กรมการค้าภายในส่งสายตรวจร่วมกับพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการรับซื้อโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะพื้นที่โรงงานหยุดรับซื้อ ป้องกันกดราคาเพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ชี้ยังรับซื้อปกติไม่มีปัญหา
วันที่ 5 มิถุนายน 2567 นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้สั่งการให้สายตรวจเฉพาะกิจกรมการค้าภายในร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และตัวแทนเกษตรกรลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามกำกับดูแลการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ให้มีการปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการโรงสกัด ตามมติที่ประชุมหารือ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567

ในวันนี้ (5 มิ.ย.) จากข้อมูลการแจ้งหยุดรับซื้อจากพาณิชย์จังหวัดพบว่ามีการรับซื้อทุกราย ยกเว้นจังหวัดชุมพรที่มีการแจ้งหยุดรับซื้อ 1 ราย จึงได้ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร และตัวแทนเกษตรกรตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าเหตุเนื่องมาจากโรงงานต้องบริหารการสกัดผลปาล์มน้ำมันที่คงค้างบนลาน ให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มของโรงสกัดและไม่ให้เกิดผลกระทบกับคุณภาพของน้ำมันปาล์ม หลังจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งโรงสกัดดังกล่าวจะเริ่มเปิดรับซื้อในวันที่ 5 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป
สำหรับแนวโน้มปริมาณผลปาล์มที่มีปริมาณลดลง การติดคิวหน้าโรงงานเริ่มลดลง จะติดไม่เกิน 1 วัน ก็สามารถลงหมด ซึ่งก่อนหน้านี้จะติดคิว 2-3 วัน
ในช่วงนี้ขอให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มยืดระยะเวลาการตัดออกไป และตัดปาล์มสุกเต็มที่ เพื่อให้ได้ราคาดีและจะได้น้ำหนักเพิ่มด้วย นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์มปฏิบัติตามกฎหมาย และให้ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อให้ชัดเจนและเปิดเผย รวมถึงให้เป็นไปตามแนวทางตามมติที่ประชุมที่ได้หารือกันไว้
จึงขอฝากเตือนถึงผู้ประกอบการว่าอย่ามีพฤติกรรมกดราคารับซื้อหรือรับซื้อที่เป็นการเอาเปรียบเกษตรกร เพราะกรมได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่แสดงราคารับซื้อ หรือแสดงไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีกดราคารับซื้อต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าเกษตร รวมทั้งทราบเบาะแสการเอาเปรียบเกษตรกรสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ