เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

ชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว ตั้งคำถามร้อน “สุวรรณภูมิ” เฟสสอง-

10 ก.ย. 2561 | 07:00น.

เป็นครั้งแรกที่สถาปนิกอาวุโส “ชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว” ประธานกรรมการ บริษัท ดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ออกโรงเปิดใจประเด็นร้อน “สุวรรณภูมิ” เฟสสอง ท่าอากาศยานนานาชาติ ที่เป็นความหวังของประเทศไทยสู่การเป็นฮับ หรือศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศระดับโลก

กับคำถามร้อนเรื่องงานออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ที่มีข้อกังขาและถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทั้งเรื่องดีไซน์ที่อาจไม่เหมาะสม และขั้นตอนการประกวดราคา จนทำให้ผู้ชนะการประมูลรายแรก คือ กลุ่ม SA กรุ๊ป ประกอบด้วย บจ.สแปน คอนซัลแตนท์, บจ.ไซน์-เทค เอ็นจิเนียริ่งคอนซัลแตนท์, บจ.อะซูซา เซคเคอิ และ บจ.สกายปาร์ตี้ ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง

ทำให้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ต้องชะลอลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงานดีบีเอแอลพี-นิเคนเซกเก ประกอบด้วย บจ.ดวงฤทธิ์ บุนนาค, บจ.อีเอ็มเอส คอนซัลแตนท์, บจ.เอ็มเอชพีเอ็ม, บจ.มัลติ ซิสเต็ม เอ็นจิเนียริ่ง, บจ.เออาร์เจ สตูดิโอ และบจ.นิเคนเซกเก ที่มีสถาปนิกชื่อดัง “ดวงฤทธิ์ บุนนาค” เป็นแกนนำ

“ชัชวาลย์” กล่าวออกตัวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ทันทีว่า เข้าใจสื่อที่สนใจเรื่องนี้ แต่ด้วยมารยาท ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ได้ ควรถาม ทอท.ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่ดูแลและรับผิดชอบโดยตรงดีกว่า

วางมาสเตอร์แพลน “ฮับการบิน”

“แต่ผมสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องผังแม่บท (master plan) สนามบินสุวรรณภูมิได้ ในฐานะที่เคยศึกษาและเป็นผู้วางมาสเตอร์แพลนเมื่อปี 2525-2527 และตั้งเป้าให้การสร้างสนามบินใหม่แห่งนี้ รองรับผู้โดยสารให้ได้ถึง 120 ล้านคนต่อปี”

“ชัชวาลย์” เปิดใจว่า ได้คลุกคลีกับสนามบินตั้งแต่เริ่มทำงานที่บริษัท หลุยส์ เบอร์เจอร์ ผู้ออกแบบอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อปี 2512 หรือเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตึกสูงสุดริมถนนวิภาวดีรังสิต ต่อมามีโอกาสร่วมออกแบบมาสเตอร์แพลนชุดแรกของสนามบินหนองงูเห่า (ชื่อเดิมของสุวรรณภูมิ) บนพื้นที่ 20,000 ไร่ ตั้งอยู่ใน จ.สมุทรปราการ ที่รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน มีมติให้สร้างเป็นสนามบินแห่งใหม่ เพื่อเป็นฮับการบิน หลังสนามบินดอนเมืองไม่มีศักยภาพที่จะสามารถทำให้เป็นฮับการบินได้เพราะพื้นที่เต็ม แต่ที่หนองงูเห่ามีศักยภาพที่จะพัฒนาได้

ย้ำคอนเซ็ปต์ 2 เทอร์มินอล 4 รันเวย์

“แต่เดิมเราออกแบบให้สุวรรณภูมิเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 120 ล้านคนต่อปี โดยมีคอนเซ็ปต์ว่า สิ่งที่สำคัญก็คือต้องมีอาคารผู้โดยสารให้น้อยที่สุด เราดูตัวอย่างมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ที่มีจำนวนอาคารผู้โดยสารค่อนข้างมาก ทำให้มีความยุ่งยากตามมา ผู้โดยสารที่มาใช้ไม่ได้รับความสะดวกสบาย”

“จึงวางเฟสแรกไว้ว่าจะสร้างอาคารผู้โดยสารแค่ 2 ฝั่งเท่านั้น คือ เหนือกับใต้ เพื่อให้ผู้โดยสารมาใช้งานได้สะดวกขึ้น โดยแต่ละหลังจะจุคนได้ 50 ล้านคน แต่ถ้ามีเทคโนโลยีดี ๆ จะรับได้ถึง 60 ล้านคน และจะมีอาคารเทียบเครื่องบิน หรือ sattellite รวมถึงลานจอดเครื่องบิน ทำให้ไม่ต้องนั่งรถไปขึ้นเครื่องบิน จุดนี้ตามแผนเดิมจะรองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคน และมี 4 รันเวย์”

ชี้แผนแม่บทถูกรื้อเพียบ

ต่อมาสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย 2 (2540-2543) มีคำสั่งให้สร้าง แต่ยังไม่ทันจะได้สร้าง รัฐบาลก็ประกาศยุบสภา ถัดมารัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศต่อ มีนโยบายให้ปรับลดค่าก่อสร้าง เพราะของเดิมใช้งบประมาณสูงเกินไป ในที่สุด นายศรีสุข จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม จึงเสนอว่าให้ตัดส่วน east wing และ west wing ออก แล้วค่อยนำไปสร้างในเฟสต่อไป จากแผนแม่บทเดิมจะต้องสร้างในทันที เพราะปัจจุบันได้สร้างส่วนของหลังคาให้ยื่นออกไปรองรับไว้แล้ว

ขณะที่การขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 ในมาสเตอร์แพลนเดิมระบุว่า ในปี 2551 จะต้องเริ่มขยายเพื่อรองรับความจุผู้โดยสารเพิ่มอีก 40 ล้านคน แต่เนื่องจากในช่วงนั้น รัฐบาลไม่ได้ไปเพิ่มความจุที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไปเพิ่มที่สนามบินดอนเมืองแทน ทำให้แผนนี้ล่าช้าไป 10 ปี ทาง ทอท.จึงเห็นว่าแผนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว จึงปรับแผนใหม่ คือ สร้างอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 2 และสร้างอาคารเทียบเครื่องบินแทน ที่เพิ่มขึ้นมาจากแผนแม่บทเดิม

ชี้แผนใหม่เพิ่มต้นทุน-ภาระ

“ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ ทอท.กลับไม่สร้างพื้นที่ต่อจากส่วนที่สร้างหลังคายื่นมารอไว้ ไปสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 แทน จะทำให้ค่าก่อสร้างแพงขึ้น เพราะไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับจุดขนถ่ายกระเป๋าและสัมภาระของผู้โดยสารไว้ ต้องสร้างใหม่ แถมจะทำให้งบประมาณก่อสร้างแพงขึ้น สร้างความยุ่งยากให้กับผู้โดยสารที่จะเกิดความสับสน”

จากตรงนี้ “ชัชวาลย์” ตั้งคำถาม…เพราะเหตุใดจึงไม่สร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารปัจจุบันด้านซ้าย-ขวา ตามแผนแม่บทเดิม ทำไมจึงไปสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ทำให้การก่อสร้างแพงขึ้นโดยใช่เหตุ แถมต้องใช้เวลานาน และยังเพิ่มภาระการจัดการ

“คำถามนี้เคยมีไปถึงผู้บริหารใน ทอท.แล้ว แต่ไม่เห็นด้วย และเปลี่ยนแผนการพัฒนาใหม่ เพิ่มอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 นอกจากนี้ในอนาคตจะมีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และหลังที่ 4 ตามมา ทั้ง ๆ ที่การสร้างอาคารหลังใหม่ไม่ได้ช่วยให้จุผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น ควรจะสร้างคาร์โก้รับการขนส่งทางอากาศมากกว่า แต่ก็เห็นด้วยที่สร้างอาคารเทียบเครื่องบิน เพราะจะทำให้การบริหารจัดการดีขึ้น”

นอกจากนี้ยังทราบมาว่า ทาง ทอท.ไปเชิญการบินไทยมาร่วมลงทุนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ด้วย แต่การบินไทยยังไม่ตอบตกลง เนื่องจากใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงหลายหมื่นล้านบาท การบินไทยยังไม่มีเงินลงทุนเพียงพอ ยังอยู่ในภาวะขาดทุนสะสม และไม่สามารถนำพันธมิตรสายการบินต่าง ๆ มาร่วมลงทุนได้

อีกแนวทางหนึ่ง ทอท.เจรจาสายการบินเอมิเรตส์มาร่วมลงทุนแทน เพราะทางเอมิเรตส์มีความสนใจที่จะพัฒนาร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) เนื่องจากเคยมีประสบการณ์พัฒนาที่สนามบินนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาก่อน ขณะนี้ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มีความคืบหน้าถึงขั้นตอนไหนแล้ว

แนะทบทวนมาสเตอร์แพลน

อย่างไรก็ตาม “ชัชวาลย์” ย้ำว่า ทอท.ควรอย่างยิ่งที่จะต้อง restudy master plan ใหม่ (ศึกษาแผนแม่บท) เพื่อให้รู้ว่าวันนี้เรามีอะไรบ้าง จะได้กำหนดทิศทางการพัฒนาในภาพรวมของทั้งประเทศได้ถูกทาง และมีขอบเขตของงานอยู่แค่ไหน เนื่องจากสถานการณ์อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมาก และอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการพัฒนาสนามบินดอนเมืองและอู่ตะเภา ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างที่จะหลีกเลี่ยงต่อไปอีกไม่ได้

“แผนของ ทอท.จะขยายสุวรรณภูมิเป็นเฟส 3-4 เพิ่มขึ้นมา ไม่รู้จะเกิดได้จริงหรือไม่ เพราะตอนนี้รัฐบาลมีนโยบายชูอู่ตะเภาเป็นท่าอากาศยานนานาชาติหลักของประเทศขึ้นมาอีก ผมเห็นด้วยขยายอู่ตะเภารองรับอีอีซี และท่องเที่ยวพัทยา แต่ดีมานด์จริง ๆ จะเกิดที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่อู่ตะเภา”

ดังนั้น นโยบายต้องชัดว่าอู่ตะเภารองรับเฉพาะโครงการอีอีซีกับการท่องเที่ยวในแถบตะวันออกเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะกระทบต่อการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ถ้ามีเป้าหมายจะปั้นสุวรรณภูมิเป็นฮับการบิน แต่ไปชูจุดนั้นจุดนี้เพิ่มขึ้นมา แล้วเมื่อไหร่สุวรรณภูมิจะเป็นฮับการบินได้จริง ๆ เสียที

เป็นการออกแบบคอนเซ็ปต์ที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ทั้งที่สุวรรณภูมิมีศักยภาพจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้ ด้วยขนาดพื้นที่ 20,000 ไร่ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยไม่มีเหตุผลที่ดีพอขึ้นมารองรับเลย

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”