เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จีนส่งสัญญาณยอมรับ ‘ภาษีทรัมป์’ หลังโดน 12.5 % Section 301
World จีนส่งสัญญาณยอมรับ ‘ภาษีทรัมป์’ หลังโดน 12.5 % Section 301
โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก ปลา วันเฉลิมพระชนมพรรษา
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก ปลา วันเฉลิมพระชนมพรรษา
ฝ่าย IT ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดไทม์ไลน์ TSD เริ่มถูกเจาะข้อมูลตั้งแต่เย็นวันเสาร์ 25 ก.ค.
Finance ฝ่าย IT ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดไทม์ไลน์ TSD เริ่มถูกเจาะข้อมูลตั้งแต่เย็นวันเสาร์ 25 ก.ค.
หยุดยาว 3 วัน คนไทยแห่เที่ยวภูเก็ต คาดเงินสะพัด กว่า 300 ล้านบาท
เศรษฐกิจภูมิภาค หยุดยาว 3 วัน คนไทยแห่เที่ยวภูเก็ต คาดเงินสะพัด กว่า 300 ล้านบาท
ข้าวไทยติดกับดักราคา แพงกว่าคู่แข่งสูงสุด 156 เหรียญฯ กำลังซื้อชะลอ กดส่งออก 5 เดือนหด 10.9%
Economic ข้าวไทยติดกับดักราคา แพงกว่าคู่แข่งสูงสุด 156 เหรียญฯ กำลังซื้อชะลอ กดส่งออก 5 เดือนหด 10.9%
Rally x BOYY ผสานดีไซน์ซิกเนเจอร์ เชื่อมฐานลูกค้าคนรักแฟชั่น
Business Rally x BOYY ผสานดีไซน์ซิกเนเจอร์ เชื่อมฐานลูกค้าคนรักแฟชั่น
ล้อมคอกนอมินี พาณิชย์จับมือกรมที่ดิน ไล่ตรวจต่างชาติใช้นิติบุคคลบังหน้าถือครองอสังหาฯ
Economic ล้อมคอกนอมินี พาณิชย์จับมือกรมที่ดิน ไล่ตรวจต่างชาติใช้นิติบุคคลบังหน้าถือครองอสังหาฯ
เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมสวน–สหกรณ์–ตลาดสู่ความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมสวน–สหกรณ์–ตลาดสู่ความยั่งยืน
ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย จาก “จักรยานผู้พิการทางแขน” สู่ต้นแบบนวัตกรรม
Economic ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย จาก “จักรยานผู้พิการทางแขน” สู่ต้นแบบนวัตกรรม
เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
Economic เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
ดูทั้งหมด

บิ๊กส่งออกสบช่อง “จำนำยุ้งฉาง” เวียนขายสต๊อกข้าวฟันส่วนต่าง-

27 ส.ค. 2561 | 07:00น.

วงการข้าวแฉ “บิ๊กผู้ส่งออกข้าวโรงสีภาคกลาง” วางแผนจับเสือมือเปล่า อาศัยช่องโหว่โครงการจำนำยุ้งฉาง เตรียมฮุบสต๊อกข้าวเปลือกหอมมะลิ 2 ล้านตัน ฟันส่วนต่างราคาหอมมะลิ-หอมจังหวัดตันละ 2,000 บาท ครองตลาด-ตัดราคาคู่แข่ง หวั่นงบฯรัฐ 3,000 ล้านบาทไม่ถึงมือชาวนา

แหล่งข่าวจากวงการค้าข้าวเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการประชุมร่วมกันระหว่างสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และตัวแทนโรงสีภาคอีสาน เพื่อหารือถึงแนวทางป้องกันปัญหาจากการที่มีผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ในประเทศร่วมมือกับข้าราชการบางหน่วยงาน และสหกรณ์บางแห่งเตรียมใช้ช่องโหว่ของโครงการจำนำยุ้งฉาง ปี 2561/2562 หรือเรียก “โมเดลชะลอการขาย” เพื่อดูดซัพพลายข้าวเปลือกหอมมะลิ จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าไปถือครองไว้รายเดียว และนำข้าวเปลือกหอมจังหวัด (ข้าวหอมมะลิที่ปลูกในภาคกลาง) ซึ่งมีราคาถูกกว่ามาสวมสิทธิ์แทน โดยข้าวทั้ง 2 ชนิดมีส่วนต่างราคาตันละ 2,000 บาทหากดำเนินการสำเร็จจะทำให้ผู้ส่งออกรายนี้มีปริมาณสต๊อกข้าวหอมมะลิ 1 ใน 4 ของผลผลิตของทั้งประเทศ สามารถผูกขาดและกำหนดราคาส่งออก ทุบราคาผู้ส่งออกรายอื่นได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในฤดูกาลนี้ปรับตัวลดลง และชาวนาจะได้รับความเสียหาย

โมเดลนี้เกิดจากการอาศัยช่องโหว่ของโครงการจำนำยุ้งฉาง ที่เดิมรัฐบาลดำเนินการมาหลายปีแล้ว กำหนดให้ชาวนานำข้าวเปลือกหอมมะลิมาเข้าร่วมโครงการ และจะได้รับเงินค่าข้าวตันละ 11,800 บาท ค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว และค่าขึ้นยุ้งตันละ 1,500 บาท ซึ่งแต่ละปีรัฐกำหนดเป้าหมายปีละ 2 ล้านตัน จากผลผลิตข้าวหอมมะลิเฉลี่ยปีละ 7-8 ล้านตัน แต่เกษตรกรเข้าร่วมจำนวนน้อยเพราะไม่มียุ้งฉาง ปีที่ผ่านมาจึงมีสหกรณ์แห่งหนึ่งในภาคอีสาน พัฒนารูปแบบโดยเช่าคลังโรงสีฝากเก็บข้าวแทนยุ้งฉางโดยโรงสีจะจ่ายค่ารวบรวมข้าวให้สหกรณ์ตันละ 200 บาท จึงเริ่มมีผู้เข้าร่วมประมาณ 10,000-20,000 ตัน

ล่าสุด ผู้ส่งออกข้าวรายนี้เห็นช่องทางจึงดำเนินการผ่านโครงการบริหารจัดการข้าว ปี 2561/2562 โดยมีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) ทั่วประเทศเข้าร่วม รับจำนำข้าวจากเกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉาง และส่งมอบเข้าคลังของโรงสีในเครือข่ายของผู้ส่งออกรายนี้เพื่อนำมาปรับปรุง ซึ่งโรงสีจะจ่ายให้ สกต.เป็นค่ารวบรวมข้าวตันละ 200 บาท และ สกต.จะได้เงินค่าขึ้นยุ้งจากรัฐบาลตันละ 1,500 บาท แทนเกษตรกร และจะดึงเงินส่วนนี้เก็บไว้ 1,000 บาท และแบ่งให้เกษตรกรที่ไม่มียุ้งแต่อยากเข้ามาใช้สิทธิ์ตามโครงการ 500 บาท โดย สกต.จะจ่ายค่าเช่าคลังให้โรงสีเป็นเวลา 6 เดือน เดือนละ 200 บาทต่อตัน ซึ่งมีเงื่อนไขว่าโรงสีรับรองจะซื้อข้าวที่เก็บไว้คืนเมื่อ สกต.ต้องการขาย เมื่อนำข้าวเปลือกนั้นมาสีแปรจะแบ่งอัตรากำไรกัน ทั้งนี้ ในโครงการไม่กำหนดเงื่อนไขขอบเขตการซื้อข้าว หมายความว่า สกต.จากภาคกลางสามารถที่จะไปตั้งจุดรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิในภาคอีสาน แล้วขนส่งมาสีที่ภาคกลางได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น คือ 1) รัฐบาลจะต้องเสียเงินค่าขึ้นยุ้งฉางตันละ 1,500 บาท จำนวน 2 ล้านตัน รวม 3,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยแท้จริง เพราะเงินนี้ก็ถูกหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และเกษตรกรได้แค่ตันละ 500 บาท 2) ผู้ส่งออกรายนี้สามารถดึงข้าวจากโรงสีไปใช้ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันในการนำข้าวไป ซึ่งแย่กว่าโครงการรับจำนำในอดีตที่จะมีข้อกำหนดว่า โรงสีที่จะเข้าร่วมโครงการต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน100% ของมูลค่าข้าว และห้ามขนย้ายข้าวข้ามเขตจากภาคอีสานไปสีที่ภาคกลาง เพราะมีความเสี่ยงที่ข้าวจะถูกสับเปลี่ยนตอนไถ่ถอน ทำให้อาจมีการนำข้าวหอมมะลิที่รับจำนำมาในราคาแพงไปส่งออกและนำข้าวหอมจังหวัดที่ปลูกในภาคกลางเข้ามาสวมสิทธิ์คืนหลวงแทน เมื่อสิ้นสุดโครงการ

ทั้งนี้ ไม่เพียงจะทำให้ผู้ส่งออกรายนี้ได้กำไรจากส่วนต่างตันละ 2,000 บาท คุ้มค่ากับการขนข้าวจากอีสานมาสีที่โรงสี จ.พิจิตร/ชัยนาทเท่านั้น เพราะกำไรต่อที่ 2 คือ ผู้ส่งออกรายนี้ยังสามารถไปขายออร์เดอร์ส่งออกล่วงหน้าโดยตัดราคาคู่แข่งรายอื่นได้ เช่น ถ้าราคาตลาด 950 เหรียญสหรัฐ/ตัน ก็ไปขาย 900 เหรียญสหรัฐ เพราะมีข้าวที่ต้นทุนคงที่อยู่ในสต๊อกแล้ว 3) ผลสุดท้ายผู้ส่งออกรายอื่นเสียหายตายหมด ส่งผลให้จำนวนผู้ประกอบการในตลาดลดลงก็เกิดการผูกขาดทางการค้า 4) ระดับราคาส่งออกในตลาดโลกเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก เมื่อมีการตัดราคาขายต่ำ ๆ ก็จะเป็นการชี้นำให้ราคาตลาดลดลงไปอีก ซึ่งนั่นจะเป็นจังหวะพอดีที่ต้องไถ่ถอนข้าวจากโครงการยุ้งฉาง ทำให้ผู้ส่งออกรายดังกล่าวสามารถซื้อข้าวหอมจังหวัดราคาถูก ๆ ไปส่งคืนหลวง 5) ราคาข้าวทรุดลงทั้งระบบ เกษตรกรบางกลุ่มที่ยังมีข้าวเหลืออยู่ ก็จะได้รับความเสียหาย และ 6) เมื่อถึงเวลาไถ่ถอน สกต.ในฐานะผู้รับฝากเก็บข้าวก็ต้องรับผิดชอบ เมื่อข้าวที่ซื้อมาเป็นข้าวหอมจังหวัดไม่ใช่ข้าวหอมมะลิอย่างที่รับเก็บในตอนแรก ก็จะนำไปสู่การฟ้องร้อง สกต. ประเด็นนี้มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก เพราะจุดโหว่อีกอันคือ ตามระบบนี้ไม่ได้กำหนดให้มี “บริษัทผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว” หรือเซอร์เวเยอร์ เข้าไปตรวจสอบ เหมือนกับโครงการรับจำนำข้าวในอดีต

“วิธีการนี้คล้ายกับที่บริษัทส่งออกข้าวที่โด่งดังในอดีตที่เสี่ยเปี๋ยง บริษัท เพรซิเด้นท์ อะกริ เทรดดิ้ง ได้ทำการฮุบสต๊อกข้าวรัฐบาลมาครองไว้รายเดียว ส่งผลให้ผู้ส่งออกรายอื่นไม่สามารถแข่งขันได้ เป็นการจับเสือมือเปล่า ไม่มีการลงทุน แต่สร้างความเสียหายทั้งระบบ ต่อคำถามที่ว่าผู้ส่งออกรายอื่น-โรงสีรายอื่นต่างรู้ แต่เกรงว่าไม่สามารถยับยั้งได้ เพราะมีอำนาจเบื้องหลังผู้ส่งออกรายนี้ ทางผู้ประกอบการจึงหารือกันว่าจะมีแนวทางอย่างไรเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้รับทราบ เพื่อให้กำหนดแนวทางป้องกันล่วงหน้า ก่อนที่โครงการนี้จะเริ่มขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้า โดยการกำหนดเงื่อนไข 1) ให้โรงสีแต่ละพื้นที่เข้าร่วมเท่านั้น ห้ามไม่ให้มีการขนย้ายข้าวข้ามเขต เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ และเพิ่มการแข่งขัน 2) โรงสีที่จะเข้าร่วมโครงการต้องวางหลักทรัพย์ 100% ของมูลค่าข้าว”

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”