เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
ดูทั้งหมด

มองการศึกษาแบบ ‘เพชร’ ม.กรุงเทพใช้ครีเอทีฟสู้ดิสรัปต์

16 ก.ค. 2562 | 12:44น.

ประสบความสำเร็จกว่า 20 ปี จนต้องออกมาบอกว่า มี “ของดี” ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ยึดเป็นแนวทางการเรียนการสอนคือการใช้ความคิดสร้างสรรค์ (creativity) ผสมผสานเทคโนโลยี (technology) หรือที่เรียกว่า “C+T” ที่เริ่มแรกจำกัดวงอยู่กับคณะวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งล่าสุด “อาจารย์เพชร โอสถานุเคราะห์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนที่จะเป็น “creative university”

ที่ผ่านมามีการนำไปผนวกรวมไว้ด้วยกันกับการเป็นผู้ประกอบการ หรือที่เรียกว่า “authorpreneur” อีกด้วย

“อาจารย์เพชร โอสถานุเคราะห์”ระบุว่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ C+T เกิดจากความเชื่อมั่นที่ว่า นักศึกษาแต่ละคนมีความแตกต่างและเป็นตัวของตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำได้ แต่อย่างน้อยจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ อันถือเป็นหัวใจสำคัญ และต้องเรียนแบบเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเรียนด้านใดก็ตาม โดยเฉพาะนักศึกษาที่เรียนคณะบริหารธุรกิจที่อยากให้นักศึกษาสามารถสร้างไอเดียในธุรกิจใหม่ หรือสร้างโปรดักต์ใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนด้วย เพราะเทคโนโลยีสามารถหาได้เสมอ ในขณะที่ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็น DNA ของนักศึกษา ม.กรุงเทพอาจจะนำไปสู่การพัฒนาในเชิงธุรกิจได้

“นอกจากต้องมีความคิดสร้างสรรค์แล้ว นักศึกษาของ ม.กรุงเทพจะต้องมีความสามารถในการใช้ภาษาอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ภาษาอังกฤษ และอื่น ๆ ตามความสนใจของนักศึกษา เป็น C+T+E ผมมองว่าทั้ง 3 เรื่องนี้ครอบคลุมเรื่องการเรียนการสอน และได้บัณฑิตที่มีคุณภาพโดยที่ไม่ต้องไปบวกอะไรเพิ่มอีก เพราะเด็กมีครีเอทีฟอยู่ในหัวอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องมีความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นอยู่ตลอดเวลาด้วย”

“ที่สำคัญคือ อาจารย์จะทำหน้าที่เพียงโค้ชเพื่อแนะแนวทางเท่านั้น ส่วนจะเรียนอะไรเป็นส่วนบวกเพิ่มเพื่อต่อยอดต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักศึกษาเองแนวทางนี้สามารถนำไปใช้กับการทำงานในอนาคตได้อีก แกนหลักของการเป็นครีเอทีฟยูนิเวอร์ซิตี้ คำนี้อยู่ได้อีกเป็น 100 ปี ถ้ามนุษย์ไม่มี creativity มนุษย์ก็จะสูญพันธุ์เหมือนในหนังไซไฟ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ จะเข้ามาเป็นนายแต่ถ้ามนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ในจิตวิญญาณมีความรู้ความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ รวมถึงความสนใจของมนุษย์นั้นเปลี่ยนเร็ว ฉะนั้น ต้องใช้เทคโนโลยีให้ทันกับการพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ม.กรุงเทพยังสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนเพิ่มขึ้น เพื่อให้ระบบ (ecosystem) ไม่หยุดนิ่ง และถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ ม.กรุงเทพจะขยายความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการอื่น ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น

เรื่องของเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตานั้น “อาจารย์เพชร” ระบุว่า ต้องยอมรับว่าเป็น “สิ่งใหม่” สำหรับประเทศไทย เพราะธรรมชาติของมนุษย์ชอบตัวใครตัวมัน ทุกคนมี comfort zone เป็นของตัวเอง ฉะนั้น การบริหารบุคลากรต้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้วย โดย ม.กรุงเทพได้เพิ่มสัดส่วนบุคลากรที่เป็นคนรุ่นใหม่ มีความคิดใหม่ ๆ เข้ามาผสมผสานกับบุคลากรที่มีความคิดแบบเก่าด้วย ที่สำคัญ แม้แต่ผู้นำองค์กรก็ต้องเปลี่ยนมุมมองความคิดใหม่ด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น “อาจารย์เพชร” ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงการแยกนักศึกษาออกไป 2 สายคือ สายวิทย์ และสายศิลป์ ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นความคิดแบบเก่าที่ “เชย” ไปแล้ว ต่อไปจะอยู่ในโลกอนาคตไม่ได้ อย่างที่บอกข้างต้นว่าโลกในอนาคตจะมี creativity ที่ผสมผสานกับสิ่งที่นักศึกษาให้ความสนใจ และผู้เรียนจะต้องไม่ “ปิดกั้น” ตัวเองจากสิ่งใหม่ ๆ ด้วย

“สำหรับการมุ่งเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ ทำให้การเรียนไม่ได้เน้นไปที่เครื่องมือมาก แต่ ม.กรุงเทพจะมุ่งเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้ผู้เรียนออกไปเป็นผู้ประกอบการเล็ก ๆ ก่อน ทั้งยังมุ่งให้ผู้เรียนเป็น “ผู้คิดค้น” เทคโนโลยีมากกว่าการเป็นเพียง “ผู้ใช้” เทคโนโลยีเท่านั้น”

อธิการบดี ม.กรุงเทพ ระบุเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับนโยบายด้านการศึกษาของประเทศภายใต้รัฐบาลใหม่นั้น ทิศทางการศึกษาในทุกระดับชั้นจะต้องทำหน้าที่เชื่อมโยง และที่สำคัญภาครัฐจะต้องเปิดทางให้มหาวิทยาลัยนำเสนอไอเดีย ขณะที่ภาครัฐจะต้องทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนภาพรวมให้ธุรกิจการศึกษาเดินหน้าต่อไปได้

สำหรับในอนาคต 5 ปีข้างหน้า “อาจารย์เพชร” บอกว่า ม.กรุงเทพจะต้องแข็งแรงและสามารถอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ของธุรกิจการศึกษา ตราบใดที่ยังใช้ open platform ที่ยืดหยุ่นและมีความคิดสร้างสรรค์ มี ecosystem ที่ต้องเปิดและเชื่อมโยงไปได้ไกล รับและไม่ยึดติด แต่ต้องคิดนอกกรอบตลอดเวลา

“และไม่ใช่แค่วันนี้หรือพรุ่งนี้เท่านั้น ในเมื่อหลายปัจจัยเปลี่ยนเราเองก็ต้องเปลี่ยนด้วย”

…………………

ต้องรู้ทัน-ใช้เทคโนโลยีเป็น

หลากหลายองค์กรรวมถึงสถาบันการศึกษาต้องปรับตัวหลังจากผลกระทบจากการพัฒนาเทคโนโลยี หรือ disruptionแต่สิ่งหนึ่งที่หากองค์กรมีแล้ว แม้แต่ดิสรัปต์ก็ทำอะไรไม่ได้ นั่นคือ “ความคิดสร้างสรรค์” เพราะนอกจากดิสรัปต์จะทำอะไรไม่ได้แล้ว ยังสร้างให้นักศึกษาจาก ม.กรุงเทพแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ด้วย

รศ.ดร.ณัฐภพ นิ่มปิติวัน

“รศ.ดร.ณัฐภพ นิ่มปิติวัน” รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมการศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ระบุว่า การนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้กับเทคโนโลยี ทำให้นักศึกษาได้เชื่อมโยงกับโลกภายนอก ซึ่งอาจจะทำให้มองเห็นโอกาสในวิกฤตดิสรัปต์ด้วยการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย อย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (artificial intelligence) ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ก็ไม่สามารถก๊อบปี้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้

“รวมไปถึงความยืดหยุ่น ความเข้าใจในโลกและวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องก้าวหน้าต่อไปในอนาคต แต่สิ่งที่ยังขาดในปัจจุบัน คือ การมีแค่ความรู้ด้าน AI อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมี know how หรือความเชี่ยวชาญเชิงปฏิบัติ เพราะการศึกษาไม่ได้จำกัดพื้นที่อยู่แค่เพียงห้องเรียนเท่านั้น ตรงนี้ทำให้การเรียนการสอนของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบทบาทของอาจารย์ที่จะมาเป็นโค้ชให้กับนักศึกษา แนะนำ ไกด์เด็ก มีส่วนร่วมในการแชร์ข้อมูลในโลกดิจิทัล เราไม่ได้ลืมหนังสือ หรือการสอนในชั้นเรียน แต่ในโลกปัจจุบันเปลี่ยนเร็วมากจริง ๆ”

“รศ.ดร.ณัฐภพ” กล่าวอีกว่า ยกตัวอย่างการใช้ Google map วันนี้ต้องยอมรับว่าไม่มีใครไม่เคยใช้แอปพลิเคชั่นนี้ เช่นเดียวกันกับการศึกษา เมื่อโลกเปลี่ยนก็ต้องตามให้ทัน และในฐานะสถาบันการศึกษาจะต้องเตรียมคนให้พร้อมรับอนาคตที่ดิสรัปต์รวดเร็ว อย่างเรื่องของ machine learning หรือสมองของ AI รวมถึงวิทยาการข้อมูล (data sciense) ไม่จำเป็นว่านักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จะต้องเรียนรู้เท่านั้น อาจจะต้องมีความรู้เบื้องต้นในทุกสาขา ทั้งการท่องเที่ยว การโรงแรม นิเทศศาสตร์ ไปจนถึงบริหารธุรกิจก็ต้องเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอดในอนาคต