วิธีเลี้ยงลูกน้อยกับแมวเหมียว ให้อยู่กันอย่างแฮปปี้-
ปัญหาที่คิดไม่ตกสำหรับคนรักแมวที่กำลังจะมีลูกน้อยคือ กังวลว่าเจ้าเหมียวและเด็กเล็กจะสามารถเติบโตในบ้านหลังเดียวกันได้อย่างปรองดองหรือไม่ เพื่อค้นหาคำตอบนี้ พาราไดซ์ พาร์ค ผู้จัดงาน “See Cat แมว 2 ปั้นน้องแมวสุดรักให้กลายเป็นซุปตาร์” จึงได้ทำคู่มือฉบับย่อ โดยได้ข้อมูลมาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปูพื้นฐานให้พ่อแม่เตรียมตัวก่อนตัดสินใจนำสัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าแมวเหมียวมาอยู่ในบ้านเดียวกันกับลูกน้อย
ผศ.ดร.ณัทธร ทิพยรัตน์เสถียร ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า พ่อแม่ต้องคอยระวังเรื่องสุขภาพและการสร้างวินัยในการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงกับเด็กมากเป็นพิเศษ โดยแบ่งตามช่วงวัย ดังนี้
เด็กวัยแรกเกิด : วัยนี้ยังไม่สามารถดูแลตัวเองและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้ จึงควรแยกเลี้ยงเด็กและสัตว์เลี้ยงคนละที่ก่อน ในกรณีที่เลี้ยงแมวควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าปราศจากเชื้อโรค ฉีดวัคซีนครบ และพาเด็กไปตรวจภูมิคุ้มกันสังเกตอาการเด็กว่าแพ้ขนและโปรตีนในน้ำลายแมวหรือไม่ จากนั้นค่อย ๆ พาเด็กและสัตว์เลี้ยงมาปรับตัวเข้าหากัน โดยดูแลอย่างใกล้ชิด
ช่วงแรกเด็กอาจสัมผัสสัตว์อย่างหนักมือเกินไปเพราะไม่รู้ แมวอาจตกใจและป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณด้วยการปัด ข่วน ส่งเสียงดังทำให้ตกใจ เกิดเป็นประสบการณ์ไม่ดีในความทรงจำของเด็กได้ ดังนั้นควรเริ่มสอนด้วยการจับมือเด็กให้สัมผัสตัวสัตว์เลี้ยงเบา ๆ ให้จดจำความอ่อนโยนในการสัมผัส และคอยอธิบายพฤติกรรมต่าง ๆ ของสัตว์เลี้ยง เช่น ในบางอารมณ์ที่แมวอยากอยู่อย่างสันโดษ ไม่ยอมให้จับ ต้องบอกเด็กว่าตอนนี้แมวอารมณ์ไม่ดี ไม่ควรบังคับหรือกระทำรุนแรง เมื่อเกิดความผูกพัน เด็กจะแยกแยะได้เองว่าช่วงไหนควรเล่นด้วย และปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงด้วยความอ่อนโยน
เด็ก 4 ขวบขึ้นไป : เป็นวัยที่เด็กเริ่มเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้ว ในบ้านที่ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยง เด็กอาจเริ่มขอเลี้ยงสัตว์ที่ตัวเองสนใจ ซึ่งพ่อแม่ต้องทำความเข้าใจกับลูกก่อนว่าการเลี้ยงสัตว์ไม่เหมือนการเล่นของเล่นเด็ก ๆ ต้องพร้อมดูแลในระยะยาว เหมือนกับพ่อแม่ที่ดูแลลูก และถ้าจะเลี้ยงต้องรู้จักรับผิดชอบ เช่น เด็กเล็กอาจเริ่มฝึกให้อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นเวลาในวัยประถมฝึกให้เก็บมูลสัตว์ อาบน้ำ และทำความสะอาดที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง นับเป็นโอกาสฝึกให้เด็กมีวินัยในการรักษาความสะอาด และมีความรับผิดชอบเมื่อโตขึ้นด้วย
นอกจากนั้นคุณหมอแนะวิธีการพูดคุยกับลูกเมื่อสัตว์เลี้ยงตาย ว่า ตามจิตวิทยาเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี จะยังไม่เข้าใจเรื่องการตายเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะเข้าใจว่าสัตว์หายไป เดี๋ยวก็กลับมาใหม่เหมือนในการ์ตูนหรือเกม ช่วงแรกเด็กอาจร้องไห้ คิดถึง และซึมเศร้า ผู้ใหญ่ควรถามและรับฟังความรู้สึกของเด็ก และแชร์ความเสียใจของตัวเองให้เด็กรับรู้ด้วย พร้อมอธิบายว่าสัตว์ที่ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน ตามความเชื่อของแต่ละคน เช่น อยู่บนสวรรค์ อยู่กับพระเจ้า และคอยย้ำคอนเซ็ปต์ว่าต่อจากนี้สัตว์เลี้ยงตัวนี้จะไม่อยู่ที่บ้านแล้ว และอย่าเพิ่งรีบซื้อสัตว์เลี้ยงตัวใหม่มาแทนที่ในทันที เพราะจะทำให้เด็กเห็นสัตว์เลี้ยงเป็นของเล่น พังก็ซื้อใหม่ได้
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
