เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

อควาเรียมหอยสังข์ ก่อสร้าง 14 ปี งบฯ 1.4 พันล้าน ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้

17 ส.ค. 2565 | 16:58น.
อความเรียมหอยสังข์

มหากาพย์ อควาเรียมหอยสังข์ วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จ.สงขลา ก่อสร้างมา 14 ปี ใช้งบประมาณ 1.4 พันล้านบาท จนถึงวันนี้ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการ ยันไม่เคยทิ้ง เสนอ 6 แนวทาง แต่อาจต้องเพิ่มงบฯอีก 1.2 พันล้าน 

วันที่ 17 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรืออะควาเรียมรูปหอยสังข์ ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากที่ นายปรีชา สุขเกษม ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองสงขลา ได้ออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ออกมาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

เนื่องจากอควอเรียมหอยสังข์แห่งนี้ อยู่ในความดูแลของสำนักงานกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2551 เดิมมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2554 ในวงเงินประมาณ 800 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้การดำเนินการโครงการกลับยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งยังมีการใช้งบประมาณไปแล้วไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านบาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง และไม่มีบุคคลใดทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงว่า เหตุใดโครงการนี้จึงถูกทิ้ง และยังไม่มีทีท่าว่าการก่อสร้างจะเสร็จเมื่อใด

ศธ.ยันไม่เคยทิ้ง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้รายงานให้ตนรับทราบแล้วถึงการลงพื้นที่ประชุมชี้แจงปัญหาการก่อสร้างโครงการดังกล่าวที่ถูกทิ้งร้างมานาน 14 ปี และใช้งบประมาณไปแล้ว 1,400 ล้านบาท ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และเครือข่ายพลเมืองสงขลา เมื่อเร็ว ๆ นี้

“ซึ่งตนขอยืนยันว่า ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ และพร้อมเดินหน้าก่อสร้างต่อให้เสร็จสิ้น แต่เราต้องมาศึกษาวิเคราะห์อย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการลงทุน เนื่องจากเป็นการใช้งบประมาณที่สูง ดังนั้นจะต้องคุ้มค่าต่อการลงทุนที่จะเดินหน้าต่อ อีกทั้งจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยจะไม่ให้เกิดการทุจริตเหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีก”

นางสาวตรีนุชกล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.ไปจัดทำรูปแบบการก่อสร้างต่อว่าจะเดินหน้าในรูปแบบใดแล้ว เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไปและอาคารอควาเรียมก็มีการก่อสร้างมาเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว ซึ่งสภาพอาคารก็ทรุดโทรมลงอย่างมาก

สำหรับแนวทางการเดินหน้าต่อเบื้องต้น เช่น การให้เป็นศูนย์อควาเรียมแบบผสมผสาน ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงหรือเอไอ การจัดทำศูนย์ฝึกอบรมให้เยาวชนเรียนรู้ เป็นต้น ซึ่งมีหลากหลายแนวทาง โดยจะนำแนวทางการก่อสร้างต่อให้พื้นที่เลือกว่าแนวทางใดจะตอบโจทย์ต่อการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งตนจะต้องนำเรื่องนี้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบด้วย อย่างไรก็ตาม ตนอาจลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารอควาเรียมในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน

เสนอ 6 แนวทาง ก่อสร้างต่อ

ล่าสุดวันที่ 17 สิงหาคม มติชน รายงานว่า นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้หารือกับ ประชาคมชาวสงขลา และเสนอ 6 แนวทางให้พิจารณา คือ

1.ให้ดำเนินการสร้างอควาเรียมเหมือนเดิม

2.สร้างอควาเรียม แต่บูรณาการเทคโนโลยีเสมือนจริงเข้าไปด้วย

3.จัดทำเป็นศูนย์ศึกษาพันธุ์พืช และป่าชายเลน

4.จัดทำเป็นศูนย์อบรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

5.โอนให้จังหวัดมาดำเนินการ เพื่อจัดแสดงสินค้า แสดงศิลปวัฒนธรรมภาคใต้

6.จัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้า และการท่องเที่ยวทางน้ำโดยสร้างท่าเรือ

“ทั้ง 6 แนวทาง จะเลือกแนวทางใดขึ้นอยู่กับนายสุเทพ โดยจะต้องไปดูข้อดี ข้อเสีย ก่อนเสนอให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาอีกครั้ง ผมได้รายงานให้รัฐมมนตรีว่าการ ศธ. รับทราบถึงปัญหาในภาพรวมทั้งในส่วนโครงสร้างว่ามีปัญหาอะไรบ้าง หากเลือกดำเนินการในแต่ละแบบจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณเท่าไร และหากมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์อาคาร โดยเลือกดำเนินการตามแนวทางที่ 3-6 จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

ซึ่งเท่าที่ดูแนวโน้ม รัฐมนตรีว่าการ ศธ. อยากให้ดำเนินการตามแนวทางที่ 5 และ 6 คือ จัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้าท้องถิ่น ซึ่งคงต้องดูความเหมาะสมรอบด้าน หรือหากเลือกแนวทางที่ 6 คือ ให้จังหวัดดูแล จัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้า และการท่องเที่ยวทางเรือ ก็จะต้องดูผลกระทบต่อพื้นที่การศึกษาที่ต้องออกแบบให้ดี เพราะอาจมีคนเข้ามาท่องเที่ยว รวมถึงดูในเรื่องประโยชน์ที่จะเกิดกับการศึกษาด้วย อาทิ ให้นักศึกษาได้มีพื้นที่ในการฝึกวิชาชีพ ตามระบบทวิภาคีด้วย ไม่ใช่ให้จังหวัดดูแลขาดไปเลย”

อาจเพิ่มงบฯ 1.2 พันล้าน

นายสุภัทรกล่าวต่อว่า ขณะนี้นายสุเทพได้ขอตั้งคณะทำงานเพื่มเติม เพื่อเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่มี นายรอยล จิตรดอน เป็นประธานพิจารณาก่อนเสนอ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อเสนอ ครม.ต่อไป หากเลือกแนวทางที่ 3-6 ถือเป็นแนวทางที่ลงทุนน้อย แต่ผิดวัตถุประสงค์

ดังนั้น จึงต้องเสนอให้ ครม.พิจารณา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนายสุเทพ ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับแนวทางที่ 5 และ 6 หากเลือกกลับไปสร้างอควาเรียม ก็ไม่จำเป็นต้องเสนอ ครม. สามารถเดินหน้าออกแบบเพิ่มเติมได้เลย แต่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีกจำนวนมาก

“เท่าที่ดูเบื้องต้นต้องใช้งบฯเพิ่มกว่า 800-1,200 ล้านบาท สำหรับการก่อนสร้างอาคาร โรงพยาบาลสัตว์น้ำ กลุ่มพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ยังไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่จะต้องจัดจ้างเพิ่มเติมเข้ามาอีกจำนวนมาก”