“สิงคโปร์” เมืองระดับโลก-
คอลัมน์ รู้จักอาเซียน
โดย มัธธาณะ รอดยิ้ม
การพบกันระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ และ “คิม จอง-อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือจบลงไปอย่างชื่นมื่น
จะไม่พูดถึงสิงคโปร์ก็ไม่ได้ กับฐานะตัวกลางเจ้าภาพโต๊ะเจรจาสันติภาพ หนึ่งในฉากหน้าประวัติศาสตร์โลกทำให้สิงคโปร์ไม่ใช่แค่ตัวกลาง แต่ยังเป็นผู้เล่นในเกมนี้ด้วย ที่มีหลายประเด็นหนุนหลังให้ประเทศเล็ก ๆ จัดงานใหญ่ระดับโลก
นครรัฐแห่งนี้มีพื้นที่ใหญ่เล็กกว่ากรุงเทพฯและปริมณฑล แต่ความคิดของประเทศนี้ไม่ได้เล็กตาม อย่างการจัดเวทีพูดคุยระดับสำคัญ ๆ ก็เสมือนหนึ่งประจักษ์พยานสำคัญ
แต่ทำไมสิงคโปร์ถึงก้าวไปยืนเป็นตัวกลาง ประสานงานพูดคุยด้านความขัดแย้งระดับภูมิภาค และระดับโลกได้
หนึ่งในหลายเหตุผลคงไม่พ้น “ความปลอดภัย” ที่ได้รับการยอมรับถึงเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขของทหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่เพียงปลอดภัยทางกายภาพ แต่ยังปลอดภัยในโลกดิจิทัล หากใครเดินทางไปสิงคโปร์อาจจะเห็นโฆษณาชิ้นหนึ่งที่พูดว่า”มาทำให้สิงคโปร์ปลอดภัยในโลกดิจิทัลอีกครั้ง”
ประการที่สอง ประสบการณ์ สิงคโปร์เคยเป็นตัวกลางพูดคุยระหว่าง “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน และ “หม่า อิงจิ่ว” อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน ในปี 2558 ถือเป็นการพูดคุยครั้งแรกหลังจากสงครามกลางเมืองจีนช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1950 จบลง รวมไปถึงการเป็นเจ้าภาพฟอรั่มความมั่นคงเอเชีย-แปซิฟิกเมื่อไม่นานนี้ และการเป็นเจ้าภาพอีกหลายครั้ง เช่น การประชุมเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรืออาเซียน
ประการที่สาม สิงคโปร์นับว่า “ใกล้” หากดูตามภูมิศาสตร์ และ ประการที่สี่ บทบาทที่เป็นกลาง พินิจ วิเคราะห์ลงไปถึงภูมิรัฐศาสตร์ สิงคโปร์เป็นมิตรที่อยู่ไม่ไกล และมีความสัมพันธ์ทั้งการทูต และการค้าระหว่างกันมาโดยตลอด แม้สิงคโปร์จะเคยโดนกล่าวหาว่าละเมิดการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือก็ตาม
หากดูรายประเทศที่ใกล้เคียงอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เป็นไปได้ยากที่จะจัดเพราะมีมุมมองความไม่เป็นกลาง
และหากจัดที่ไต้หวัน จีนจะไม่พอใจอย่างแน่นอน ส่วนประเทศอาเซียนอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ อย่างมาเลเซีย ก็ถึงจุดต่ำสุดไปจากการสังหารพี่ชายคิม จอง-อึน
ด้านเวียดนาม บรูไน ที่ยังมีข้อพิพาทกับจีนเรื่องทะเลจีนใต้ ทำให้สิงคโปร์เป็นตัวเลือกหลัก ๆ กับบทบาทโดดเด่นในการทูตที่ไม่โอนเอียงไปฝ่ายใดอย่างชัดเจน จนหลายคนขนานนามว่าเป็น “เจนีวา” แห่งเอเชีย
และที่สำคัญความเข้าใจในบริบทโลกกับ “ประชากรสิงคโปร์” คือไม่ได้ยึดติดกับอดีต แต่สิงคโปร์มองไกลไปถึงการมีบทบาทระดับโลก และไม่ใช่แค่เพิ่งทำ แต่ได้วางเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่หลุดออกมาจากสหพันธ์มาลายาแล้ว
ไม่เหมือนเพื่อนบ้านอาเซียนบางแห่ง ที่แม้แต่ความเป็นสากลนิยมยังยอมรับไม่ได้ และยินยอมที่จะหันหลังให้โลกอยู่กับตัวเองอย่างคร่ำครึ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
