เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

“ซีพี-เบทาโกร” คุมเข้มฟาร์ม ผวาโรคระบาดหมูแพร่เข้าไทย-

21 ก.ย. 2561 | 07:00น.

“ซี.พี.-เบทาโกร” คุมเข้มฟาร์มหมู หลังโรคไข้อหิวาต์แอฟริกันหมู ระบาดในจีน ผู้เลี้ยงผวาตายยกฟาร์ม ผู้เชี่ยวชาญยุโรปซัดไทยสนามบินมีแค่ป้ายเตือนเล็ก ๆ ชี้ระวังผลกระทบจากการปกปิดข้อมูล ด่านศุลกากรหนองคาย-มุกดาหารคุมเข้มลักลอบนำเข้า “หมูกี้” ทำหมูหันส่งขายโต๊ะจีนภาคอีสาน

มร.เฉา กวยชิง ผู้เชี่ยวชาญโรคไข้อหิวาต์แอฟริกันในหมู หรือ African Swine Fever (ASF) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกำลังเกิดการระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “ASF มหันตภัยวงการสุกรไทย ทำอย่างไรจะรอดพ้น” ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น จัดขึ้นโดยกรมปศุสัตว์ว่า โรค ASF มีระยะการติดต่อของโรคประมาณ 2 สัปดาห์ “ค่อนข้างช้า” แต่เมื่อติดต่อกันแล้วหมูตาย 100 เปอร์เซ็นต์

แม้เชื้อจะถูกฆ่าตายได้ง่ายด้วยความร้อน แต่ถ้าอยู่ในเลือดและเนื้อหมูจะอยู่ได้นาน ดังนั้น โรคนี้จึงติดต่อโดยทาง “เนื้อและผลิตภัณฑ์” จึงต้องดูแลใกล้ชิด ควบคุมอาหารที่ไปเลี้ยงหมู การป้องโรคเข้าประเทศจึงจะสำเร็จ ถ้าควบคุมเรื่องเนื้อเข้มงวด เชื้อโรคก็จะเข้าประเทศช้าลง

“หน้าที่นี้ไม่ใช่ของภาครัฐ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน หากเกิดโรคนี้ขึ้นมาต้องควบคุมจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด วินิจฉัยโรคให้เร็วที่สุด กำจัดโรคโดยเร็วที่สุด ทำอย่างเคร่งครัดทั้งการกักกันหมูและการฆ่าเชื้อโรค การเกิดโรคนี้ในเมืองจีน 10 กว่าเคส ยังน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่อันกว้างใหญ่ของจีน ดังนั้น จีนพยายามใช้หลักวิทยาศาสตร์มาแก้เหมือนที่ C.P. บอกเมื่อครั้งเข้าไปทำธุรกิจในจีน” มร.เฉากล่าว

ขณะที่ Dr.John Carr ผู้เชี่ยวชาญด้านหมูจากยุโรป กล่าวว่า โรค ASF ที่ระบาดส่วนใหญ่กระจายไปได้ไกลจากประเทศหนึ่งไปประเทศหนึ่งจาก “คนพาไป” ซึ่งในกรณีประเทศไทยยังมีระบบป้องกันความปลอดภัยที่ยังไม่เพียงพอ เช่น ตนเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรค แต่เมื่อมาถึงสนามบินเห็นเพียงป้ายเตือนขนาดเล็ก และไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดมาตรวจปล่อยให้เข้ามาปกติ

ทั้งนี้ เชื้อไวรัสชิดนี้มีความสามารถในการคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมสูง สามารถอยู่ใน “ปามาแฮม” ได้ยาวนาน 399 วัน อยู่ในไขกระดูกหมูได้นาน 180 วัน อยู่ในเลือดหมูที่อุณหภูมิ 4 องศา ได้ 18 เดือน อยู่ในอุจจาระที่อุณหภูมิ 20 องศา นาน 11 วัน อยู่ในซากเปื่อยของหมูป่าได้อย่างน้อย 20 วัน โดยที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ถ้าเชื้อโรคเดินทางมาไทยได้รับผลกระทบหนักแน่ แม้แต่แมลงวันไปตอมหมูที่เป็นโรคก็สามารถแพร่เชื้อได้ “ไทยต้องประกาศห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหมูทุกประเภท จากต่างประเทศที่มีโอกาสที่เชื้อโรค ASF จะติดมาได้”

C.P.-เบทาโกรคุมเข้มฟาร์ม

นายสมควร ชูวรรธนปกรณ์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสุกร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาหมูในประเทศจีนนั้น “ไม่ส่งกระทบโดยตรงต่อธุรกิจของบริษัท” เนื่องจากธุรกิจในจีนของ C.P. ส่วนใหญ่เป็นอาหารสัตว์และเป็นอาหารแปรรูปบางส่วน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ติดตามเฝ้าระวังประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยทางสัตวแพทย์ CPF ได้ยกระดับการควบคุมและป้องกันโรคให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้นตั้งแต่พบข่าวการระบาดในประเทศจีนแล้ว

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า ทางบริษัทได้ติดตามสถานการณ์การระบาด ASF อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้บริษัทประสานงานร่วมกับกรมปศุสัตว์ ในการวางระบบติดตามเฝ้าระวัง (monitor) อย่างใกล้ชิด มีการทำรายงานและการแจ้งเตือน (alert) หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

“สิ่งที่ทุกคนเป็นห่วงเพราะมันน่ากลัว เนื่องจากอัตราการแพร่กระจายของโรคในจีนมีความเร็วสูงมาก ทำให้เริ่มรู้สึกแล้วว่าต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ” นายวสิษฐกล่าว

อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่มีการแพร่ระบาดสู่คน มีแต่ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ดังนั้น บริษัทต้องเพิ่มระดับความเข้มงวดในการป้องกันภายในฟาร์มในไทย และในส่วนของฟาร์มพ่อแม่พันธุ์หมูของเบทาโกรในกัมพูชาก็มีการเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบเฝ้าระวังเช่นเดียวกันกับไทย ปัจจุบันเบทาโกรรับเชือดหมู

วันละ 6,000 ตัว (หมูในเครือไม่มีการรับหมูจากข้างนอกมาเชือด) โดยมีการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 60% ของยอดการส่งออกหมูทั้งหมดที่มีปริมาณ 20,000 ตัน ตลาดส่งออกหลักอยู่ที่ฮ่องกง

หวั่นปกปิดโรคระบาด

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามไปยังฟาร์มเลี้ยงหมูในหลายจังหวัดพบว่า โรคนี้กำลังเกิดการระบาดในยุโรปตะวันตกหลายประเทศ เช่น โปแลนด์ เบลเยียม โรมาเนีย โดยเชื้อโรคพวกนี้ทนอยู่ในสภาพแวดล้อมได้นาน หากเกิดการระบาดของโรคจะไม่ได้กระทบเฉพาะคนเลี้ยงหมูเท่านั้น แต่จะกระทบทั้งห่วงโซ่ไปถึงเกษตรกรปลูกธัญพืชสำหรับเลี้ยงสัตว์ เช่น ข้าวโพด รำข้าว ไปถึงโรงงานผลิตอาหารสัตว์ บริษัทผลิตพันธุ์สัตว์ ไปถึงปลายทางบริษัทแปรรูปอาหาร เช่น แฮม ไส้กรอกต่าง ๆ ที่ส่งไปขายทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าหลาย 100,000 ล้านบาท ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะออกกฎระเบียบป้องกันให้เข้มงวดมากขึ้นกว่าปัจจุบัน

“ที่กลัวกันตอนนี้ก็คือ หากคุมไม่อยู่และเกิดการระบาดของ ASF ขึ้นในไทย เจ้าของฟาร์มหมูส่วนใหญ่คงแทบจะไม่มีใครแจ้งกรมปศุสัตว์อย่างตรงไปตรงมา เพราะมันหมายถึงผลกระทบมหาศาล คงแอบลักลอบขายวันนี้ บางคนถึงกับพูดว่า ไทยควรประกาศปิดประเทศเพื่อป้องกันโรคนี้หรือไม่” ฟาร์มหมูรายใหญ่รายหนึ่งกล่าว

ลักลอบนำเข้าหมูกี้จากเพื่อนบ้าน

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า ด่านหนองคายเข้มงวดการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าทุกชนิดอยู่แล้ว ยิ่งมีโรคระบาดในต่างประเทศยิ่งให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ส่วนการลักลอบนำเข้าหมูหรือซากหมูจากการข่าวในจังหวัด

“ยังไม่พบที่เป็นรายใหญ่ แต่จะมีอยู่ทางชายแดนมุกดาหารมากกว่า”

ที่ผ่านมาเคยจับกุมเป็น “ซากหมูกี้แช่แข็ง” จากเวียดนาม ราคาประมาณ 500 บาท/ตัว โดยจะส่งให้ร้านอาหารที่รับทำโต๊ะจีนในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น-นครราชสีมา) ทำหมูหัน

ส่วนนายประสิทธิ์ พุทธบูชา หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าหนองคาย กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้เข้มงวดตามชายแดนป้องกันการลักลอบนำหมูและซากหมูจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะตลาดจุดผ่อนปรนที่มีอยู่ถึง 4 จุดตามอำเภอต่าง ๆ

นสพ.ชูยศ เชาว์ศิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ได้เข้มงวดในการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ เนื่องจากปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าซาก “หมูกี้” (หมูพันธุ์พื้นเมือง) แช่แข็งจากต่างประเทศส่งไปขายในภาคกลางและกรุงเทพฯ โดยเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมาพบมีการลักลอบนำเข้าที่ อ.นิคมคำสร้อย ประมาณ 700 ซาก “ตอนนี้เรากังวลกันมาก” นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่นักท่องเที่ยวนำผลิตภัณฑ์หมู “ไส้กรอก-กุนเชียง” ติดตัวเข้ามา รวมถึงหมูป่าด้วย

ขณะที่นายประพันธ์ จันทร์ไทยศรี นายด่านศุลากากรมุกดาหาร กล่าวว่า นอกจากคำสั่งให้ชะลอการนำเข้า-นำผ่านหมูจากจีนในช่วง 90 วันแล้ว ทางด่านได้ทำการตรวจคนเดินทางที่เข้ามาไทยด้วย โดยมีหน่วย CIQ และหน่วยการันตีของกรมปศุสัตว์ตรวจว่า มีผลิตภัณฑ์จากหมูที่มาจากจีนหรือไม่ เช่น ไส้กรอก กุนเชียง หากมีจะผลักดันไม่ให้เข้า นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 มีการจับกุมการลักลอบนำเข้าซากหมูกี้จาก สปป.ลาว ประมาณ 800 กว่าตัว ซึ่งได้กลบฝังทำลายซากไปแล้ว

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”