การกลับมาของโขนพระราชทาน “พิเภกสวามิภักดิ์” สะท้อนความจงรักภักดี-
เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่คนไทยได้ชมหรือได้ยินข่าวคราวการแสดงโขนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 หรือที่มักได้ยินกันในชื่อ “โขนพระราชทาน” ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดแสดง เพื่อเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย อีกทั้งเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยให้อยู่สืบไป
ก่อนหน้านี้ ในปี 2559 ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทโขนรามเกียรติ์ ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ที่สื่อความหมายถึงความจงรักภักดีและการรักษาความเที่ยงธรรมสุจริต มาจัดแสดง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ รวมทั้งเป็นการฉลอง 1 ทศวรรษของการจัดแสดงโขนพระราชทาน แต่เนื่องจากวันที่ 13 ตุลาคม 2559 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต โขนพระราชทานที่เตรียมการไว้จึงไม่ได้ทำการแสดง
มาถึงปี 2561 นี้ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เตรียมนำโขนตอนพิเภกสวามิภักดิ์ กลับมาทำการแสดงในวันที่ 3 พฤศจิกายน-5 ธันวาคมที่จะถึงนี้ (หยุดแสดงทุกวันจันทร์) ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวถึงรายละเอียดว่า กว่าจะมาเป็นโขนให้ได้ชมไม่ใช่แค่เบื้องหน้าเท่านั้นที่ต้องแสดงท่าทาง กิริยา การร่ายรำอย่างสวยงาม อ่อนช้อยต่อหน้าคนดู ยังมีส่วนประกอบในการแสดงโขนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการทำงานเบื้องหลัง ทั้งงานการออกแบบและสร้างฉาก การทอผ้า ปักผ้า สร้างสรรค์เครื่องแต่งกายและผ้าประกอบฉาก โดยฝีมือของสมาชิกศิลปาชีพ ภายใต้การออกแบบ ดูแลควบคุมโดยครูอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แต่ละแขนง ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์รื้อฟื้นภูมิปัญญาให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับโขนและสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามต่อไป
ด้าน อาจารย์ปรเมษฐ์ บุญยะชัย ผู้กำกับการแสดง กล่าวถึงการแสดงในครั้งนี้ว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ได้นำบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์มาศึกษา ทั้งพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1, รัชกาลที่ 2, รัชกาลที่ 6 และบทโขนของกรมศิลปากรมาประมวลในส่วนที่มีชั้นเชิงในการแสดงและความไพเราะของบทเพลงมาเรียงร้อยปรับปรุงใหม่ โดยแบ่งเป็นตอนต่าง ๆ ได้แก่ องก์ที่ 1สุบินนิมิต ประกอบด้วย ตอนที่ 1พิเภกถูกขับ, ตอนที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา, ตอนที่ 3 เนรเทศ, ตอนที่ 4 พบนิลเอก,ตอนที่ 5 สวามิภักดิ์ ส่วนองก์ที่ 2 ประกอบด้วย ตอนที่ 1 มณโฑทูลตัดศึก, ตอนที่ 2 สนามรบ, ตอนที่ 3 ผูกผมทศกัณฐ์ และตอนที่ 4 แก้หอกกบิลพัท
สำหรับนักแสดงในการแสดงครั้งนี้ได้คัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนมากเป็นนักเรียน นักศึกษาที่เคยออดิชั่นในปี 2559 มาแสดงในปีนี้ โดยมีการคัดเลือกนักแสดง 5 ตัวละคร คือ โขนพระ มีผู้สมัคร 73 คน ละครพระ มีผู้สมัคร 198 คน ละครนาง มีผู้สมัคร 204 คน โขนยักษ์ มีผู้สมัคร 137 คนและโขนลิง มีผู้สมัคร 160 คน มีผู้สมัครทั้งหมดจำนวน 772 คน ซึ่งแต่ละประเภทตัวละครจะมีเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเพียง 5 คน รวมจำนวน 25 คน สำหรับปีนี้ตัวละครโขนยักษ์ได้คะแนนเท่ากันในลำดับที่ 5 จึงมีผู้ได้รับคัดเลือกและรับทุนการศึกษา 26 คน
สำหรับผู้ที่สนใจชมการแสดงโขนพระราชทาน ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
