องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ส่งจดหมายเปิดผนึกร้องนายกฯเศรษฐา แก้กากแร่แคดเมียม

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นส่งจดหมายเปิดผนึก 3 ข้อเรียกร้อง ถึงเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เร่งจัดการกากแร่แคดเมียม บังคับใช้กฎหมายผู้กระทำผิด พร้อมจับตานำเข้าขยะที่ก่อมลพิษจากต่างประเทศภายในเดือนพฤษภาคมนี้

วันที่ 24 เมษายน 2567 รายงานข่าวจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) หรือ ACT ระบุว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง

จากกรณีการขุดและการขนย้ายจากแร่ปนเปื้อน เพื่อเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหากากแร่สารแคดเมียมจำนวนกว่า 1.3 หมื่นตัน มีความเสี่ยงสูงต่อชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันตรวจพบมีสารแคดเมียมในร่างกายคนงานและชาวบ้านเกินกว่ามาตรฐานมากกว่า 20 ราย ในขณะที่ยังพบว่ามีสารแคดเมียมปนเปื้อนอยู่ตามพื้นดิน บางสานรั่วไหลหรือฟุ้งกระจายในระหว่างการขนส่ง และยังอาจแพร่กระจายจากการเก็บสารพิษนี้ตาม “โรงหลอม” ซึ่งสร้างความหวาดวิตกว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรงในอนาคต

กรณีดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมายอย่างน้อย 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.โรงงานฯ พ.ร.บ.แร่ฯ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฯ และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฯลฯ

อย่างไรก็ดี มาตรการและหรือแนวทางการจัดการเรื่องดังกล่าวของรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนได้อย่างชัดเจนโปร่งใส ทั้งการเปิดเผยข้อเท็จจริงครบถ้วนทุกขั้นตอนและหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การออกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

Advertisment

การทำลายฝังกลบ การขนย้าย รวมถึงส่วนที่อาจมีการกระทำโดยลักลอบ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในเหตุการณ์นี้ การจัดการกากแร่ปนเปื้อนสารแคดเมียมอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยงในอนาคตไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจึงมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบอย่างเร่งด่วนเป็นรูปธรรมและโปร่งใสที่ทำให้ประชาชนมั่นใจว่าจะหยุดการแพร่กระจายของสารพิษดังกล่าว และไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ดังนี้

1.ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่เกี่ยวข้องและมีหน้าที่รับผิดชอบต่อวิกฤตครั้งนี้ ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงสาเหตุและแนวทางแก้ไข พร้อมมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต รวมทั้งการนำเข้าขยะที่ก่อมลพิษจากต่างประเทศภายในเดือนพฤษภาคมนี้

2.บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและลงโทษผู้เกี่ยวข้องที่ทำผิดกฎหมายครั้งนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ทั้งภาครัฐที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ภาคเอกชน และชาวต่างชาติที่อาศัย ช่องโหว่ของกฎหมายและอามิสสินจ้างเพื่อประโยชน์ส่วนตน และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

Advertisment

3.เร่งรัดพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR)

ข้อเรียกร้องขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเป็นแนวทางการจัดการที่สามารถปฏิบัติและดำเนินการได้ทันที และจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่ารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐมีความมุ่งมั่นในการจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะของโลกเพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ภายใต้การคำนึงถึงประโยชน์สุขสูงสุดของประชาชน