เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
Economic เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
Economic เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
Economic เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
Economic ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
“วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
Economic “วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
Columns ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
Finance ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
ดูทั้งหมด

เปิดโครงสร้าง ‘ราคาน้ำมัน’ 1 ลิตร คนไทยต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง

08 พ.ค. 2568 | 10:54น.

หลังจากเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมามีการประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล รวมถึงมีการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน เพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตโดยมีเป้าหมายไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการปรับขึ้นนั้น 

น้ำมัน” ถือเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันที่รัฐบาลจะต้องดูแลเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมาวิธีการลดค่าน้ำมันส่วนใหญ่ จึงมาจากการปรับ ‘โครงสร้างราคา’ ทั้งปรับกฎ วิธีอ้างอิงราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นจากการอ้างอิงตามกลไกตลาดเป็นการกำหนดราคาเองตามต้นทุนจริง ลดภาษีซ้ำซ้อนต่างๆ และเปลี่ยนมาใช้ระบบ SPR  ‘ประชาชาติธุรกิจ‘ ชวนผ่าโครงสร้างราคาน้ำมัน แท้จริงแล้วใน 1 ลิตร คนไทยจ่ายอะไรไปบ้าง

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เคยให้ข้อมูลกับ ‘ประชาชาติธุรกิจ’ว่า ปัจจุบันไทยอ้างอิงราคาน้ำมันจากตลาดสิงคโปร์มาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยให้เหตุผลว่าสิงคโปร์มีทำเลที่ตั้งเป็นศูนย์กลางทางการค้าและเรือบรรทุกน้ำมัน ประกอบกับสิงคโปร์มีโรงกลั่นน้ำมันจำนวนมาก แต่ใช้ในประเทศน้อย จึงทำให้มีการส่งออกน้ำมันเป็นอันดับต้น ๆ ทำให้ตลาดที่สิงคโปร์เป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง และราคาเป็นไปตามกลไกตลาด จึงทำให้ประเทศแถบภูมิภาคเอเชียอ้างอิงราคาน้ำมันจากตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก

ในขณะที่ไทยไม่มีความจำเป็นจะต้องอ้างอิงราคาน้ำมันจากตลาดสิงคโปร์ที่มีการบันทึกค่าขนส่งทางเรือ ค่าประกันภัยการเดินทางและค่าปรับคุณภาพน้ำมัน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจาก “โรงกลั่นไทยสามารถกลั่นน้ำมันได้เองเกือบ 100%” ดังนั้น หากรัฐบาลเข้ามากำหนดระบบราคาต้นทุนของโรงกลั่นในประเทศไทยอย่างเหมาะสม คำนึงถึงต้นทุนการกลั่นของแต่ละโรงกลั่น จะส่งผลดีกว่าการอิงราคาสิงคโปร์ และจะตัดส่วนที่ไม่ได้เกิดขึ้นลงได้ราว 1-2 บาทต่อลิตร

รวมภาษีซ้ำซ้อน

หากพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำมัน จะพบว่าต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นประมาณ 20 บาท ประชาชนต้องจ่ายประมาณ 30 กว่าบาท ถูกคิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนรวมอยู่ด้วย ได้แก่

  • ภาษีสรรพสามิต ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมัน เช่น น้ำมันเบนซินมีอัตราภาษีประมาณ 5.85 บาทต่อลิตร (iTAX)
  • ภาษีเทศบาล: จัดเก็บในอัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิตเพื่อใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น หากภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 5.85 บาทต่อลิตร ภาษีเทศบาลจะอยู่ที่ประมาณ 0.585 บาทต่อลิตร
  • และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): จัดเก็บในอัตรา 7% จากราคาขายส่งและค่าการตลาดของน้ำมัน(iTAX)

ดังนั้นภาครัฐควรเร่งปรับโครงสร้างราคาที่มีการเก็บค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนก็จะช่วยลดไปได้ 3-4 บาท

สาเหตุหลักน้ำมันขึ้น-ลง

ด้าน นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการปรับขึ้นลงราคาน้ำมัน ประกอบด้วย 1) ราคาน้ำมันในตลาดโลก หากมีการปรับสูงขึ้นอีก เราก็ต้องมาดูปัจจัยที่ 2 ) คือสภาพคล่องของกองทุนนั้นว่าจะสามารถรับได้หรือไม่ เช่น สงครามที่เกิดขึ้นมีความยืดเยื้อหรือไม่ ราคาจะผันผวนหรือไม่ แล้วก็มาดูเงินของเราเพียงพอต่อการใช้จ่าย เพียงพอต่อการตรึงราคาหรือไม่ หากไม่ไหวเราก็ต้องปรับขึ้น ขณะเดียวกันหากราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง เราก็สามารถลดลงได้ เพราะเงินเรามีมากขึ้น

ลดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน เพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล โดยมีเป้าหมายไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการปรับขึ้น เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และปัจจัยทุกด้านแล้วประเมินได้ว่า กองทุนน้ำมันฯ สามารถปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

ซึ่ง กบน.ได้พิจารณาเห็นชอบปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 การปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเท่ากับอัตราภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อราชการส่วนท้องถิ่น ตามมติคณะรัฐมนตรี และส่วนที่ 2 การพิจารณาค่าการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ การปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน ลดลงประมาณวันละ 49.57 ล้านบาทต่อวัน จากประมาณวันละ 393.97 ล้านบาทต่อวัน เป็นประมาณวันละ 344.40 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ติดลบอยู่ที่ 47,779 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันติดลบอยู่ที่ 2,540 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 45,239 ล้านบาท

ขึ้นภาษีสรรพาสามิต

ขณะเดียวกันกรมสรรพาสามิตได้มีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยสำหรับการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต และภาษีส่วนท้องถิ่น ของน้ำมันประเภทต่างๆที่มีการปรับเปลี่ยนมีรายละเอียดดังนี้

  • น้ำมันเบนซิน 95 จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 6.50 บาทต่อลิตร อัตราใหม่ 7.50 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 1 บาท
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 5.85 บาทต่อลิตร อัตราใหม่ 6.75 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 0.90 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 (E10) จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 5.85 บาทต่อลิตร อัตราใหม่ 6.75 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 0.90 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 5.20 บาทต่อลิตร อัตราใหม่ 6.00 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 0.975 บาทต่อลิตร อัตราใหม่ 1.125 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 0.15 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันดีเซล จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 5.99 บาทต่อลิตร อัตราใหม่ 6.92 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 0.93 บาทต่อลิตร