ส.ภัตตาคารชี้ธุรกิจอาหาร มูลค่า 7 แสนล้านเติบโต 5%-
“สมาคมภัตตาคารไทย” ชี้ร้านอาหารแข่งสูง เวียนว่ายตายเกิดเพียบ มูลค่าตลาดการบริโภคร้านอาหารในไทย 7 แสนล้าน โตเพียง 5% คาดยอดสั่งซื้อผ่านออนไลน์สูงถึง 1 แสนล้านในปีཻ ฟาก “ยูบีเอ็ม เอเชีย” คาดงานฟู้ด แอนด์ โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 ก.ย.นี้เงินสะพัดกว่า 5 พันล้าน
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า ทิศทางภาพรวมของการบริโภคร้านอาหารในประเทศปีนี้คาดว่ามูลค่าตลาดจะเติบโต 5% จากมูลค่า 7 แสนล้านบาทในปีที่แล้ว ซึ่งแบ่งเป็นมูลค่าจากร้านอาหารและภัตตาคาร 5 แสนล้านบาท จากจำนวน 1 แสนร้านค้า และร้านอาหารริมทาง (สตรีตฟู้ด) มูลค่า 2 แสนล้านบาท จากจำนวน 3 แสนร้านค้า
โดยมูลค่าตลาดเติบโตจากการเพิ่มราคาอาหาร ซึ่งประเมินว่าร้านค้าสามารถปรับราคาเพิ่มได้สูงสุดแค่ 5% เท่านั้น ขณะที่จำนวนหน้าร้านทรงตัว เนื่องจากร้านอาหารเปิดใหม่และร้านอาหารที่ปิดกิจการไปมีจำนวนใกล้เคียงกัน เพราะเป็นธุรกิจที่เกิดเร็วและตายเร็วหากขาดกระแสเงินสดมาหมุนเวียน
และด้วยการแข่งขันที่สูงขั้นทำให้ภาพรวมร้านอาหารมีรายได้ลดลง 20-40% เนื่องจากคนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และหันไปสั่งอาหารผ่านออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้ พบว่าตลาดสั่งซื้ออาหารบนช่องทางออนไลน์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในปี 2563 จะเห็นภาพการบริโภคอาหารผ่านการสั่งซื้อออนไลน์ชัดเจนยิ่งขึ้น จากปัจจัยพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่เข้าถึงและคุ้นชินกับการสั่งออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หนุนให้มูลค่าตลาดการสั่งซื้ออาหารออนไลน์เติบโตเป็นเท่าตัว หรืออยู่ที่ 1 แสนล้านบาท จาก 5 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน ซึ่งยังกระจุกตัวในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เมืองพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่
นางฐนิวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมภัตตาคารไทยมีแผนจะเปลี่ยนชื่อสมาคมให้มีความเกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวในปลายปีนี้ เนื่องจากหลาย ๆ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสนับสนุนสินค้าอาหารมากขึ้น ประกอบกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านท่องเที่ยวและไมซ์ได้ชูอาหารไทยให้เป็นตัวหลักในการทำตลาดท่องเที่ยว หลังจากมีตัวเลขสะท้อนว่าค่าใช้จ่ายด้านอาหารของนักท่องเที่ยวครองสัดส่วนอยู่ที่ 20-25% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด
โดยสมาคมจะมุ่งยกระดับองค์ความรู้ด้านอาหาร พร้อมชี้แนะเกี่ยวกับเทรนด์อาหารด้านต่าง ๆ คาดว่าจะสามารถดึงสมาชิกใหม่ เช่น โรงแรมที่มีร้านอาหาร เข้ามาอยู่ในสมาคมได้มากขึ้น จากปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 3 หมื่นราย
ด้านนายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมของไทยมีแนวโน้มเติบโตดี จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับท่องเที่ยวไทย 3 ล้านล้านบาทในปีนี้ เพิ่มมากขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดและมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30%
นอกจากนี้ ในการประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียนได้มีการตกลงร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน เพื่อผลักดันให้อาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางเดียวกับการท่องเที่ยว และยังมีการเสนอให้ใช้ระบบวีซ่าใบเดียว (ซิงเกิลวีซ่า) เพื่อการท่องเที่ยวร่วมกันอีกด้วย
จากปัจจัยการเติบโตด้านการท่องเที่ยว ยูบีเอ็ม เอเชียจึงได้จัดงานฟู้ด แอนด์ โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 ระหว่างวันที่ 5-8 กันยายนนี้ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ เป็นงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์ เครื่องใช้ในโรงแรม ภัตตาคาร การจัดเลี้ยง และการบริการนานาชาติ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ สมาคม และภาคเอกชนผู้ร่วมจัดงาน อาทิ สมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมเชฟประเทศไทย คาดว่าจะมีมูลค่าการค้าและการเจรจาธุรกิจประมาณ 5,000 ล้านบาท
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
