 13 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมคือ

อานิสงส์จากความต้องการสินค้าและบริการ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การบรรลุความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้ภายในปี 2567 เช่น ไทย-ศรีลังกา, ไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) และไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รวมถึงการเร่งเจรจา FTA ไทย-อียู (EU) และไทย-กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ความผันผวนของค่าเงินบาทที่อยู่ในระดับต่ำ แนวโน้มคำสั่งซื้อสินค้าจากประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐ ยุโรป จีน เพิ่มขึ้น รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มอ่าวอาหรับ GCC

ผู้ประกอบการได้มีการลงทุนใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เนื่องจากมีราคาที่ถูกลงโดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ เพื่อลดต้นทุนด้านค่าไฟฟ้า ขณะที่ทิศทางราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลงจากปัญหาขาดแคลนที่คลี่คลาย และมีการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบใหม่ ๆ ทดแทน

ส่วนปัจจัยที่น่ากังวลคือ ทิศทางค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่อยู่ในระดับสูงและปัญหาหนี้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในรัสเซีย-ยูเครน, อิสราเอล-กลุ่มฮามาส ยืดเยื้อกระทบต่อราคาพลังงานโลกเพิ่มขึ้น

การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราที่สูงเกินไป ต้นทุนทางการเงินยังอยู่ในระดับสูงจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น และความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ผลกระทบจากสินค้าที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาตีตลาดลูกค้าในกลุ่มอาเซียน กระทบต่อการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงปัญหามาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTM/NTB) เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM)

ส.อ.ท.

ส.อ.ท.


ส.อ.ท.