ทีดีอาร์ไอใช้ Big Data สำรวจตลาดแรงงานไทย พบประกาศรับสมัครกว่าล้านตำแหน่ง

สมัครงาน สัมภาษณ์งาน

ทีดีอาร์ไอใช้ Big Data สำรวจตลาดแรงงานไทย พบประกาศรับสมัครกว่าล้านตำแหน่ง ทักษะ “Soft Skill” มาแรงเป็นที่ต้องการของทุกอาชีพ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยทีมวิจัย “โครงการวิเคราะห์การประกาศหางานออนไลน์” เปิดเผยผลสำรวจและวิเคราะห์การจ้างงานในประเทศไทย โดยใช้ Big Data เก็บข้อมูลจากประกาศรับสมัครงานผ่านเว็บไซต์หางานระดับประเทศในไทยรวม 15 เว็บไซต์ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 (1 ต.ค.-31 ธ.ค. 2566) และวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสำรวจความต้องการแรงงานที่นายจ้างต้องการ ซึ่งก่อนหน้านี้ทีดีอาร์ไอได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส

ใช้ฐานข้อมูลแรงงานทั่วโลกครั้งแรก นายจ้างต้องการ “Soft Skill” มากสุด

การสำรวจประกาศรับสมัครงานของทีมวิจัยทีดีอาร์ไอในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ทีมวิจัยได้สกัดทักษะต่าง ๆ จากประกาศหางานอ้างอิงฐานข้อมูลทักษะจากฐานข้อมูล Lightcast ที่ได้จัดเก็บข้อมูลประกาศรับสมัครงานจากทั่วโลก โดยจัดหมวดหมู่ทักษะออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่

ประกอบด้วย กลุ่มทักษะที่พบได้ทั่วไป พบว่าทักษะที่เป็นที่ต้องการในทุกตำแหน่งงานและสาขาธุรกิจ คือทักษะ Soft Skill โดยทักษะการประสานงานเป็นที่ต้องการมากที่สุด 377,470 ตำแหน่ง (29.06%) ตามมาด้วยทักษะการขาย 342,545 ตำแหน่ง (26.37%) ทักษะการจัดการและวางแผนงาน 311,104 ตำแหน่ง (23.95%) และการสื่อสาร 167,764 ตำแหน่ง (12.91%)

กลุ่มทักษะเฉพาะ พบว่าต้องการทักษะการบริหารและวางแผนงานมากที่สุด 279,618 ตำแหน่ง (21.52%) การซ่อมบำรุง 198,799 ตำแหน่ง (15.30%) การวิเคราะห์ข้อมูล 181,005 ตำแหน่ง (13.9%) ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ 179,970 ตำแหน่ง (13.9%) ทักษะด้านบัญชี 136,964 ตำแหน่ง (10.54%)
และกลุ่มใบประกาศนียบัตร พบว่า ประกาศรับสมัครงานมีความต้องการผลสอบ TOEIC มากที่สุด 4,018 ตำแหน่ง (0.30%) ตามด้วยใบรับรองวิชาชีพเภสัชกรรม 2,864 ตำแหน่ง (0.22%) และใบรับรองติดตั้งระบบโรงไฟฟ้า 536 ตำแหน่ง (0.04%)

เปิด TOP 10 อาชีพที่หาคนทำงานมากที่สุด กลุ่มค้าส่ง-ค้าปลีกยังครองแชมป์

สำหรับความต้องการแรงงานในประเทศนั้น จากการสำรวจล่าสุดจาก 15 เว็บไซต์หางานในไทย พบว่ามีประกาศรับสมัครงานทั้งหมด 1,299,111 ตำแหน่ง โดยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นวุฒิการศึกษาขั้นต่ำที่นายจ้างต้องการมากที่สุด มีประกาศรับสมัคร 857,419 ตำแหน่ง (60.03%) รองลงมาคือ ปวช. 156,449 ตำแหน่ง (12.05%) ปวส. 91,421 ตำแหน่ง (7.04%) มัธยมศึกษาปีที่หก 89,917 ตำแหน่ง (6.29%) ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา 39,932 ตำแหน่ง (3.08%) ไม่ระบุวุฒิการศึกษาขั้นต่ำมีจำนวน 36,969 ตำแหน่ง (2.85%) มัธยมศึกษาปีที่สาม 18,043 ตำแหน่ง (1.39%) และสูงกว่าปริญญาตรี 8,378 ตำแหน่ง (0.65%)

เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานตามกลุ่มประเภทธุรกิจที่ระบุในประกาศรับสมัครงาน โดยอ้างอิงประเภทมาตรฐานอุตสาหกรรม (TSIC) ปี 2552 และจากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการช่วยจำแนกข้อมูล ซึ่งใน 10 อันดับแรกพบว่า กลุ่มประเภทธุรกิจการขายส่งและการขายปลีก ประกาศรับสมัครงานมากที่สุด 201,645 ตำแหน่ง (15.5%) รองลงมาคือที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 163,185 ตำแหน่ง (12.6%) ตามด้วยการผลิต 153,601 ตำแหน่ง (11.8%) การก่อสร้าง 95,501 ตำแหน่ง (7.4%)

กิจกรรมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ 71,694 ตำแหน่ง (5.5%) กิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 59,717 ตำแหน่ง (4.6%) กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ 53,610 ตำแหน่ง (4.1%) กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย 48,269 ตำแหน่ง (3.7%) กิจกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ 46,578 ตำแหน่ง (3.6%) การศึกษา 24,201 ตำแหน่ง (1.9%) อย่างไรก็ตาม พบว่ามีประกาศที่ไม่สามารถระบุกลุ่มประเภทธุรกิจ 302,089 ตำแหน่ง (23.3%)

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังจำแนกประกาศรับสมัครงานตามกลุ่มอาชีพที่ระบุในประกาศรับสมัครงาน โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยจำแนกกลุ่มอาชีพ ซึ่งใน 10 อันดับแรกพบว่า ในกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการขายมีจำนวนมากที่สุด 282,710 ตำแหน่ง (21.7%) รองลงมาคืออาชีพทางสำนักงานและสนับสนุนการดำเนินงาน 180,670 ตำแหน่ง (13.9%) ตามด้วยอาชีพด้านธุรกิจและการดำเนินงานทางการเงิน 176,488 ตำแหน่ง (13.6%) อาชีพด้านคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ 134,414 ตำแหน่ง (10.3%)

อาชีพด้านวิศวกรรม 91,703 ตำแหน่ง (7.0%) งานการจัดการ 60,336 ตำแหน่ง (4.6%) งานจัดซื้อ/จัดจ้าง 55,675 ตำแหน่ง (4.3%) งานติดตั้ง ดูแล และการซ่อมแซม 53,489 ตำแหน่ง (4.1%) งานศิลปะ, การออกแบบ, ความบันเทิง, กีฬา และสื่อ 46,287 ตำแหน่ง (3.6%) และงานสุขภาพและเทคนิคทางการแพทย์ 31,582 ตำแหน่ง (2.4%)

เมื่อจำแนกประกาศรับสมัครงานตามภูมิภาคที่ระบุในประกาศ พบว่าประกาศรับสมัครงานกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีการประกาศหางานถึง 1,150,939 รายการ คิดเป็น 88.6% ของประกาศรับสมัครงานทั่วประเทศ

ทั้งนี้ “โครงการวิเคราะห์การประกาศหางานออนไลน์” เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษา และให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ตลอดจนมหาวิทยาลัย สถาบันอาชีวศึกษา และสถาบันฝึกอบรมต่าง ๆ ที่ผลิตบุคลากรป้อนตลาดแรงงาน

สำหรับคณะผู้วิจัยประกอบด้วย ดร.ทศพล ป้อมสุวรรณ นักวิชาการ ทีม Big Data ทีดีอาร์ไอ นายวินิทร เธียรวณิชพันธุ์ นายนรินทร์ ธนนิธาพร และ น.ส.ฐิติรัตน์ สีหราช นักวิจัยทีดีอาร์ไอ

อ่านรายงานฉบับเต็ม https://tdri.or.th/2024/02/bigdata-report-labourmarket-q4-2023/