ข้อพิพาท น้ำตาล WTO 8 ปี บราซิลยุติฟ้อง-ไทยพ้นมลทินอุดหนุน

อ้อย

ทันทีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 มีมติเห็นชอบการยุติกรณีข้อพิพาทเรื่องน้ำตาล ภายใต้องค์การการค้าโลก หรือ WTO ระหว่างประเทศไทย และบราซิล ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ

นับเป็นข่าวดีในรอบ 8 ปี หลังจาก “บราซิล” ได้ยื่นต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เมื่อปี 2559 ประเด็นไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลเบอร์ 2 ของโลก รองจากบราซิล ใช้นโยบายอุดหนุนส่งออกน้ำตาล ในลักษณะที่อาจขัดกับข้อตกลง WTO ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำตาลในตลาดโลก หากไทยแพ้บราซิลต้องจ่ายเงินชดเชยมหาศาล นำมาสู่การออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2561 เรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศ “ลอยตัวราคาน้ำตาล” ของไทย อย่างเป็นทางการ

ไทยยกเลิกระบบโควตา จากเดิมที่จะกำหนด โควตา ก. (นํ้าตาลสำหรับบริโภคภายในประเทศ) โควตา ข. (นํ้าตาลดิบที่ส่งออกโดยบริษัทอ้อยและนํ้าตาลไทย) โควตา ค. (นํ้าตาลดิบหรือนํ้าตาลทรายที่ส่งออกโดยโรงงานนํ้าตาล) และการกำหนดราคาขายน้ำตาลภายในประเทศ ส่วนวิธีการคำนวณราคาอ้อยให้กับชาวไร่นั้น ได้อาศัยกลไกอิงราคาน้ำตาลโลก หรือลอนดอน No.5 บวกพรีเมี่ยม

ไทยปรับโครงสร้างน้ำตาล

ล่าสุดจากการหารืออย่างเป็นทางการรอบสุดท้าย ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 12 ระหว่างไทย-บราซิล เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ผ่านระบบ Video Conference

ซึ่งสรุปได้ว่าที่ผ่านมา ไทยได้ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

1.ยกเลิกระบบโควตา ก ข และ ค ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2561 (ไม่กำหนดโควตาส่งออก) ซึ่งเป็นการปรับปรุงระบบอ้อยและน้ำตาลให้เป็นไปตามกลไกตลาด

2.ยกเลิกการกำหนดราคาขายน้ำตาลทรายภายในประเทศ จากการปรับแก้ไขมาตรา 17 (18) ของ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เพื่อทำให้ราคาน้ำตาลให้เป็นไปตามกลไกตลาด รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพในการปลูกอ้อยเพื่อลดต้นทุนการผลิต

3.ตัดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลออกจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ทั้งนี้ เงินชดเชยแก่โรงงานน้ำตาลในกรณีที่ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้น ตามมาตรา 56 ของ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 จึงไม่มีเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

4.ยกเลิกการให้เงินช่วยเหลือแก่ชาวไร่อ้อย จำนวน 160 บาท/ตัน ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 และปรับการอุดหนุนภายใน ให้เป็นมาตรการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเกษตรและชนบทของไทย เช่น การศึกษา การวิจัย การปรับปรุงพันธุ์พืช การลดการเผาอ้อย โครงการสนับสนุนชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยุติกรณีพิพาทดังกล่าว ด้วยการลงนามในเอกสารข้อยุติ และเสนอให้เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำ WTO ณ นครเจนีวา ของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นผู้ลงนามในการประชุม MC 13 นอกจากนี้ ฝ่ายบราซิลยังเสนอให้มีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทย-รัฐบาลบราซิล ว่าด้วยกรณีการอุดหนุนสินค้าน้ำตาลของไทย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้ข้อยุติกรณีพิพาทแล้วด้วย

จ่อลงนามใน MC 13

สำหรับเอกสารซึ่งเป็นข้อยุติ ซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลบราซิล ว่าด้วยเรื่องการอุดหนุนสินค้าน้ำตาลของไทย ที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม.ในนัดนี้ จะถูกนำไปลงนามในการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก ครั้งที่ 13 (MC 13) ที่จะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2567 ณ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นับว่าเป็นเครื่องยืนยันว่าไทยปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ ยกเลิกระบบโควตา ก ข ค ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2561 โดยไม่กำหนดโควตาส่งออก ถือเป็นการปรับปรุงระบบอ้อยและน้ำตาลทรายที่เป็นไปตามกลไกตลาด รวมทั้งยกเลิกการกำหนดราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศ ด้วยการแก้ไขกฎหมายมาตรา 17 ภายใต้ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 พร้อมปรับแก้ไขการตัดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลออกจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เงินชดเชยให้กับโรงงานน้ำตาลในกรณีราคาอ้อยขั้นสุดท้ายต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้น จึงไม่มีเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

รวมถึงการยกเลิกช่วยเหลือชาวไร่อ้อย 160 บาทต่อตัน ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 และปรับการอุดหนุนเป็นมาตรการเพื่อสนับสนุนการเกษตรและชนบทของไทย เช่น การศึกษา การวิจัย การปรับปรุงพันธุ์พืช และการลดการเผาอ้อยด้วย

ส่งออกน้ำตาลปี 2566

หากย้อนไปดูภาพรวมการส่งออกน้ำตาลของไทย ปี 2566 มีปริมาณ 6.54 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ส่งออก 6.48 ล้านตัน มีมูลค่า 3,452 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 3,139 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากคำนวณราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 527.7 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีราคา 483.8 เหรียญสหรัฐ

ส่วนแนวโน้มในปีนี้ ต้นปีทิศทางราคาน้ำตาลในตลาดโลกยังดีต่อเนื่องจากปีก่อน 25 เซนต์/ปอนด์ แม้ว่าอาจยังไม่สูงเท่าปีที่แล้วที่เคยสูงถึง 28 เซนต์ต่อปอนด์ แต่ถือว่าราคายังดี เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปี ประเทศส่งออกหลักทั้งไทยและอินเดีย

ปีนี้ผลผลิตไม่ค่อยดีนัก เพราะผลจากภาวะเอลนีโญทำให้ผลิตได้ลดลง โดยอัพเดทล่าสุดการหีบอ้อยปี 2566/2567 ไทยมีผลผลิตเข้าหีบ ในช่วง 72 วันแรกเพียง 68.41 ล้านตัน จากปีก่อนที่มีอ้อยเข้าหีบ 93.88 ล้านตัน ส่วนอินเดียก็มีปริมาณอ้อยเข้าหีบน้อยมากเช่นกัน เพราะมุ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตเอทานอล มีเพียงบราซิลเท่านั้นที่ยังมีผลผลิตดี ดังนั้น แนวโน้มราคาตลาดโลกน่าจะยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง 1-2 ปีข้างหน้า