จุฬาฯ แกะกล่องหลักสูตรใหม่ ปริญญาตรีควบโท สายแพทย์บวกบริหารธุรกิจ

บัญชีจุฬา แพทย์ ตรีควบโท

จุฬาฯ แกะกล่องหลักสูตรใหม่ ปริญญาตรีควบปริญญาโท บูรณาการข้ามศาสตร์สายการแพทย์ บวกบริหารธุรกิจ ปูทางนิสิตจุฬาฯ เป็นผู้ประกอบการ 

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เปิดหลักสูตรปริญญาตรีควบโท MSB (Master of Science in Business) หลักสูตรแรกในประเทศไทย

โดยหลักสูตร MSB เป็นการบูรณาการความรู้ข้ามศาสตร์ เพื่อสร้างบัณฑิตใหม่ที่นอกจากจะมีปริญญาจากศาสตร์เฉพาะทางแล้ว ยังมีโอกาสได้ปริญญาทางธุรกิจเพิ่ม เป็นการปูทางสร้างผู้ประกอบการยุคใหม่ในโลกอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับ โครงการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life long learning) ที่นิสิตสามารถโอนหน่วยกิตจากปริญญาตรีสู่ปริญญาโทได้เลย เพื่อเพิ่มทักษะเตรียมตัวเป็นผู้ประกอบการ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ CEO ระดับประเทศ และการทำแผนธุรกิจจริง

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หรือ Chulalongkorn Business School (CBS) จุฬาฯ กล่าวว่า หลักสูตร MSB เป็นหลักสูตรแบบ “Almost” MBA ที่รับเฉพาะนิสิตปริญญาตรีที่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน แต่ผ่านหน่วยกิตรวมระดับปริญญาตรี 120 หน่วยกิตแล้ว และประสงค์เรียนต่อเนื่องเพื่อรับปริญญาโทสาขาธุรกิจภายใน 1 ปี

ซึ่งองค์ความรู้ประกอบด้วย 5 ศาสตร์วิชาหลัก ได้แก่ Accounting, Finance, Management, Marketing, Statistics and Data Science และโอกาสพิเศษจากวิชาใหม่ล่าสุดเพื่อจุดประกายการปั้นนักวิทยาศาสตร์ให้เป็นนักธุรกิจ ด้วยวิชา CEO Experience Sharing ตั้งแต่ต้นหลักสูตร ตลอดจนเรียนรู้การทำแผนธุรกิจ (Business Plan) ได้อย่างประสบความสำเร็จและยั่งยืน ตลอดจนสร้างความแตกต่างของบัณฑิตและมหาบัณฑิตจุฬาฯ ให้มี Competitive advantages ผ่าน Business mindset การบูรณาการข้ามศาสตร์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อการเป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ หรือผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

“เมื่อก่อนค่านิยมการเรียนต่อปริญญาโทของคนไทยจะมีรูปแบบเรียนปริญญาตรีจบแล้ว ออกไปทำงานหาประสบการณ์ก่อน แล้วค่อยมาเรียนต่อปริญญาโท เช่น เรียนจบแพทย์ แล้วออกไปทำงานหาประสบการณ์ก่อน แล้วพออยากจะเปิดคลินิก เปิดสถานประกอบการของตัวเอง ถึงค่อยมาเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจในระดับปริญญาโท

ซึ่งเราก็พบว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไป นิสิตสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ เมื่อก่อนเราอาจจะเรียกว่า ‘เรียนตรีต่อโท’ แต่วันนี้เราเปลี่ยนเป็น ‘ตรีเชื่อมโท’ เรียนต่อเนื่องกันไปเลย ถือเป็นหลักสูตรที่ผสมผสานระหว่างตรีกะโท”

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศกล่าวต่อว่า การที่คณะพาณิชยศาสตร์ ได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ เป็นการปูทางเพื่อให้นิสิตได้มีองค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจ หากอนาคตมีความต้องการอยากเป็นผู้ประกอบการ ไม่เฉพาะ 4 คณะ หลักสูตรนี้ยังเปิดโอกาสให้นิสิต ป.ตรีจากคณะอื่น ๆ ในจุฬาฯ เข้ามาเรียนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งทำการลงนามร่วมกับคณะด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและกายภาพ รวมถึงคณะด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มาแล้ว และจะทยอยลงนามร่วมกับคณะอื่น ๆ ต่อไป

“ทั้งนี้หลักสูตร MSB เพิ่งเปิดรับสมัครเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาตอนแรกมีโควตารับเพียง 35 คน แต่ปรากฏว่ามีสมัครเข้ามานับร้อย เราจึงเลือกรับได้แค่ 50 คน ถือว่าได้รับการตอบรับดี สะท้อนให้เห็นว่าหลักสูตรนี้เป็นที่ต้องการในตลาด”

ด้านรองศาสตราจารย์ นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของแพทย์ในปัจจุบัน ที่เมื่อจบออกไป ส่วนหนึ่งต้องปฏิบัติงานเป็นผู้บริหารสถานพยาบาลร่วมกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงจำเป็นต้องใช้ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจและศาสตร์ทางการบริหาร หลักสูตรนี้จะเสริมสร้างความแตกต่างของหลักสูตรแพทยศาสตร์ของจุฬาฯ ให้ผู้เรียนสามารถเลือกที่จะเพิ่มทักษะและความรู้ในศาสตร์ที่ตนเองสนใจได้

ขณะที่ศาสตราจารย์ สพ.ญ.ดร.สันนิภา สุรทัตต์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าสัตวแพทย์ที่จบจากจุฬาฯ ที่ผ่านมามีความต้องการที่จะเสริมสร้างความรู้ทางธุรกิจ หลักสูตรที่มีการบูรณาการกับศาสตร์ด้านสัตวแพทย์จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานในปัจจุบันที่ต้องการบัณฑิตที่มีทักษะครบเครื่องและรอบด้าน และนี่คือหลักสูตรปริญญาของสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่สามารถต่อปริญญาโททางธุรกิจได้ทันที

ส่วนรองศาสตราจารย์ ดร.ปาลนี อัมรานนท์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ศาสตร์ทางด้านสหเวชศาสตร์ ปัจจุบันมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บัณฑิตคณะสหเวชศาสตร์นอกจากมีองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมของศาสตร์ทางด้านสหเวชฯ องค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจมีความจำเป็นอย่างมากในการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และการประกอบอาชีพ การเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนศาสตร์ด้านบริหารธุรกิจเพิ่มเติมจะช่วยเสริมส่งให้บัณฑิตคณะสหเวชศาสตร์ ได้องค์ความรู้ครบทุกมิติที่จำเป็น ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคต

ศาสตราจารย์ ทพ.ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ศาสตร์ทางด้านทันตแพทย์ในปัจจุบันเปิดกว้างมากกว่าจะเป็นแค่ศาสตร์ทางด้านทันตกรรม การเพิ่มองค์ความรู้ทางด้านการบริหาร นวัตกรรม การตลาด การสื่อสารทางธุรกิจของความร่วมมือของคณะต่าง ๆ ในหลักสูตรนี้จะเป็นการสร้างความทันสมัยและสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรของทันตแพทย์ จุฬาฯ ให้มีความแตกต่างกับศาสตร์เดียวกันจากทันตกรรมที่อื่นที่ผู้เรียนจะได้มีแนวคิดการเป็นผู้บริหารทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน มีทักษะทางธุรกิจประกอบการบริหารควบคู่กันไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือของ 5 คณะดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากสำหรับนิสิตในการเสริมองค์ความรู้ด้านธุรกิจให้กับนิสิตของคณะ และลดระยะเวลาศึกษาลงด้วย ตลอดจนเกิดความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ข้ามคณะนำมาซึ่งการพัฒนาความรู้และการบูรณาการข้ามศาสตร์ร่วมกันต่อไป 


การบูรณาการข้ามศาสตร์จากระดับปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ภายในจุฬาลงกรณ์ฯ สามารถลงควบปริญญาโทภายใต้ชื่อ MSB (Master of Science in Business) ต่อได้เลย ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญครั้งแรกในการบูรณาการข้ามศาสตร์เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตสาขาอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีได้เรียนควบคู่ปริญญาโททางธุรกิจอีกเพียง 1 ปีเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การทำงาน