เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

รับมือสังคมสูงวัย-

14 ก.ย. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์

โดย ศาสตราจารย์ ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัย โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นของประชากรวัย 60 ปีขึ้นไปเป็นประชากรวัยพึ่งพิง การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างอายุของประชากรดังกล่าวนับเป็นประเด็นท้าทายสำคัญ สะท้อนถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างการมีอายุขัยที่ยืนยาวกับสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

หลายประเทศทั่วโลกได้เริ่มก้าวข้ามจากการพิจารณาเพียงสังคมสูงวัยไปสู่การเน้นเรื่อง “เศรษฐกิจอายุวัฒน์” (Longevity Economy) และ “การปันผลอายุวัฒน์” (Longevity Dividend) โดยการบรรลุเศรษฐกิจอายุวัฒน์นั้น มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปันผลอายุวัฒน์ นั่นคือโอกาสทางเศรษฐกิจอันยั่งยืนจากการที่คนในสังคมมีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิตอย่างยืนยาว

การที่ประเทศจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการเป็นสังคมสูงวัยที่มีสุขภาพดี จำเป็นต้องมีการเตรียมการเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจนั้น โดยจะต้องเตรียมประชากรให้เป็นผู้มีสุขภาพดีทั้งก่อนวัยเกษียณและหลังเกษียณ เช่นเดียวกับที่ประเทศไทยเองจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด มุมมอง วิถีปฏิบัติ เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน สามารถก้าวพ้นกับดักของมิติแห่งวัยพึ่งพิงที่จะต้องเผชิญหากปราศจากการปรับตัวอย่างเหมาะสมและทันการณ์

จากข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีประชากรทั้งสิ้น 63.8 ล้านคน โดยมีผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 13.2 ผลการคาดประมาณประชากรไทยในระหว่างปี พ.ศ. 2553-2583 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าจำนวนประชากรในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 66.2 ล้านคน ในปีพ.ศ. 2573 จากนั้นจะลดลงเป็น 63.9 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2583 ประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15-59 ปี) และประชากรวัยเด็ก (อายุแรกเกิด-14 ปี) มีสัดส่วนลดลงเป็นร้อยละ 55.1 และร้อยละ 12.8 ตามลำดับ ในปี พ.ศ. 2583

ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นร้อยละ 32.1 เนื่องจากภาวะเจริญพันธุ์ของสตรีไทยลดต่ำลงอย่างมากและรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพัฒนาการทางการแพทย์และนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งอำนวยให้ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น

เป็นที่น่าสังเกตว่าปัจจุบันผู้คนในเขตเมืองของไทยมีลักษณะคล้ายกับประเทศจีน นั่นคือ 1 คนดูแลพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และทวด โดยในอนาคตสังคมไทยจะมีครัวเรือน 5 วัยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นภาพสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจึงเป็นภาพที่น่าจะใช้ในการวางแผนเรื่องการลดจำนวนครอบครัวข้ามวัย เพื่อให้บุตรได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็เอื้อต่อการอยู่ร่วมกับปู่ย่าตายายไปด้วย

ถึงแม้ว่าประชากรทั้งหมดของไทยในปี พ.ศ. 2583 จะมีจำนวนใกล้เคียงกับเมื่อปี พ.ศ. 2553 (63.8 ล้านคน) แต่การลดจำนวนและสัดส่วนของประชากรวัยแรงงานจาก 42.7 ล้านคน (ร้อยละ 67) ในปี พ.ศ. 2553 เป็น 35.2 ล้านคน (ร้อยละ 55.1) ในปี พ.ศ. 2583 น่าจะส่งผลกระทบต่อปัจจัยการผลิตและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาควบคู่กับประเด็นด้านคุณภาพของประชากร

ซึ่งในปัจจุบันการขาดแคลนทั้งปริมาณและคุณภาพของกำลังแรงงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและวิชาชีพในหลายสายวิชาชีพสำคัญ ๆ นอกเหนือจากภาพรวมของการขาดแคลนกำลังคนในเชิงคุณภาพ ความไม่สมดุลในตลาดแรงงานของกลุ่มผู้มีการศึกษา และความแตกต่างด้านคุณภาพของกำลังแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพราะแรงงานไทยส่วนใหญ่ในระดับปริญญาตรีสำเร็จการศึกษาด้านสังคมศาสตร์

ถึงแม้ว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นด้านผลิตภาพแรงงานในช่วงที่ผ่านมา และพอจะดูแลผู้สูงอายุได้ระดับหนึ่ง แต่ในภาพรวมผลิตภาพแรงงานยังคงเพิ่มขึ้นช้าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และรายได้ไม่ได้สูงกว่าการบริโภคเท่าใดนัก ความจริงแล้วรายได้และการบริโภคควรจะห่างกันมาก ๆ เพื่อจะได้มีเงินออมสำหรับอนาคตของตนเอง รวมทั้งเกื้อหนุนกลุ่มประชากรที่อยู่ในวัยศึกษาและประชากรสูงวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการบริโภคมากกว่ารายได้ ทำให้เกิดการขาดดุลรายได้การบริโภค

โดยข้อมูลในปี พ.ศ. 2554 พบว่าตลอดช่วงอายุของประชากรมีการขาดดุลรายได้ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท และปี พ.ศ. 2583 จะขาดดุลเพิ่มเป็น 1.8 ล้านล้านบาท กล่าวได้ว่า ตลอดช่วงอายุของคนไทยเราแต่ละคนจะติดลบหรือขาดดุลรายได้ประมาณ 27,000 บาทโดยเฉลี่ย

การศึกษาตัวอย่างประชากรวัยแรงงานในประเทศเกาหลีใต้และไต้หวันที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสายวิทยาศาสตร์ พบว่ายังพอมีเงินออมเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในวัยสูงอายุ ในขณะที่ประชากรไทยยังมีเงินออมไม่มากเพียงพอ และสำเร็จการศึกษาในสายวิทยาศาสตร์ค่อนข้างน้อย

แต่เดิมนั้นรัฐบาลมีการวางแผนให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ศึกษาต่อในสายอาชีวศึกษาและสายสามัญอย่างละครึ่ง แต่ปรากฏว่ามีเพียงร้อยละ 25 ที่ศึกษาต่อในสายอาชีวศึกษา อีกร้อยละ 75 ไปสายสามัญ ซึ่งในสายสามัญมีเพียงร้อยละ 25 ที่เรียนสายวิทยาศาสตร์

รัฐบาลชุดปัจจุบันจึงพยายามส่งเสริมให้เน้นการศึกษาด้าน STEM มากขึ้น คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ เพื่อให้มีรายได้มากกว่าการบริโภคและมีเงินออมในการดูแลตัวเองและผู้สูงอายุในอนาคต อันเป็นการสานจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ 8 เป็นต้นมา ซึ่งเน้นให้ “คน” เป็นศูนย์กลาง

ดังนั้นเราจะต้องเร่งผลิตครูด้าน STEM education ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดทำโครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำที่เหมาะสมกับสังคมไทยภายใต้โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมอบให้วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาโครงการ มีศาสตราจารย์ ดร.พัชราวลัย วงศ์บุญสิน เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อจัดทำแผนประชากรระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2558-2577) ซึ่งส่วนหนึ่งได้ถอดเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ฉบับที่ 12 ด้วย

ทั้งนั้นเพราะประชากรสูงวัยนั้นจัดเป็น “วัยพึ่งพิง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านงบประมาณที่ค่อนข้างสูงเกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูภายหลังการเจ็บป่วย เนื่องจากเป็นวัยที่มีอัตราการเจ็บป่วยและภาวะทุพพลภาพสูงกว่าวัยอื่น

ดังนั้นการบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาสังคมและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตจึงไม่เพียงแค่การปรับตัวของครอบครัวหรือชุมชน บทบาทของภาครัฐนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารจัดการเพื่อให้ประเทศก้าวสู่โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจอายุวัฒน์ และได้รับประโยชน์จากการเป็นสังคมสูงวัยที่มีสุขภาพดี หรือการปันผลอายุวัฒน์ด้วย

แต่กระนั้นจะต้องมีมาตรการที่ดีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรที่มีแนวโน้มของสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในทิศทางที่ดีด้วย

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”