ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง จากความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัว
วันที่ 6 มีนาคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนยังคงกังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมัน แม้ว่าจะมีการประกาศเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไว้ที่ระดับ 5% สำหรับปี 2567 โดยจีนจะลดความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์ และลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของรัฐบาลท้องถิ่น
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 5 มี.ค. 2567 อยู่ที่ 78.15 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.59 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 82.04 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.76 เหรียญสหรัฐ
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 1 มี.ค. 67 ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 423,000 บาร์เรล น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล
อุปทานน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากการที่โอเปกพลัสมีมติปรับลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจจำนวน 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนถึงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยซาอุดีอาระเบียจะปรับลดกำลังการผลิตจำนวน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่รัสเซียจะปรับลดการผลิตและส่งออกน้ำมันรวม 471,000 บาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังสหรัฐเผยตัวเลขน้ำมันเบนซินคงคลังปรับตัวลดลงกว่า 2.8 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม การส่งออกน้ำมันของตะวันออกกลางมายังภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในภูมิภาคเอเชียยังคงถูกจำกัด ประกอบกับอุปทานที่ยังอยู่ในระดับสูง จากการที่โรงกลั่นจีนมีแผนส่งออกน้ำมันดีเซลมากขึ้น
