เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

“ฮาร์คเนส” แนวทางการเรียนรู้นอกกรอบ เปิดประตูสู่การคิดวิเคราะห์

25 มี.ค. 2564 | 15:11น.

Harkness แนวทางการเรียนรู้นอกกรอบที่เปิดประตูสู่การคิดวิเคราะห์ ที่มีครูมีหน้าที่เพียงกำกับดูแลและมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อพูดถึงการเรียนการสอนในโรงเรียน ภาพที่คุ้นตาคือห้องเรียนที่มีนักเรียนพร้อมตำราเรียนตรงหน้า นั่งตาแป๋วฟังคุณครูสอนบทเรียนอยู่หน้าชั้น บางครั้งครูจะเปิดโอกาสให้ซักถาม แต่ปัจจัยทางวัฒนธรรมไทย ผู้น้อยมักจะเป็นผู้รับฟัง อาจมีการซักถามแต่ไม่โต้แย้ง ความรู้ที่ถ่ายทอดมาจึงเป็นแบบเบ็ดเสร็จ กระบวนการเรียนรู้จึงมักจะจบลงที่การถ่ายทอดของครู จึงกล่าวได้ว่าเป็นแนวทางการเรียนการสอนที่เน้นทักษะ ความรู้ และสามารถของผู้เป็นครูในการถ่ายทอดความรู้เป็นหลัก

แต่การเรียนที่ได้ประสิทธิผลต้องมาพร้อมกับทักษะการคิดวิเคราะห์ ต่อยอดออกไปจากสิ่งที่ได้รับฟัง และขยายขอบเขตของการเรียนรู้ออกไปให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ซึ่งทักษะนี้มักไม่ค่อยได้รับการปลูกฝังและพัฒนาตั้งแต่เด็ก หากไปเริ่มพัฒนาตอนเริ่มต้นชีวิตการทำงาน อาจช้าไปเสียแล้ว

ปัจจุบันบางโรงเรียนมีการนำวิธีการเรียนรู้ที่เรียกว่า ฮาร์คเนส (Harkness) มาใช้ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่เน้นไปที่การสร้างเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวผู้เรียนเอง เป็นการเรียนรู้ที่มีนักเรียนเป็นหัวใจหลักที่กำหนดทิศทาง ฝึกทักษะการฟัง คิดวิเคราะห์ การโต้แย้งอย่างมีเหตุผล และการต่อยอดความคิดไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งเป็นบรรยากาศและผลลัพธ์ที่มักหาไม่ได้จากห้องเรียนปกติ

ที่มาของ Harkness

Harkness เป็นแนวทางการเรียนรู้ที่มีมานานกว่าร้อยปี โดยการพัฒนาขึ้นของฟิลลิปส์ เอ็กซีเตอร์ อะคาเดมี (Phillips Exeter Academy) โรงเรียนมัธยมเอกชนชั้นนำที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากวิธีการสอนที่เรียกว่า “การตั้งคำถามแบบโสกราตีส (Socratic questioning)” ซึ่งเป็นวิธีการสอนในห้องเรียนที่ครูจะถามคำถามปลายเปิดที่ต้องใช้ความคิดวิเคราะห์ และการใช้เหตุผลเชิงลึกเพื่อให้นักเรียนได้คิดและฝึกตอบคำถาม

ความแตกต่างของสองวิธีการนี้คือ วิธีตั้งคำถามแบบโสกราตีสมีครูผู้สอนควบคุมและกำหนดทิศทางตลอดการสนทนา ในขณะที่ Harkness ให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางที่แท้จริง (student-led conversation)

Harkness ให้นักเรียนนั่งอยู่รอบโต๊ะวงรี และอภิปรายความรู้ต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม การเปิดใจกว้าง โดยที่มีการแทรกแซงของครูเป็นครั้งคราวหรือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยจุดประสงค์ของ Harkness คือ การส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักวิธีการตั้งคำถาม การให้คำตอบ และการประเมินความคิด

ทั้งนี้ การจะทำให้ Harkness บรรลุเป้าหมายได้ นักเรียนต้องได้ทำการศึกษาด้วยตนเองมาก่อน และครูจะเข้าแทรกแซงการอภิปรายแลกเปลี่ยนของเด็ก ๆ ให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ (หรือไม่แทรกแซงเลย) โดยครูทำหน้าที่เพียงดูแลกระบวนการในการอภิปรายของเด็กเพื่อให้เป็นไปโดยสร้างสรรค์เท่านั้น

เวลลิงตันฯ ใช้ Harkness เต็มรูปแบบ

คริสโตเฟอร์ นิโคลส์

“คริสโตเฟอร์ นิโคลส์” ครูใหญ่และผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่นำวิธี Harkness มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เล่าว่า Harkness เป็นการนำวิธีการเชิงวิทยาศาสตร์มาใช้กับการคิดวิเคราะห์และหาเหตุผล โดยให้เด็กได้พิจารณาหลักฐานที่ปราศจากอคติใด ๆ ร่วมกัน และหาข้อสรุปที่มีเหตุผลจากหลักฐานที่มีอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่การตัดสินจากความเห็นอื่น ๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้แล้ว

จากนั้นจึงนำข้อสรุปที่ได้มาอภิปรายกัน การที่นักเรียนได้เรียนรู้จากการกำหนดทิศทางเอง ได้นำเสนอแนวความคิดและข้อสรุปที่มาจากตัวเด็กเอง เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมาก ๆ ในการทำความเข้าใจบทเรียนอย่างลึกซึ้ง

ห้องเรียนสำหรับคลาส Harkness จะมีโต๊ะรูปวงรีขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง นักเรียนกลุ่มเล็กราว 8- 12 คนจะนั่งรอบโต๊ะโดยไม่มีใครนั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน และไม่มีจัดลำดับของการสนทนา ทุกอย่างลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการแลกเปลี่ยนความคิด

“การเรียนแบบนี้ไม่ใช่นักเรียนที่เสียงดังที่สุด หรือเป็นนักพูดที่เก่งที่สุดได้คะแนนมากกว่า แต่เป็นนักเรียนที่เตรียมความพร้อมมาอย่างดี และสามารถสื่อสารถ่ายทอดความคิดออกมาได้อย่างมั่นใจและมีเหตุผล”

การเรียนรู้แบบ Harkness สามารถเริ่มได้ตั้งแต่เด็กยังอายุน้อย โดยที่เวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ เริ่มให้นักเรียนได้เข้าสู่กระบวนการเรียนนี้ตั้งแต่ year 5 เป็นต้นไป และเห็นได้ว่าเด็กพัฒนาและเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้ในชั้นสูงขึ้นต่อไปของเด็ก และเรามีการจัดทำห้องสำหรับคลาส Harkness ไว้เป็นพิเศษในแต่ละอาคารเรียน

Harkness สำคัญสำหรับผู้นำอย่างไร

Harkness ช่วยปลูกฝังประสบการณ์และทักษะในด้าน critical thinking หรือการคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญสำหรับความคิดและการตัดสินใจ ซึ่งผู้บริหารที่ดีนั้น สามารถมองสิ่งต่าง ๆ รอบด้านและเข้าใจถึงผลกระทบของการตัดสินใจต่อธุรกิจ และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการตัดสินใจใด ๆ นั้นสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรตลอดถึงภาระรับผิดชอบต่อผลลัพธ์จากการตัดสินใจนั้น ๆ

ผู้ใหญ่วัยทำงานโดยเฉพาะในยุคที่ต้องใช้ทักษะแห่งอนาคตต่างเข้าใจดีว่า การประชุมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการอธิบายเหตุผลมากขนาดไหน ความสำเร็จและความล้มเหลวมีเพียงเส้นบาง ๆ ของความสามารถในการแสดงเหตุผลและจุดยืน

Harkness ไม่ใช่วิธีเรียนรู้ที่เน้นการโต้เถียง แต่คือการดึงเอาทักษะของการเตรียมข้อมูล ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอย่างทั่วถึงและรอบด้าน และพัฒนาวิธีการโต้งแย้งและแสดงเหตุผล นักเรียนที่ผ่านการเรียนรู้แบบ Harkness จึงเป็นเยาวชนที่ใฝ่รู้ มีทักษะการคิดวิเคราะห์และมีความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงสามารถถ่ายทอดความคิดออกมาได้เป็นอย่างดี