อว.จัดตั้ง “ธัชวิทย์” เชื่อมโยงนักวิจัย-มหาลัย เป็นคลังสมองประเทศ
อว. จัดตั้ง “ธัชวิทย์” วิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และมหาวิทยาลัย สร้างคลังสมองของประเทศ เพิ่ม Ranking มหาวิทยาลัย ผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูงในสาขาจำเป็น มุ่งเป้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายในปี 2580
วันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิด “ธัชวิทย์” วิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (Thailand Academy of Sciences : TAS) เพื่อให้เป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยมาทำงานร่วมกัน และใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ความก้าวหน้าของการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดนับเป็นกุญแจสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะโลกปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงขึ้น จึงมีนโยบายให้จัดตั้งวิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (Thailand Academy of Sciences : TAS) หรือเรียกว่า “ธัชวิทย์” คู่ไปกับวิทยสถานด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย

ที่ผ่านมามีการก่อตั้ง “ธัชชา” เพื่อทำให้คนไทยเห็นคุณค่าเรื่องราวในอดีต ศึกษา วิจัยและพัฒนาด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรม ยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศเพื่อกระจายสู่สายตาประชาคมโลก ส่วน “ธัชวิทย์” จะเป็นเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยมาทำงานร่วมกัน
รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอยู่ เพื่อสร้างประเทศให้มีฐานวิทยาศาสตร์ที่ดี ฐานการพัฒนาคนไทยให้ได้ดี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก
โดยให้มีรูปแบบการดำเนินงานใน 3 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 การสร้างเครือข่ายคลังสมองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ (Frontier Think Tank) มิติที่ 2 กลุ่มริเริ่มงานวิจัยชั้นนำ (Frontier Science Alliances) และมิติที่ 3 ผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพสูงเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก (Future Graduates Platform)

“เป้าหมายสำคัญคือการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งต้องอุดมไปด้วยสรรพวิทยาและศาสตร์ในทุกๆ แขนงเป็นส่วนประกอบ และกระทรวง อว. คือสถานที่รวบรวมสิ่งเหล่านั้นไว้มากมาย ทั้งด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพสูง “ธัชวิทย์” จะเป็นศูนย์กลางของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยเพื่อรวบรวมและใช้อย่างสร้างสรรค์ กระทรวง อว. จะเป็นกระทรวงที่พัฒนาแล้วในปี 2570 และจะพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายในปี 2580 ได้อย่างแน่นอน”
ด้าน ศ.ดร.นพ.สิริฤษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า ธัชวิทย์ หรือ TAS ต้องเป็นที่พึ่งได้ของประเทศ ให้คำตอบได้ในเรื่องสำคัญแก่ประเทศได้ เป็นคำตอบทางปัญญาของประเทศ ที่มีความถูกต้อง แม่นยำและรวดเร็ว และต้องทำให้อันดับของมหาวิทยาลัยไทยดีขึ้น
โดยการ repackage งานวิจัยที่มีอยู่ และ new package เลือกเรื่องที่ดีที่สุดและสิ่งที่ดีที่สุดให้มีผลงานออกมาหลากหลายและมีคุณภาพสู่การไต่อันดับที่สูงขึ้น มุ่งสร้างผลงาน contribute และพุ่งเป้าในโจทย์ที่ประเทศกำลังให้ความสำคัญ สร้างองค์ความรู้ใหม่ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่ม Ranking มหาวิทยาลัยของไทยได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญเรื่องการผลิตกำลังคนระดับสูงแบบมุ่งเป้า
ของประเทศ โดยการใช้สถาบันวิจัยที่มีเครื่องมือดีมากๆ ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยที่มีบุคลากรคุณภาพสูงจำนวนมากแต่ขาดเครื่องมืองานวิจัยระดับสูง ธัชวิทย์ จะเป็นกลไกที่ทำให้สถาบันวิจัยทำหน้าที่ผลิตกำลังคนได้เป็น Academic Institution เสมือนเป็นบัณฑิตวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มอบปริญญาบัตรได้ เพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลสมรรถนะสูงในสาขาที่มีความสำคัญเร่งด่วนของประเทศ
เป็นบัณฑิตที่จบแล้วมีงานทำทันที หรือทำกิจการของตนเองก็ได้ มีคุณสมบัติโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ ที่สำคัญ ธัชวิทย์ จะทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศ หน่วยงานด้านนโยบาย และหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัย ตลอดจนเครือข่ายต่าง ๆ ในต่างประเทศอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อประเทศก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในอนาคต